แพ็คเกจทัวร์น่าน เชียงราย

แพ็คเกจทัวร์น่าน เชียงราย - บริษัท โคโลเนียล แทรเวล แอนด์ เซอร์วิส กรุ๊ป จำกัด
รหัสทัวร์
192-24397
วันที่เดินทาง
ต.ค.68 - ต.ค.69
ช่วงเวลา
5 วัน 4 คืน
เดินทางโดย
เดินทางมาเอง

ไฮไลท์ทริป ห้ามพลาด

  • ปู่ม่าน >> ย่าม่านวัดภูมินทร์ >> พระธาตุวัดช้างค้ำ >>  ซุ้มลีลาวดีและชมงาช้างดำเมืองน่าน >> ขึ้นเดอะวิวกิ่วม่วงชิมกาแฟหลักสิบวิวหลักล้าน >>  ประตูบาหลีเมืองน่าน >>  ถนนหมายเลข 3 >> ร้านกาแฟหลงเขา >> หมู่บ้านสะปัน
  • จุดเช็คอินร้านกาแฟหยุดเวลา >> บ่อเกลือโบราณอายุ 800 ปี >> จุดชมวิว1715 >> เจ้าหลวงภูคา >> ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ >> ร้านโกโก้วัลเล่ย์ (อิสระ) >> ขึ้นดอยสกาด
  • ภูลังกา พะเยา >> พระนั่งดิน เชียงคำ >> วัดนันตา >> วัดพระแก้วเชียงของ
  • วัดเทพนิมิตสุดเขตแดนสยาม >> สามเหลี่ยมทองคำ (เชียงแสน) >> สกายวอร์คที่วัดพระธาตุผาเงา >> สกายวอร์คพระธาตุดอยเวา >> ดอยผาหมี >> ดอยผาฮี้ >> ขึ้นดอยแม่ สลอง
  • ตลาดชุมชนดอยแม่สลอง >> ไร่ชาฉุยฟง >> วัดห้วยปลากั้ง >> ลลิตาคาเฟ่ >> ฟาร์มแกะออสเตรีย
ราคาเริ่มต้น
10,999 บาท

แผนการเดินทาง

รับที่สนามบินน่านนคร

ชมภาพวาดหนานบัวผัน ที่วัดภูมินทร์กับกาลเวลากว่า 400 ปี ศรีเมืองน่านหลังจากพระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เจ้าผู้ครองนครเมืองน่าน องค์ที่ 40 และองค์ที่ 41 แห่งนครเมืองน่าน ขึ้นครองนครได้ 6 ปี ก็ได้สร้างวัดภูมินทร์ขึ้นในปี พ.ศ. 2139 ซึ่งตรงกับสมัยล้านนา รวมระยะเวลาจวบจนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2568) ก็มีอายุมากถึง 429 ปีแล้ว โดยที่มาของชื่อวัดนั้นมีปรากฏหลักฐานในคัมภีร์เมืองเหนือ ซึ่งได้กล่าวไว้ว่า "แต่เดิมวัดภูมินทร์มีชื่อว่า วัดพรหมมินทร์ ตามชื่อของเจ้าผู้ครองนคร แต่ก็ได้มีการเรียกชื่อเพี้ยนกันไปกลายเป็นวัดภูมินทร์ดั่งในปัจจุบัน" ซึ่งภายในวัดมีภาพจิตรกรรมที่สะดุดตาและมีชื่อเสียง คือ ปู่ม่านย่าม่าน (ภาพกระซิบรัก) เป็นผลงานของ "หนานบัวผัน" จิตรกรพื้นถิ่นเชื้อสายไทลื้อ ที่มีฝีมือการวาดภาพอันเป็นเอกลักษณ์ มีการใช้สีสันทันสมัย เช่น สีแดง ฟ้า ดำ และน้ำตาลเข้ม โดยภาพปู่ม่านย่าม่านมีลักษณะเป็นภาพชายหญิงคู่หนึ่งคล้ายกำลังกระซิบสนทนา ได้ฉายาว่าภาพ "กระซิบรักบันลือโลก"

สักการะพระธาตุวัดช้างค้ำ (วัดของเจ้าเมืองน่าน) เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ใน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน มีชื่อเต็มว่า "วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร" วัดพระธาตุช้างค้ำสร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรล้านนา ราวพุทธศตวรรษที่ 20 โดยเจดีย์ช้างค้ำได้รับอิทธิพลจากศิลปะสุโขทัยและศิลปะพม่า เป็นหนึ่งในวัดที่แสดงถึงความรุ่งเรืองของเมืองน่านในอดีต จุดเด่นของวัดพระธาตุช้างค้ำ เจดีย์ประธานของวัด มีรูปช้างครึ่งตัวโผล่ออกมาจากฐานรอบ ๆ เจดีย์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์แบบล้านนา อาคารและสิ่งก่อสร้างในวัดมีศิลปะแบบล้านนาผสมผสานกับศิลปะพม่า ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ และมีจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่

ถ่ายรูปกับซุ้มลีลาวดี(ซุ้มดารา) เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตของนักท่องเที่ยว โดยต้นลีลาวดีนี้จะขึ้นเป็นแถวเรียงราย 2 ข้างทางเดิน และแผ่ขยายโค้งเข้าหากัน เป็นอุโมงค์ต้นไม้ที่สวยงามมาก

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน อาคารแบบยุโรปสีขาวที่ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมท้องถิ่นเมืองน่านหลังนี้ คือสถานที่บรรจุสมบัติล้ำค่าอันเป็นมรดกตกทอดของน่านจากอดีตสู่ปัจจุบัน เดิมทีที่นี่คือ "หอคำ" อันเป็นที่ประทับและว่าราชการของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน โดยสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2475 และใช้เป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัดแห่งแรกของจังหวัดน่าน ต่อมาในปี พ.ศ. 2517 ได้รับการปรับปรุงอีกครั้งให้เป็นสถานที่ตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน โดยภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ แบ่งออกเป็นสองชั้น พื้นที่ชั้นล่างเป็นที่จัดแสดงชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่าต่าง ๆ ในจังหวัดน่าน รวมทั้งเทศกาลงานประเพณีที่สำคัญของจังหวัด เช่น การสืบชะตา การแข่งเรือ ส่วนชั้นบน จัดแสดงโบราณวัตถุสมัยต่าง ๆ ที่พบในจังหวัดน่าน ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงยุคเจ้าผู้ครองนครน่าน โดยมีวัตถุโบราณที่น่าดูน่าชมอย่างเช่น งาช้างดำ วัตถุมงคลคู่บ้านคู่เมืองน่าน เป็นงาช้างข้างซ้าย ยาว 94 เซนติเมตร วัดโดยรอบส่วนที่ใหญ่สุดได้ 47 เซนติเมตร มีน้ำหนัก 18 กิโลกรัม ได้มาในสมัยพระยาการเมือง เจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 5

ร้านกาแฟ เดอะวิวกิ่วม่วง (กาแฟหลักสิบวิวหลักล้าน) คาเฟ่วิวสวย มุมสูงของกิ่วม่วง ราคาหลักสิบ วิวหลักล้าน ที่เราจะสามารถมองเห็นดอยภูคาอยู่ด้านหน้า หากไปวันที่อากาศดี ๆ จะได้พบกับเหล่าบรรดาหมอกบริเวณยอดเขา และเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวทะเลหมอกยามเช้า

ถ่ายรูปกับ ประตูบาหลีเมืองน่าน ถ่ายรูปกับซุ้มประตูบาหลีเมืองน่าน ประตูสวรรค์น่าน แลนด์มาร์กที่เที่ยวใหม่ แรงบันดาลใจจากบาหลีเป๊ะเที่ยวร้านกาแฟ เดอะวิวกิ่วม่วง (กาแฟหลักสิบวิวหลักล้าน) คาเฟ่วิวสวย มุมสูงของกิ่วม่วง ราคาหลักสิบ วิวหลักล้าน ที่เราจะสามารถมองเห็นดอยภูคาอยู่ด้านหน้า หากไปวันที่อากาศดี ๆ จะได้พบกับเหล่าบรรดาหมอกบริเวณยอดเขา และเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวทะเลหมอกยามเช้า

เดินทางขึ้นดอยภูคา ถ่ายรูปกับ ถนนหมายเลข 3 ของเมืองน่านเป็นถนนที่สวยมากอีกจุดหนึ่ง ด้วยความที่โค้งขึ้นเนินนั้นมีลักษณะคล้ายเลข 3 ทำให้จุดนี้เป็นที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยว ใครที่มาน่านก็ต้องแวะมาถ่ายรูปกัน จนกลายเป็นแลนด์มาร์กอีกจุดนึงที่ไม่ควรพลาด

คาเฟ่หลงเขา คาเฟ่กลางหุบเขาแห่งบ่อเกลือ แวดล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ มีลำธารใสของสายน้ำมางไหลผ่าน ให้ความรู้สดชื่นผ่อนคลายไปกับบรรยากาศ คาเฟ่ตกแต่งในสไตล์แคมปิ้ง ตัวร้านเป็นกระท่อมไม้แบบโอเพ่นแอร์ พื้นที่กว้างขว้าง มีโต๊ะให้เลือกนั่งหลากหลายแบบ ทั้งแบบแคมปิ้ง ที่นั่งเก้าอี้ไม้แสนเก๋ริมลำธาร ส่วนเครื่องดื่มและขนม ร้านนี้การันตีรสชาติอร่อยเข้มข้น

หมู่บ้านสะปัน ตั้งอยู่ใน ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ โอบล้อมด้วยขุนเขาและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ เป็นแหล่งโอโซนที่ดีอีกหนึ่งที่ของน่าน

เข้าเช็คอินท์ที่พักบนสะปัน คืนที่ 1

ทานอาหารเย็น มื้อที่ 1

ทานอาหารเช้า มื้อที่ 2

จุดเช็คอิน ร้านกาแฟหยุดเวลา เป็นคาเฟ่ ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาในหมู่บ้านสะปัน อำเภอบ่อเกลือ โดดเด่นด้วยวิวทิวเขาและทุ่งนาสวยงาม ถ้ามาช่วงหน้าฝนก็จะได้เห็นความเขียวขจีของทุ่งนา แต่ถ้ามาช่วงอากาศเย็นๆหน่อยก็จะได้เห็นทะเลหมอกสวยๆ ร้านมีระเบียงชมวิวที่สามารถมองเห็นหมู่บ้านสะปันและภูเขาโดยรอบ ซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปหลักของที่นี่

เที่ยวบ่อเกลือโบราณอายุ 800 ปี (บ่อเกลือสินเธาว์) ชื่อเสียงด้านการผลิตเกลือภูเขา เนื่องจากน้ำในบ่อนี้เป็นน้ำเกลือที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และยังคงมีน้ำผุดขึ้นมาตลอดเวลา ซึ่งไม่เคยเหือดแห้งลงไปเลย นับว่าเป็นเรื่องที่น่ามหัศจรรย์จริงๆ จากข้อมูลทางธรณีวิทยาสันนิษฐานเอาไว้ว่าบริเวณนี้เป็นทะเลมาก่อนในยุคเพอร์เนียน (Permian) ในมหายุคพาลีโอโซอิก (Paleozoic Era) (ระหว่าง 250-299 ล้านปีมาแล้ว) เลยน่าจะมีชั้นหินเกลือใต้ดินหรือเป็นโดมอยู่ในบริเวณนี้ท่ามกลางหุบเขาธรรมชาติปัจจุบันเหลืออยู่เพียงสองบ่ออยู่ที่บ้านบ่อหลวง บ่อเหนือและบ่อใต้

ถ่ายรูปกับ จุดชมวิวที่ความสูง 1715 จากน้ำทะเลเป็นจุดชมวิวที่มีความสูง 1715 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง อยู่ บนทางหลวงหมายเลข 1256 เส้นทางจาก อ.ปัว ไปยัง อ.บ่อเกลือ ผ่านถนนลอยฟ้าดอยภูคามาไม่ไกลมาก และห่างจากอุทยานแห่งชาติดอยภูคาเพียง 8 กิโลเมตรเท่านั้น เพราะบรรยากาศดีมาก มาช่วงหน้าฝนโดนหมอกปกคลุมทั้งพื้นที่ แต่ก็ยังคงความธรรมชาติที่สวยงามอยู่ พอหมอกคลายตัวก็พอมองเห็นวิวภูเขาเขียวๆ เป็นภาพที่งดงามมาก

สักการะ เจ้าหลวงภูคา อยู่บนดอยภูคาพญาภูคา เดิมเป็นชาวเมืองเงินยาง ได้อพยพพร้อมด้วยชายา ชื่อ จำปา หรือแก้วฟ้า นำราษฎรประมาณ ๒๒๐ คน เดินทางลงมาทางทิศใต้ ครั้งแรกได้ตั้งถิ่นฐานที่บริเวณ ห้วยเฮี้ย ต่อมาเล็งเห็นว่าบริเวณเมือง เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ และชัยภูมิดีเหมาะที่จะสร้างเมือง จากนั้น พญาภูคาจึงได้นำราษฎรย้ายจากห้วยเฮี้ยมายังเมืองล่างภายหลังที่สร้างเมืองเสร็จเรียบร้อย และด้วยพระทัยที่กว้างขวางโอบอ้อมอารี ราษฎรต่างเลื่อมใสศรัทธาจึงพร้อมใจกันยกย่องพญาภูคาขึ้นเป็นพญาครองเมืองล่างเมื่อปี พ.ศ. ๑๘๑๒ ขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๓ ปกครองเมืองล่างเรื่อยมาจึงถึงแก่พิราลัยเมื่อปี พ.ศ. ๑๘๘๐ รวมระยะเวลาปกครองเมืองล่าง ๖๘ ปี ศรัทธากันเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะคนในพื้นที่ต่างเล่าลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องขอทหาร

แวะ ฟาร์มเห็ดออแกนิค ที่อำเภอปัว ตั้งอยู่ที่ อำเภอปัว จังหวัดน่าน เป็นฟาร์มเพาะเห็ดแบบธรรมชาติออร์แกนิคในชุมชนที่มีภูมิประเทศสวยงามและอากาศเย็นสบาย เหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและการเรียนรู้การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืนมีการแปรรูปเห็ดเพื่อทำอาหารพื้นถิ่นหรือฟิวชันที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเมนู พิซซ่าเห็ดจากวัตถุดิบออร์แกนิค ซึ่งเป็นเมนูพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวและขายภายในชุมชนเป็นเมนูสุขภาพ ใช้วัตถุดิบปลอดสารเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายออร์แกนิคและวีแกน

ชิมโกโก้ออแกนิค ร้านโกโก้วัลเล่ย์ (อิสระ) เป็นทั้งคาเฟ่และรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ในอำเภอปัว จังหวัดน่าน มีจุดเด่นที่การใช้โกโก้แท้จากฟาร์มในพื้นที่มาเป็นวัตถุดิบหลักในเมนูอาหารและขนมต่างๆ รวมถึงยังมีการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปเกี่ยวกับโกโก้ เช่น การทำช็อกโกแลตเองจากเมล็ดโกโก้

ดอยสกาด ตั้งอยู่ในอำเภอปัว จังหวัดน่าน บนเทือกเขาดอยภูคา ห่างจากตัวเมืองปัวประมาณ 22 กม. เมื่อเข้าสู่ดอยสกาดจะเห็นบ้านเรือนของชาวบ้านปลูกแทรกตามไหล่เขา ที่นี่เราสามารถดูได้ทั้งทุ่งนาบนภูเขา แสงเย็นอันสวยงาม ดาวระยิบระยับกลางคืน หมอกตามสันเขา และอาจเจอทะเลหมอกสุดอลังการได้ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ดอยสกาดตั้งอยู่บนเทือกเขาดอยภูคา ความสูงจากระดับทะเลเฉลี่ยประมาณ 850-1,100 เมตร และอยู่สูงจากตัวเมือง อ.ปัว ประมาณ 600-700 เมตร ไม่ว่าจะฤดูไหน บนนี้อากาศจะเย็นตลอดทั้งปี ยิ่งในหน้าหนาวอากาศก็อาจลงไปถึงเลขหลักเดียวได้เลย

เข้าเช็คอินท์ ภูลังกา เลอบาโคนี่ คืนที่ 2

ทานอาหารเย็น มื้อที่ 3

ทานอาหารเช้า มื้อที่ 4

เดินทางไปจังหวัดเชียงราย ใช้เส้นทางภูลังกาชมวิวภูลังกาจังหวัดพะเยาเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดพะเยา เป็นจุดที่สูงที่สุดในเทือกเขาสันปันน้ำ ไทย-ลาว เป็นจุดชมทะเลเมฆหมอก เป็นสันเขาแคบ ๆ ด้านตะวันตกเป็นป่าดงดิบเขา ด้านทิศตะวันออกเป็นหน้าผาสูงชันมีหญ้าปกคลุม และลมพัดแรงซึ่งอยู่ใกล้กับผาเทวดา

วัดพระนั่งดิน ตั้งอยู่เลขที่ 45 หมู่ที่ 7 ตำบลเวียง เป็นวัดที่องค์พระประธานของวัดไม่มีฐานชุกชีรองรับเหมือนกับพระประธานองค์อื่น ๆ เคยมีราษฎรสร้างฐานชุกชีเพื่ออัญเชิญพระประธานขึ้นประดิษฐาน แต่ปรากฏว่าพยายามยกเท่าไรก็ยกไม่ขึ้น จึงเรียกสืบต่อกันมาว่า “พระนั่งดิน” ตามตำนานกล่าวว่าพระพุทธรูปนี้สร้างตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์ชีพอยู่ ดังนั้นพระเจ้านั่งดินน่าจะมีอายุกว่า 2,500 ปี

เที่ยวเชียงคำ วัดนันตาราม วัดสไตล์พม่าเดิมเรียก จองม่าน หรือ จองคา (จอง เป็นคำไทใหญ่หมายถึงวัด) เพราะมุงด้วยหญ้าคา บ้างครั้งเรียก จองเหนือ เป็นวัดในตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา เป็นวัดศิลปะแบบพม่า ตัววิหารไม้สัก มีลวดลายฉลุไม้ ทั้งหน้าต่าง หน้าบัน ระเบียง ภายในวัดมีพิพิธภัณฑ์ธนบัตรเก่า เครื่องใช้โบราณ ผ้าลายโบราณ ภาพวาดโบราณ(สักการะพระมหามุนี)พระพุทธรูปแกะสลักจากไม้พญางิ้วดำ ถูกอัญเชิญมาจากประเทศเมียนมา เพื่อนำมาประดิษฐานที่วัดร้องเก่า ต.ร่มเย็น อ.เชียงคำ จ.พะเยา โดยอาจารย์จาก ม.พะเยา เป็นผู้อัญเชิญ

เดินทางไปเชียงของ เที่ยววัดพระแก้ว เชียงของเป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งในอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ด้านในวิหารมีพระแก้วมรกต สำหรับใครที่ชื่นชอบการขอพรท่านท้าวเวสสุวรรณณ วัดที่แห่งนี้มีท่านท้าวเวสสุวรรณอายุ 300 ปี ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์โบราณที่มีอายุนานเป็นเนื้อไม้ มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ผู้ใดที่ถือศีลทำคุณงามความดีแนะนำว่าลองมาขอพรที่นี่อาจประสบความสำเร็จดั่งใจหมายดังที่ท่านต้องการ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์มีพระคู่เมือง มีพระธาตุเก่าแก่หลายร้อยปีวัดจะติดถนนสายหลักแต่อีกด้านหนึ่งจะติดแม่น้ำโขง ดังนั้นบริเวณวัดจึงสามารถมองเห็นวิวน้ำโขงสวยงามมาก รวมทั้งมองเห็นฝั่งลาวได้ชัดเจน

เข้าเช็คอินท์โรงแรม สยามไทรแองเกิ้ล คืนที่ 3

ทานอาหารเย็น มื้อที่ 5

ทานอาหารเช้า มื้อที่ 6

ชมวิวเมืองเชียงของวัดเทพนิมิตสุดเขตแดนสยาม เป็นวัดที่สงบอยู่บนดอยสูง มีจุดชมวิวแม่น้ำโขง เห็นฝั่งประเทศลาว สวยงามมาก ภายในวัดมีเจดีย์ใหญ่ที่สร้างตามปฎิภาณของ “หลวงพ่อไพบูลย์”

สามเหลี่ยมทองคำ ตั้งอยู่ในบริเวณ ถนนท่าแพ ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เป็นพื้นที่รอยต่อระหว่าง 3 ประเทศ คือ ไทย (จังหวัดเชียงราย) สาธารณรัฐประชาชนลาว (แขวงบ่อแก้ว) และ เมียนม่า (ท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน) เป็นบริเวณสามเหลี่ยมที่มาบรรจบกัน โดยมีแม่น้ำโขงตัดผ่าน นับว่าเป็นอีกพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญแห่งหนึ่งของภูมิภาคนี้เลย บริเวณนี้ยังมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามอีกด้วย โดยเฉพาะตอนเช้าที่จะสามารถเห็นพระอาทิตย์ขึ้นกลางหมอกจางๆ ได้เลย ตั้งแต่เมื่อในอดีตแล้ว ถ้าคิดถึงเชียงราย ก็ต้องนึกถึง สามเหลี่ยมทองคำ เพราะมีชื่อในฐานะเป็นแหล่งท่องเที่ยวมาอย่างยาวนาน แต่ในปัจจุบันนั้น นับว่ามีความสำคัญในทางเศรษฐกิจขึ้นอย่างมาก

สกายวอร์คที่วัดพระธาตุผาเงา สามแผ่นดิน แลนด์มาร์กของอำเภอเชียงแสน กับพื้นกระจกใสมองทะลุไปถึงพื้นข้างล่างที่มีระยะทางเดินยาวถึง 70 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสูงจากพื้นดิน 25 เมตร บนหน้าผาสูง หันไปทางแม่น้ำโขง วิวมุมกว้าง นับเป็นจุดแลนด์มาร์กที่ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำโขงทางทิศตะวันตก สร้างขึ้นเพื่อให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวได้ชมทิวทัศน์ของแม่น้ำโขงทั้งฝั่งไทยและบ้านดอนสะหวัน เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว รวมทั้งสามเหลี่ยมทองคำ และประเทศเมียนมา ได้อย่างงดงามโดยไม่มีขุนเขาหรือสิ่งบดบัง ถ่ายรูปมุมสวยของเชียงแสน แม่น้ำโขง และฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว รวมถึงเมียนมาแบบระยะไกล

สกายวอล์คเหนือสุดสยาม “วัดพระธาตุดอยเวา” แม่สาย เชียงราย มีลักษณะพิเศษคือเป็นทางโค้งขนานไปกับขอบภูเขาดอยเวา มีความยาวประมาณ 150 เมตร และตั้งอยู่ตรงจุดเหนือสุดของประเทศไทยคือ อ.แม่สาย จ.เชียงราย สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของแม่สายและ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ได้อย่างงดงาม

ดอยผาหมี เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ในตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลราว ๆ 1,400 เมตร เป็นหมู่บ้านของชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่า ดั้งเดิมพื้นที่รอบ ๆ หมู่บ้านมีปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติดและการปลูกฝิ่น เพราะอยู่ในเส้นทางของการขนลำเลียงยาเสพติดข้ามชายแดน แต่ปัญหาเหล่านี้ได้หมดไป และกลายเป็นความเจริญและความเป็นอยู่ที่ดีของชาวบ้านเข้ามาแทนที่ ด้วยการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ดอยผาฮี้ จิบกาแฟแลแม่สายมีอาณาเขตอยู่ในอำเภอแม่สายติดกับชายแดนไทยพม่าใกล้ๆ กับพระตำหนักดอยตุง เป็นที่ตั้งของชุมชนชาวเขาเผ่าอาข่าบ้านผาฮี้ ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทั้งการปลูกใบชาและกาแฟ ซึ่งถือได้ว่ากาแฟและชาของที่นี่เป็นของขึ้นชื่อ จิบกาแฟแลแม่สาย

ดอยแม่สลอง เป็นชุมชนที่อพยพมาจากเมียนม่า ส่วนใหญ่มีอาชีพเป็นเกษตรกรรม โดยได้ริเริ่มโครงการปลูกชา และปลูกสนสามใบเพื่อทดแทนป่า ชุมชนบนดอยแม่สลอง เลยได้ชื่อใหม่เป็น บ้านสันติคีรี ที่ ดอยแม่สลอง ยังเต็มไปด้วยวัฒนธรรมของชาวจีน ไม่ว่าจะเป็น การแต่งกาย หรือ อาหารการกิน โดยเฉพาะอาหารนั้น จะเป็นที่ขึ้นชื่ออย่างมาก เช่น ขาหมูยูนาน ที่เสริฟคู่กับหมั่นโถแบบต้นตำหรับ

เข้าเช็คอินท์วังพุดตาล ดอยแม่สลอง คืนที่ 4

ทานอาหารเย็น มื้อที่ 7

ทานอาหารเช้า มื้อที่ 8

เดินตลาดชุมชนดอยแม่สลอง เที่ยวตลาดดอยแม่สลองเดินตลาดท้องถิ่นดอยแม่สลอง เสมือนเป็นศุนย์กลางของการมาดอยแม่สลองโดยจะเป็นตลาดสด มีชาวดอยมาขายผัก ผลไม้สดจากดอยแก่นักท่องเที่ยว และผู้ขึ้นมาเที่ยว โดยรอบจะมีร้านชิมชา และขายผลไม้อบแห้งเยอะให้นักท่องเที่ยวได้ช๊อป

ไร่ชาฉุยฟง เป็นแหล่งปลูกชาที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงราย มีจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ ไร่ชาแห่งแรกเป็นสถานที่ปลูกชา ตั้งอยู่อำเภอแม่ฟ้าหลวง มีพื้นที่กว่า 800,000 ตารางเมตร มีความสูง 1,200 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง ไม่เปิดให้เที่ยวชม ส่วนไร่ชาฉุยฟงแห่งที่สองอยู่ในอำเภอแม่จัน ก่อนถึงบ้านเทอดไทย มีพื้นที่กว้างกว่า 1.6 ตารางกิโลเมตร มีการปลูกชาโค้งวนไปตามไหล่เขา บรรยากาศดี เป็นแหล่งท่องเที่ยวและมีบริการร้านอาหาร เบอเกอรี และเครื่องดื่มไว้บริการ

วัดห้วยปลากั้ง เดิมเป็นเพียงซากวัดร้างอยู่บนเนินเขา ต่อมา พระอาจารย์พบโชค ติสสะวังโส ซึ่งเป็นพระภิกษุจำพรรษาอยู่ที่วัดร่องธาร เชียงราย จึงมีจิตศรัทธาต้องการบูรณะ จึงได้ย้ายไปพำนักอยู่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 โดยมีชาวชุมชนห้วยปลากั้งร่วมบูรณะ เริ่มจากการตั้งเป็นสำนักสงฆ์ จนได้รับอนุญาตตั้งวัดเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 โดยมีพระอธิการพบโชค ติสฺสวํโส เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ชึ่งภายในวัดจะมีสถาปัตยกรรมโดดเด่นเป็นอย่างมาก คือเจ้าแม่กวนอิมองค์สีขาวขนาดใหญ่ และเจดีย์ทรงสามเหลี่ยม จำนวน 9 ชั้น มีความวิจิตรงดงาม

เที่ยว ลลิตาคาเฟ่ เป็นคาเฟ่ป่าหิมพานต์ เหมือนอยู่ในเทพนิยาย มีหมอกและน้ำตกจำลอง โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ และกาแฟคุณภาพดี พร้อมเมนูอาหารเลิศรส

เที่ยวฟาร์มแกะออสเตรีย

ส่งสนามบินเชียงราย

** เพื่อความถูกต้อง กรุณาตรวจสอบข้อมูลเดินทางและเงื่อนไขการชำระเงินกับทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายทุกครั้ง
ราคาเริ่มต้น
10,999 บาท
รหัส 192-24397 แพ็คเกจทัวร์น่าน เชียงราย
ระยะเวลา 5 วัน 4 คืน
ราคาเริ่มต้น 10,999 บาท
เดินทางช่วง ต.ค.68 - ต.ค.69
เดินทางโดย เดินทางมาเอง
--------------------------------------
ดูเพิ่มเติม https://coloneltour.com/tour.php?tour_id=17857
--------------------------------------
ชมโปรแกรม PDF https://tourfiles.vm101.net/pdf/972/192-24397.pdf
--------------------------------------
สนใจติดต่อ บริษัท โคโลเนียล แทรเวล แอนด์ เซอร์วิส กรุ๊ป จำกัด
เลขที่ใบอนุญาต 11/10697
โทร 093-632-4955
อีเมล info.colonetravel@gmail.com
คัดลอกข้อมูลทัวร์
เพิ่มในรายการโปรด
Share on social networks
Scan QRCode
ติดต่อสำนักงาน
บริษัท โคโลเนียล แทรเวล แอนด์ เซอร์วิส กรุ๊ป จำกัด
เลขที่ใบอนุญาต 11/10697

99 หมู่ที่ 4 ตำบลกุดนกเปล้า อำเภอเมืองสระบุรี จ.สระบุรี 18000

บริการของเรา
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
LineID
Add LINE Friends via QR Code
ติดตามเรา
home
หน้าหลัก
quatation
ขอใบเสนอราคา
chat
ติดต่อเรา
ติดต่อ
chat ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
search ค้นหาโปรแกรมทัวร์
home หน้าหลัก
approval ขอใบเสนอราคา