รับที่สนามบินเชียงใหม่
เที่ยวดอยขุนช่างเคี่ยน ดูดอกซากุระ พญาเสือโคร่ง (อิสระค่ารถขึ้นขุนช้างเคี่ยน) เป็นสถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน ตั้งอยู่ในตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง และตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นแหล่งชมดอกพญาเสือโคร่ง(ซากุระเมืองไทย)ที่ใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่มากที่สุด
สักการะ พระธาตุดอยสุเทพ มีความสูงจากระดับที่ราบเชียงใหม่ราว 689 เมตร และมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,046 เมตร เป็นหนึ่งในวัดที่มีความสำคัญมากที่สุดของจังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนี้ยังประกอบด้วยจุดชมทิวทัศน์ที่สามารถมองเห็นเมืองเชียงใหม่ได้ทั้งหมด
สักการะพระนอน วัดเด่นสลีศรีเมืองแกน เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนดอย เมื่อก่อน เรียกว่า วัดดอย แล้วเปลี่ยนเป็น วัดบ้านเด่น เพราะวัดตั้งอยู่ในที่สูง บางคนจะเรียกว่า วัดถ้า เพราะเชื่อว่าใต้พื้นบริเวณวัดมีถ้าอยู่ จึงเรียกว่า วัดถ้า และเป็นที่เก็บเสาอินทนิล ของสมัยลั๊วะในสมัยก่อน นอกจากจะแวดล้อมด้วยภูมิทัศน์ที่สวยงามแล้ว ที่ตั้งของวัดยังอยู่ใน เขตเมืองเก่าโบราณที่เรียกว่าเมืองแกน ชาวบ้านเลย เรียกชื่อวัดนี้เต็มๆ ว่า "วัดเด่นสะหลีศรีเมือง แก่น"
Fleur Cafe & Eatery เป็นคาเฟ่สวนสวยสไตล์ยุโรปที่เพิ่งเปิดใหม่แถวแม่ริม ความโดดเด่นของที่นี่คือมีหลายจุดแลนด์มาร์คที่ให้ได้ถ่ายรูปกันแบบเพลิดเพลินมาก และที่สำคัญคือรสถานที่กว้างขวาง โล่ง โปร่งสบาย เน้นควา มเป็นธรรมชาติ แบ่งเป็นหลายโซนหมดห่วงเรื่องความแออัด
สวนพฤษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เป็นสวนพฤกษศาสตร์ขนาด 6,500 ไร่ ได้รับการจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2535 ซึ่งเป็นปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การสวนพฤกษศาสตร์ พ.ศ. 2535 โดยมีสถานภาพเป็นรัฐวิสาหกิจอยู่ในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ขึ้นเที่ยว ดอยม่อนแจ่ม ซึ่งตั้งอยู่บนสันเขาบริเวณหมู่บ้านม้งหนองหอย อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมือง เชียงใหม่ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 40 นาที ไปถึงม่อนแจ่ม เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นทิวทัศน์ของดอยอินทนนท์ ดอยสุเทพ และดอยหลวงเชียงดาว ในช่วงฤดูหนาว ม่อนแจ่มจะปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบ ทำให้เกิดบรรยากาศที่งดงาม มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี
เข้าเช็คอินท์ จังเกิ้ล โครสเตอร์ โป่งแยงแอดเวนเจอร์ปาร์ค คืนที่ 1
ทานอาหารเย็น มื้อที่ 1
ทานอาหารเช้า มื้อที่ 2
ยิ่งยงสวนดอกไม้ เป็นสวนดอกไม้ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1300 เมตร ทำให้ที่นี่มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปีและสามารถชมวิวของภูเขาสลับซับซ้อนได้ในมุมสูงและกว้าง หากเป็นช่วงหน้าฝนก็จะมีหมอกปกคลุมและมีลมพัดเย็นสบายตลอดทั้งวัน
แวะร้านคาเฟ่ในห้วยตึงเฒ่า “ผ่อห้วย”
เที่ยวหมู่บ้านแม่กำปอง เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่อยู่ในอำเภอแม่ออน เป็นหมู่บ้านเล็กๆในหุบเขา ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาท่ามกลางธรรมชาติมีบ้านเรือน ร้านค้า โฮมสเตย์ของช้าวบ้านที่อยู่สองข้างทาง
เดินทางเข้าจังหวัดน่าน
เดินถนนคนเดินน่าน จะมีเฉพาะวันศุกร์เสาร์และอาทิตย์เป็นแหล่งรวมของดีเมืองน่านทั้งอาหารและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เมื่อซื้อของเสร็จแล้วสามารถมานั่งทานตรงลานข่วงเมืองได้จะมีขันโตกไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวที่จะมาใช้นั่งรับประทานอาหารและชื่นชมบรรยากาศจะมีเพลงดนตรีสดให้ฟังฟรี
เข้าเช็คอินท์ รพีพงศ์ รีสอร์ท คืนที่ 2
ทานอาหารเย็น มื้อที่ 3
ทานอาหารเช้า มื้อที่ 4
เที่ยว วัดหนองบัว (เป็นชุมชนไทยลื้อที่ย้ายมาจาก12 ปันนาประเทศจีน) อำเภอท่าวังผา ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านหนองบัว ตำบลป่าคา เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมฝาผนังแบบไทลื้อ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่หาชมได้ยากและยังเป็นวัดเก่าแก่ของหมู่บ้านจากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน ทำให้สันนิษฐานได้ว่าวัดไทลื้อแห่งนี้ สร้างราว พ.ศ. 2405 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 4 ภาพ
จิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์ เล่าเรื่องในปัญญาชาดก ซึ่งเป็นพระชาติหนึ่งของพระพุทธเจ้า สันนิษฐานว่าเขียนโดยทิดบัวผัน ช่างเขียนลาวพวนที่บิดาของครูบาหลวงสุ ชื่อนายเทพ ซึ่งเป็นทหารของเจ้าอนันตยศ (เจ้าเมืองน่าน พ.ศ. 2395-2434) ได้
เที่ยว วัดก๋ง หรือ วัดศรีมงคล ชมวิวเทือกเขาดอยภูคาตั้งอยู่ที่ตำบลยม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2395 และมี “หลวงปู่ครูบาก๋ง” หรือพระครูมงคลรังสี เป็นพระสงฆ์ที่ชาวบ้านในแถบนี้ต่างให้ความเคารพนับถือ โดยเมื่อ พ.ศ.2474 คณะศรัทธาชาวบ้านก๋งได้นิมนต์หลวงปู่มาอยู่ประจำที่วัดบ้านก๋ง ซึ่งขณะนั้นเป็นวัดร้าง ไม่มีพระภิกษุจำพรรษา ก็ได้เริ่มพัฒนาวัดโดยชักชวนชาวบ้านบูรณะซ่อมแซมและสร้างกุฏิ วิหาร อุโบสถ ฯลฯ รวมถึงอบรมสั่งสอนชาวบ้านให้หมั่นเข้าวัด รักษาศีล ฟังธรรม มีความสามัคคี จนชาวบ้านต่างเคารพศรัทธา และวัดบ้านก๋งก็มีความเจริญรุ่งเรืองสืบมา
เที่ยว วัดภูเก็ต ดูเทือกเขาดอยภูคาตั้งอยู่ที่ ตำบลวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน เป็นวัดที่มีชื่อเสียงของอำเภอปัว และเป็นจุดชมวิวที่สวยงามแห่งหนึ่งในจังหวัดน่าน จุดเด่นของวัดนี้คือสามารถมองเห็นวิวของทุ่งนาและภูเขาเบื้องหลังได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว จะมีหมอกลอยอยู่เหนือภูเขา ทำให้บรรยากาศเงียบสงบและงดงามมาก
แวะ ฟาร์มเห็ดออแกนิค ที่อำเภอปัว ตั้งอยู่ที่ อำเภอปัว จังหวัดน่าน เป็นฟาร์มเพาะเห็ดแบบธรรมชาติออร์แกนิคในชุมชนที่มีภูมิประเทศสวยงามและอากาศเย็นสบาย เหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและการเรียนรู้การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืนมีการแปรรูปเห็ดเพื่อทำอาหารพื้นถิ่นหรือฟิวชันที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเมนู พิซซ่าเห็ดจากวัตถุดิบออร์แกนิค ซึ่งเป็นเมนูพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวและขายภายในชุมชนเป็นเมนูสุขภาพ ใช้วัตถุดิบปลอดสารเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายออร์แกนิคและวีแกน
เดินสะพานทุ่งนาที่ ลำดวนผ้าทอ กาแฟไทลื้อเป็นร้านขายผ้าพื้นบ้านแล้ว ก็ยังเป็นร้านกาแฟที่ไม่ธรรมดา มีวิวทุ่งนา ที่มีทางเดินเต็มไปด้วยผ้าทอหลากสีสันแสนสวยงาม
ชิมโกโก้ออแกนิค ร้านโกโก้วัลเล่ย์ (อิสระ) เป็นทั้งคาเฟ่และรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ในอำเภอปัว จังหวัดน่าน มีจุดเด่นที่การใช้โกโก้แท้จากฟาร์มในพื้นที่มาเป็นวัตถุดิบหลักในเมนูอาหารและขนมต่างๆ รวมถึงยังมีการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปเกี่ยวกับโกโก้ เช่น การทำช็อกโกแลตเองจากเมล็ดโกโก้
ดอยสกาด ตั้งอยู่ในอำเภอปัว จังหวัดน่าน บนเทือกเขาดอยภูคา ห่างจากตัวเมืองปัวประมาณ 22 กม. เมื่อเข้าสู่ดอยสกาดจะเห็นบ้านเรือนของชาวบ้านปลูกแทรกตามไหล่เขา ที่นี่เราสามารถดูได้ทั้งทุ่งนาบนภูเขา แสงเย็นอันสวยงาม ดาวระยิบระยับกลางคืน หมอกตามสันเขา และอาจเจอทะเลหมอกสุดอลังการได้ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ดอยสกาดตั้งอยู่บนเทือกเขาดอยภูคา ความสูงจากระดับทะเลเฉลี่ยประมาณ 850-1,100 เมตร และอยู่สูงจากตัวเมือง อ.ปัว ประมาณ 600-700 เมตร ไม่ว่าจะฤดูไหน บนนี้อากาศจะเย็นตลอดทั้งปี ยิ่งในหน้าหนาวอากาศก็อาจลงไปถึงเลขหลักเดียวได้เลย
เข้าเช็คอินท์สกาด คอฟฟี่ คืนที่ 3
ทานอาหารเย็น มื้อที่ 5
ทานอาหารเช้า มื้อที่ 6
ขึ้นดอยภูคาใช้เส้นทางปัว - บ่อเกลือ
สักการะ เจ้าหลวงภูคา อยู่บนดอยภูคาพญาภูคา เดิมเป็นชาวเมืองเงินยาง (อยู่ทางตอนเหนือของ จ.น่าน) ได้อพยพพร้อมด้วยชายา ชื่อ จำปา หรือแก้วฟ้า นำราษฎรประมาณ ๒๒๐ คน เดินทางลงมาทางทิศใต้ ครั้งแรกได้ตั้งถิ่นฐานที่บริเวณ ห้วยเฮี้ย (ปัจจุบัน ต.ศิลาแลง) ต่อมาเล็งเห็นว่าบริเวณเมืองล่าง (ปัจจุบัน ต.ศิลาเพชร) เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ และชัยภูมิดีเหมาะที่จะสร้างเมือง (พื้นที่ดังกล่าวชนชาวลั๊วะหรือเขมรก่อตั้งเมืองมาก่อนแล้วแต่ปล่อยให้ร้างคงมีราษฎรเหลืออาศัยประมาณ ๔๐ ครอบครัว) จากนั้น พญาภูคาจึงได้นำราษฎรย้ายจากห้วยเฮี้ยมายังเมืองล่างภายหลังที่สร้างเมืองเสร็จเรียบร้อย และด้วยพระทัยที่กว้างขวางโอบอ้อมอารี ราษฎรต่างเลื่อมใสศรัทธาจึงพร้อมใจกันยกย่องพญาภูคาขึ้นเป็นพญาครองเมืองล่างเมื่อปี พ.ศ. ๑๘๑๒ ขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๓ ปกครองเมืองล่างเรื่อยมาจึงถึงแก่พิราลัยเมื่อปี พ.ศ. ๑๘๘๐ รวมระยะเวลาปกครองเมืองล่าง ๖๘ ปี ศรัทธากันเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะคนในพื้นที่ต่างเล่าลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องขอทหาร
ถ่ายรูปกับ จุดชมวิวที่ความสูง 1715 จากน้ำทะเลเป็นจุดชมวิวที่มีความสูง 1715 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง อยู่ บนทางหลวงหมายเลข 1256 เส้นทางจาก อ.ปัว ไปยัง อ.บ่อเกลือ ผ่านถนนลอยฟ้าดอยภูคามาไม่ไกลมาก และห่างจากอุทยานแห่งชาติดอยภูคาเพียง 8 กิโลเมตรเท่านั้น เพราะบรรยากาศดีมาก มาช่วงหน้าฝนโดนหมอกปกคลุมทั้งพื้นที่ แต่ก็ยังคงความธรรมชาติที่สวยงามอยู่ พอหมอกคลายตัวก็พอมองเห็นวิวภูเขาเขียวๆ เป็นภาพที่งดงามมาก
เที่ยวบ่อเกลือโบราณอายุ 800 ปี (บ่อเกลือสินเธาว์) ชื่อเสียงด้านการผลิตเกลือภูเขา เนื่องจากน้ำในบ่อนี้เป็นน้ำเกลือที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และยังคงมีน้ำผุดขึ้นมาตลอดเวลา ซึ่งไม่เคยเหือดแห้งลงไปเลย นับว่าเป็นเรื่องที่น่ามหัศจรรย์จริงๆ จากข้อมูลทางธรณีวิทยาสันนิษฐานเอาไว้ว่าบริเวณนี้เป็นทะเลมาก่อนในยุคเพอร์เนียน (Permian) ในมหายุคพาลีโอโซอิก (Paleozoic Era) (ระหว่าง 250-299 ล้านปีมาแล้ว) เลยน่าจะมีชั้นหินเกลือใต้ดินหรือเป็นโดมอยู่ในบริเวณนี้ท่ามกลางหุบเขาธรรมชาติปัจจุบันเหลืออยู่เพียงสองบ่ออยู่ที่บ้านบ่อหลวง บ่อเหนือและบ่อใต้
หมู่บ้านสะปัน ตั้งอยู่ใน ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ โอบล้อมด้วยขุนเขาและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ เป็นแหล่งโอโซนที่ดีอีกหนึ่งที่ของน่าน
จุดเช็คอิน ร้านกาแฟหยุดเวลา เป็นคาเฟ่ ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาในหมู่บ้านสะปัน อำเภอบ่อเกลือ โดดเด่นด้วยวิวทิวเขาและทุ่งนาสวยงาม ถ้ามาช่วงหน้าฝนก็จะได้เห็นความเขียวขจีของทุ่งนา แต่ถ้ามาช่วงอากาศเย็นๆหน่อยก็จะได้เห็นทะเลหมอกสวยๆ ร้านมีระเบียงชมวิวที่สามารถมองเห็นหมู่บ้านสะปันและภูเขาโดยรอบ ซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปหลักของที่นี่
ลงจากบ่อเกลือโดยใช้เส้นทางถนนลอยฟ้าแม่จริม – สันติสุข
เดินทางขึ้นดอยภูคา ถ่ายรูปกับ ถนนหมายเลข 3 ของเมืองน่านเป็นถนนที่สวยมากอีกจุดหนึ่ง ด้วยความที่โค้งขึ้นเนินนั้นมีลักษณะคล้ายเลข 3 ทำให้จุดนี้เป็นที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยว ใครที่มาน่านก็ต้องแวะมาถ่ายรูปกัน จนกลายเป็นแลนด์มาร์กอีกจุดนึงที่ไม่ควรพลาด
ร้านกาแฟ เดอะวิวกิ่วม่วง (กาแฟหลักสิบวิวหลักล้าน) คาเฟ่วิวสวย มุมสูงของกิ่วม่วง ราคาหลักสิบ วิวหลักล้าน ที่เราจะสามารถมองเห็นดอยภูคาอยู่ด้านหน้า หากไปวันที่อากาศดี ๆ จะได้พบกับเหล่าบรรดาหมอกบริเวณยอดเขา และเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวทะเลหมอกยามเช้า
ถ่ายรูปกับ ประตูบาหลีเมืองน่าน ถ่ายรูปกับซุ้มประตูบาหลีเมืองน่าน ประตูสวรรค์น่าน แลนด์มาร์กที่เที่ยวใหม่ แรงบันดาลใจจากบาหลีเป๊ะเที่ยวร้านกาแฟ เดอะวิวกิ่วม่วง (กาแฟหลักสิบวิวหลักล้าน) คาเฟ่วิวสวย มุมสูงของกิ่วม่วง ราคาหลักสิบ วิวหลักล้าน ที่เราจะสามารถมองเห็นดอยภูคาอยู่ด้านหน้า หากไปวันที่อากาศดี ๆ จะได้พบกับเหล่าบรรดาหมอกบริเวณยอดเขา และเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวทะเลหมอกยามเช้า
เข้าเช็คอินท์ดอยซาง ฟาร์มสเตย์ คืนที่ 4
ทานอาหารเย็น มื้อที่ 7
ทานอาหารเช้า มื้อที่ 8
เที่ยวอำเภอเวียงสา ชมการทอผ้าทอมือ ที่ หมู่บ้านทอผ้า บ้านดอนไชยเวียงสา เป็นหนึ่งในแหล่งวัฒนธรรมพื้นบ้านที่สำคัญของภาคเหนือ โดยเฉพาะด้านการทอผ้าแบบดั้งเดิม ซึ่งสืบทอดภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษมายาวนาน มีจุดเด่นของหมู่บ้านผ้าทอบ้านดอนไชย ผ้าทอลายโบราณ ลายผ้าเฉพาะถิ่น เช่น ลายน้ำไหล ลายดอกแก้ว ลายลูกแก้ว ฯลฯ ซึ่งแสดงถึงอัตลักษณ์ของชาวไทลื้อในพื้นที่วิถีชีวิตพื้นบ้าน ชาวบ้านยังคงรักษาวิถีชีวิตเรียบง่าย มีการทอผ้าไว้ใช้เองในครัวเรือน และจำหน่ายเป็นรายได้เสริม
พระธาตุเจดีย์บิด (เป็นพระธาตุที่คนเวียงสาและคนทั่วไปมาขอพรจากสิ่งที่ร้ายให้กลายเป็นดี) ตามตำนานพระธาตุเจดีย์บิดกล่าวไว้ว่า ครั้งพุทธกาล พระสวกของพระพุทธเจ้าองค์หนึ่ง ออกจาริกเผยแพร่พระธรรมไปในที่ต่าง ๆ มาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำน่านทางทิศตะวันตก รุ่งเช้าท่านได้ออกรับบิณฑบาต ชาวบ้านตักบาตรเสร็จแล้ว พระสาวกรูปนั้นได้เหลือบไปเห็นชาวบ้าน แทะเล็มเมล็ดข้าวที่ติดหม้อ จึงรำพันกับตนเองว่า “หมู่บ้านนี้หนอ เขียมข้าว” ครั้นจาริกข้ามฝั่งแม่น้ำน่านขึ้นมาทางทิศตะวันออกถึงที่ดอนริมแม่น้ำเข้าพักอิริยาบถใต้ร่มไม้ นั่งพิจารณาสภาพต่าง ๆ อยู่นั้น ฉุกคิดขึ้นได้ว่า เมื่อตอนเช้าได้คิดคำว่าหมู่บ้านเขียมเอาไว้น่าจะเปลี่ยนเป็นคำเรียกใหม่มากกว่า เพราะคำว่า “เขียม” มีความหมายว่า “มีน้อย หายก” เกรงว่าจะเป็นบาปกรรมติดตัว ก็เลยเปลี่ยนเสียใหม่ว่า “หมู่บ้านแขม” น่าจะเป็นสิริมงคลมากว่า (ภายหลังได้ย้ายหนีน้ำท่วมไปตั้งที่ใหม่ เรียกชื่อบ้านว่า “หมู่บ้านพระเนตร “ หมู่ที่ ๔ ตำบลส้าน ส่วนสถานที่ใต้ร่มไม้ซึ่งเป็นที่พักอาศัยนั้น ต่อมาได้มีการสร้างเจดีย์ขึ้น เรียกว่า “พระเจดีย์บิด” คำว่า “บิด” มีความหมายว่า “เปลี่ยนไป ไม่ใช่ของเดิม” ครั้นต่อมาถูกน้ำเซาะตลิ่งพัง จึงได้ย้ายเจดีย์องค์นี้ไปไว้ในบริเวณวัดศรีบุญเรือง
ขม “ต้นผึ้งยักษ์” อีกหนึ่งจุด Unseen ของจังหวัดน่าน ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย
ดอยเสมอดาว ชมวิวดอยเสมอดาว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ตั้งอยู่ใน อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน ประเทศไทย เป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการชมพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก และการดูดาวตอนกลางคืน จุดเด่นของดอยเสมอดาว คือวิวทิวทัศน์ 360 องศา มองเห็นภูเขาสลับซับซ้อนและแม่น้ำน่าน การดูดาว เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ฟ้าเปิดและมีแสงสว่างน้อย ทำให้มองเห็นดาวได้ชัดเจนมาก เหมาะสำหรับการกางเต็นท์ มีลานกางเต็นท์ที่ได้รับความนิยมมากในช่วงฤดูหนาว และยังใกล้กับ ผาหัวสิงห์ อีกจุดชมวิวที่สวยงามในระยะเดินเท้าสั้น ๆ จากดอยเสมอดาว
เที่ยว แกรนด์แคนยอน เสาดินนาน้อย เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ตั้งอยู่ในอำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ประเทศไทย ลักษณะเด่นเป็น เสาดินรูปร่างแปลกตา ที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำฝนและลมตามธรรมชาตินานนับล้านปี รูปร่างคล้าย แพะเมืองผี จังหวัดแพร่ หรือ แกรนด์แคนยอนขนาดย่อม ดินในบริเวณนี้มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย ทำให้ถูกกัดเซาะได้ง่าย จนเกิดเป็น เสาและแท่งดินสูงต่ำสลับกัน มีรูปร่างสวยงามแปลกตา เป็นแหล่งธรณีวิทยาที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายภาพและธรรมชาติ อยู่ห่างจากตัวเมืองน่านประมาณ 60-70 กิโลเมตร ไปทางอำเภอนาน้อย แล้วขับเข้าทางหลวงหมายเลข 1083
เที่ยวถ้ำเชตะวัน (ครูบาน้อย) วัดถ้ำเชตะวัน (ครูบาน้อย) เป็นวัดและสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและศาสนา ตั้งอยู่ในจังหวัดน่าน ประเทศไทย ชื่อ "ถ้ำเชตะวัน" สื่อถึงถ้ำที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา และมีบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและการท่องเที่ยวเชิงจิตใจ จุดเด่นของวัดถ้ำเชตะวันมีถ้ำที่ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมหรือบำเพ็ญภาวนา ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ป่าไม้หรือภูเขา ทำให้มีบรรยากาศสงบ ร่มรื่น มีพระพุทธรูปหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในถ้ำให้ผู้คนกราบไหว้ เป็นจุดหมายของผู้ที่แสวงหาความสงบทางจิตใจ หรือผู้ที่สนใจปฏิบัติธรรม
สักการะ พระธาตุแช่แห้ง ณ วัดพระธาตุแช่แห้ง (พระธาตุปีเถาะ) เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนเนินทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน ในบริเวณที่เคยเป็นศูนย์กลางเมืองน่านเดิม หลังจากที่ย้ายมาจากเมืองปัว วัดพระธาตุแช่แห้งสร้างในสมัยพญาการเมือง (เจ้าผู้ครองนครน่าน พ.ศ. 1869-1902) เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระมหาชินธาตุเจ้า 7 พระองค์ พระพิมพ์เงินและพระพิมพ์ทอง ที่ได้รับพระราชทานจากพระมหาธรรมราชาลิไท เมื่อครั้งที่พญาการเมืองเสด็จไปช่วยสร้างวัดหลวงอภัย (วัดป่ามะม่วง จังหวัดสุโขทัย ในปัจจุบัน) เมื่อ พ.ศ. 1897 สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ได้แก่ พระบรมธาตุแช่แห้ง เป็นพระธาตุนักษัตรของคนเกิดปีเถาะ องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ทรงระฆัง รูปแบบของพระธาตุแช่แห้ง สันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลจากเจดีย์พระธาตุหริภุญชัย โดยรอบองค์บุด้วยทองจังโก (ทองดอกบวบ ทองเหลืองผสมทองแดง) ทางขึ้นสู่องค์พระธาตุเป็นตัวพญานาค หน้าบันเหนือประตูทางเข้าพระวิหารเป็นปูนปั้นลายนาคเกี้ยว ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของศิลปกรรมเมืองน่าน ชาวล้านนาเชื่อว่าหากได้เดินทางไป “ชุธาตุ” หรือนมัสการพระธาตุประจำปีเกิด จะได้รับอานิสงส์อย่างยิ่ง
สักการะพระธาตุวัดช้างค้ำ (วัดของเจ้าเมืองน่าน) เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ใน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน มีชื่อเต็มว่า "วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร" วัดพระธาตุช้างค้ำสร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรล้านนา ราวพุทธศตวรรษที่ 20 โดยเจดีย์ช้างค้ำได้รับอิทธิพลจากศิลปะสุโขทัยและศิลปะพม่า เป็นหนึ่งในวัดที่แสดงถึงความรุ่งเรืองของเมืองน่านในอดีต จุดเด่นของวัดพระธาตุช้างค้ำ เจดีย์ประธานของวัด มีรูปช้างครึ่งตัวโผล่ออกมาจากฐานรอบ ๆ เจดีย์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์แบบล้านนา อาคารและสิ่งก่อสร้างในวัดมีศิลปะแบบล้านนาผสมผสานกับศิลปะพม่า ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ และมีจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่
ชมภาพวาดหนานบัวผัน ที่วัดภูมินทร์กับกาลเวลากว่า 400 ปี ศรีเมืองน่านหลังจากพระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เจ้าผู้ครองนครเมืองน่าน องค์ที่ 40 และองค์ที่ 41 แห่งนครเมืองน่าน ขึ้นครองนครได้ 6 ปี ก็ได้สร้างวัดภูมินทร์ขึ้นในปี พ.ศ. 2139 ซึ่งตรงกับสมัยล้านนา รวมระยะเวลาจวบจนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2568) ก็มีอายุมากถึง 429 ปีแล้ว โดยที่มาของชื่อวัดนั้นมีปรากฏหลักฐานในคัมภีร์เมืองเหนือ ซึ่งได้กล่าวไว้ว่า "แต่เดิมวัดภูมินทร์มีชื่อว่า วัดพรหมมินทร์ ตามชื่อของเจ้าผู้ครองนคร แต่ก็ได้มีการเรียกชื่อเพี้ยนกันไปกลายเป็นวัดภูมินทร์ดั่งในปัจจุบัน" ซึ่งภายในวัดมีภาพจิตรกรรมที่สะดุดตาและมีชื่อเสียง คือ ปู่ม่านย่าม่าน (ภาพกระซิบรัก) เป็นผลงานของ "หนานบัวผัน" จิตรกรพื้นถิ่นเชื้อสายไทลื้อ ที่มีฝีมือการวาดภาพอันเป็นเอกลักษณ์ มีการใช้สีสันทันสมัย เช่น สีแดง ฟ้า ดำ และน้ำตาลเข้ม โดยภาพปู่ม่านย่าม่านมีลักษณะเป็นภาพชายหญิงคู่หนึ่งคล้ายกำลังกระซิบสนทนา ได้ฉายาว่าภาพ "กระซิบรักบันลือโลก"
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน อาคารแบบยุโรปสีขาวที่ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมท้องถิ่นเมืองน่านหลังนี้ คือสถานที่บรรจุสมบัติล้ำค่าอันเป็นมรดกตกทอดของน่านจากอดีตสู่ปัจจุบัน เดิมทีที่นี่คือ "หอคำ" อันเป็นที่ประทับและว่าราชการของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน โดยสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2475 และใช้เป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัดแห่งแรกของจังหวัดน่าน ต่อมาในปี พ.ศ. 2517 ได้รับการปรับปรุงอีกครั้งให้เป็นสถานที่ตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน โดยภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ แบ่งออกเป็นสองชั้น พื้นที่ชั้นล่างเป็นที่จัดแสดงชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่าต่าง ๆ ในจังหวัดน่าน รวมทั้งเทศกาลงานประเพณีที่สำคัญของจังหวัด เช่น การสืบชะตา การแข่งเรือ ส่วนชั้นบน จัดแสดงโบราณวัตถุสมัยต่าง ๆ ที่พบในจังหวัดน่าน ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงยุคเจ้าผู้ครองนครน่าน โดยมีวัตถุโบราณที่น่าดูน่าชมอย่างเช่น งาช้างดำ วัตถุมงคลคู่บ้านคู่เมืองน่าน เป็นงาช้างข้างซ้าย ยาว 94 เซนติเมตร วัดโดยรอบส่วนที่ใหญ่สุดได้ 47 เซนติเมตร มีน้ำหนัก 18 กิโลกรัม ได้มาในสมัยพระยาการเมือง เจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 5
ถ่ายรูปกับซุ้มลีลาวดี(ซุ้มดารา) เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตของนักท่องเที่ยว โดยต้นลีลาวดีนี้จะขึ้นเป็นแถวเรียงราย 2 ข้างทางเดิน และแผ่ขยายโค้งเข้าหากัน เป็นอุโมงค์ต้นไม้ที่สวยงามมาก
"สินค้าเมืองน่าน ของฝากคัดสรร" ร้านต้นน่าน จำหน่ายสินค้าและของฝาก ที่รวบรวมและคัดสรรจากผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนที่ดีที่สุดของ จ.น่าน มาไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นของกิน ของใช้ ของตกแต่ง ตลอดจนงานฝีมือที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของ จ.น่าน
ส่งสนามบินน่าน
99 หมู่ที่ 4 ตำบลกุดนกเปล้า อำเภอเมืองสระบุรี จ.สระบุรี 18000
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา