| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 25 ก.ค. 69 - 02 ส.ค. 69 | 96,900 บาท | 19,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 08 ส.ค. 69 - 16 ส.ค. 69 | 89,900 บาท | 19,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 20 ก.ย. 69 - 28 ก.ย. 69 | 87,900 บาท | 19,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 12 ต.ค. 69 - 20 ต.ค. 69 | 89,900 บาท | 19,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 19 ต.ค. 69 - 27 ต.ค. 69 | 89,900 บาท | 19,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
17.00 น. คณะผู้เดินทางพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ Q สายการบิน Qatar Airway โดยมีเจ้าหน้าที่มืออาชีพคอยให้การต้อนรับ และ อำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิดตลอดกระบวนการเช็คอิน
20:00 น ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ เที่ยวบินที่ QR835
22:55 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติฮามัด (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
02:15 น. นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินเบอร์ลินบรันเดินบวร์ค ประเทศเยอรมนี โดย สายการบิน Qatar Airway เที่ยวบินที่ QR079 เดินทางเหนือระดับด้วยบริการระดับเวิลด์คลาสตลอดเส้นทาง
(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง)
07.25 น. เดินทางถึง สนามบินเบอร์ลินบรันเดินบวร์ค ประเทศเยอรมนี นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและพิธีการทางศุลกากร และนำท่านขึ้นรถโค้ชเพื่อเดินทางสู่ กรุงเบอร์ลิน (Berlin) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เป็นศูนย์กลางสำคัญทางการเมือง การปกครองและวัฒนธรรมต่างๆ ของประเทศเยอรมัน ที่สำคัญคือมีความเป็นมาและมีประวัติศาสตร์มากมายเกี่ยวกับสงครามโลก
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่สถานที่ประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าอีกแห่งหนึ่งของโลก คือ กำแพงเบอร์ลิน (Berlin Wall) กำแพงคอนกรีตขนาดใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยตั้งตระหง่านแบ่งแยกเมืองหลวงของประเทศเยอรมนีออกเป็นสองส่วน กำแพงแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์สำคัญของยุคสงครามเย็น ซึ่งสะท้อนถึงความขัดแย้งทางการเมืองและอุดมการณ์ระหว่างโลกตะวันตกกับโลกตะวันออก โดยแบ่งเยอรมนีออกเป็น เยอรมนีตะวันตก และ เยอรมนีตะวันออก แม้ประชาชนทั้งสองฝั่งจะเป็นคนชาติเดียวกัน แต่กลับถูกแยกออกจากกันด้วยกำแพงนี้เป็นเวลากว่า 30 ปี หนึ่งในจุดที่ไม่ควรพลาด คือ East Side Gallery ซึ่งเป็นกำแพงเบอร์ลินส่วนที่ยาวที่สุดที่ยังคงอยู่ และได้รับการตกแต่งด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังจากศิลปินนานาชาติ เพื่อถ่ายทอดข้อความแห่งสันติภาพและเสรีภาพ นำท่าน ชมเช็คพอยท์ชาลี (Checkpoint Charlie) เป็นจุดตรวจผ่านแดนในอดีตในยุคสงครามเย็น ที่กั้นประชาชนชาวเยอรมัน 2 ฝ่าย คือฝั่งเสรีประชาธิปไตย (ฝั่งตะวันตก) ที่ฝ่ายสัมพันธมิตรดูแลอยู่ และฝ่ายคอมมิวนิสต์ (ฝั่งตะวันออก) ซึ่งประเทศรัสเซียดูแลอยู่และตั้งโดยองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO: North Atlantic Treaty Organization) ซึ่งเป็นองค์การที่ฝ่ายพันธมิตรซึ่งปกครองเยอรมนีตะวันตกในขณะนั้น จากนั้นนำท่านผ่านชม เบอร์ลินโดม (Berlin Dom) เป็นโบสถ์นิกายโปรเตสแตนต์ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเบอร์ลิน ที่นี่เป็นทั้งศาสนาสถานและแลนด์มาร์กของเมือง และยังเคยเป็นคริสตจักรประจำราชวงศ์โฮเอินท์ซ็อลเลิร์น (Hohenzollern dynasty) ราชวงศ์กษัตริย์แห่งปรัสเซียและเยอรมนี มีอายุเก่าแก่กว่า 500 ปี ชมความงดงามของมหาวิหาร ซึ่งได้รับการออกแบบและตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงและประณีต ด้านศิลปะและสถาปัตยกรรมในยุคนั้นได้อย่างน่าประทับใจ
พาทุกท่านถ่ายภาพ กับ ประตูเดนบวร์ค (Brandenburg Gate) เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และสัญลักษณ์ของประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเบอร์ลิน สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1788–1791 โดยคำสั่งของพระเจ้าฟรีดริช วิลเฮล์มที่ 2 แห่งปรัสเซีย เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ ประตูนี้ออกแบบในสไตล์นีโอคลาสสิก โดยได้รับแรงบันดาลใจจากประตูชัยของกรีกโบราณ มีเสาหินขนาดใหญ่ 12 ต้น และประดับด้วยรูปปั้นเทพีแห่งชัยชนะ (Quadriga) ขี่ม้าสี่ตัวบนยอดประตู
และพลาดไม่ได้กับการถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับ อาคารไรชส์ทาค (Reichstag) ซึ่งเป็นอาคารรัฐสภาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี อันเปี่ยมด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1884–1894 ด้วยศิลปะสถาปัตยกรรมแบบอิตาเลียนเรอเนสซองส์ อาคารแห่งนี้ถูกใช้เป็นรัฐสภามาตั้งแต่สมัยสาธารณรัฐไวมาร์ และยังคงเป็นสัญลักษณ์ของระบอบประชาธิปไตยของเยอรมนีจนถึงปัจจุบัน
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำทุกท่านเดินทางสู่ เมืองพอตสดัม (Potsdam) เมืองหลวงแห่งรัฐบรันเดนบูร์ก ซึ่งในอดีตเคยเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์และเจ้าผู้ครองแคว้นแห่งเยอรมนีอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 อันเปี่ยมไปด้วยความงดงามของสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า พาทุกท่านถ่ายภาพ พระราชวังซองซูซี (Schloss Sanssouci) เป็นผลงานชิ้นเอกสไตล์บาโรกของเฟรเดอริกมหาราช พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1745 ถึง 1747 โดยอิงตามการออกแบบอันมีวิสัยทัศน์ของจอร์จ เวนเซสเลาส์ ฟอน นอบเบลส์ดอร์ฟ โดยได้รับการออกแบบให้เป็นที่พักผ่อนและที่ประทับฤดูร้อน ชื่อ “ซองซูซี” ซึ่งแปลว่า “ไร้กังวล” สะท้อนถึงความปรารถนาของเฟรเดอริกที่ต้องการสถานที่แห่งความสงบสุขและวัฒนธรรม พระราชวังซองซูซีได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโกและเป็นหลักฐานสำคัญของประวัติศาสตร์ปรัสเซีย
นำทุกท่านถ่ายภาพ บริเวณด้านหน้าพระราชวังสวิงเกอร์ (Zwinger Palace) พระราชวังอันงดงามริมฝั่งแม่น้ำเอลเบอร์ สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1710–1732 โดยฝีมือของสถาปนิกและช่างแกะสลักผู้เชี่ยวชาญในยุคนั้น โดยมีแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเรือนกระจกของพระราชวังแวร์ซายส์ อันสะท้อนถึงความรุ่งเรืองและรสนิยมทางศิลปะของราชสำนักแห่งแคว้นแซกโซนี
นำทุกท่านเดินทางสู่ เมืองเดรสเดน (Dresden) เมืองหลวงแห่งรัฐซัคเซิน (Saxony) ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนานและเป็นที่ประทับของกษัตริย์แห่งแคว้นแซกโซนี คำว่า 'เดรสเดน' มีรากศัพท์จากภาษาซอร์เบียนโบราณ แปลว่า 'ผู้คนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ' โดยเมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ในหุบเขาของแม่น้ำเอลเบอร์ และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่งดงามที่สุดของประเทศเยอรมนี จนได้รับสมญานามว่า “ฟลอเรนซ์แห่งแม่น้ำเอลเบอร์” นำทุกท่านถ่ายภาพ โบสถ์ฟราวเอนเคียร์เชอ (Frauenkirche Dresden) โบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์โปรเตสแตนต์ของนิกายลูเทอแรน ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเดรสเดิน ประเทศเยอรมนี โดยถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองและเป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของสถาปัตยกรรมแบบบาร็อคเยอรมัน โบสถ์หลังนี้เคยได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนจะได้รับการบูรณะฟื้นฟูอย่างประณีต จนกลับคืนสู่ความงดงามดั่งเดิม และกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการฟื้นฟู ความหวัง และสันติภาพของเมืองเดรสเดินในยุคปัจจุบัน
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Ramada by Wyndham Dresden หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำทุกท่านออกเดินทางสู่ กรุงปร๊าก (Prague) เมืองหลวงอันงดงามของสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งตั้งอยู่ริมสองฟากฝั่งของแม่น้ำวัลตาวา (Vltava) อันเงียบสงบ ก่อนเข้าสู่การชมความยิ่งใหญ่ของ 'ปราสาทปราก' (Prague Castle) ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 885 โดยเจ้าชายบริโวจ เป็นสถานที่ที่เคยใช้เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ในยุคต่างๆ แห่งจักรวรรดิโบฮีเมียในสมัยกลาง นำทุกท่านเข้าชม ปราสาทแห่งกรุงปราก (Prague Castle) ได้รับการยกย่องให้เป็นปราสาทโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นโดยเจ้าชายบอริวอยในช่วงศตวรรษที่ 9 ด้วยศิลปะสถาปัตยกรรมแบบโกธิคอันวิจิตร ในอดีตปราสาทแห่งนี้เคยใช้เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์แห่งโบฮีเมีย และในปัจจุบันได้รับการปรับเปลี่ยนให้เป็นที่พำนักอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเช็ก ทั้งยังเป็นศูนย์กลางของประวัติศาสตร์และอำนาจทางการเมืองที่สำคัญของประเทศ
นำทุกท่านชม มหาวิหารเซนต์วิตัส (St. Vitus Cathedral) มหาวิหารเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสไตล์โกธิกเมื่อปี ค.ศ. 1929 ซึ่งถือเป็นศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์และทรงคุณค่ายิ่งสำหรับชาวเช็กทุกคน มหาวิหารแห่งนี้เป็สถานที่ฝังพระบรมศพของกษัตริย์เช็กหลายพระองค์ และยังเป็นที่เก็บรักษามงกุฎเพชรแห่งราชวงศ์โบฮีเมีย ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 หลังจากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่เขตเมืองเก่าของกรุงปราก เพื่อสัมผัสบรรยากาศแห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันงดงามที่สืบทอดมายาวนาน
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (ท้องถิ่น) เมนูพิเศษ!!! เป็ดย่างสไตล์โบฮีเมียน
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ สะพานชาร์ลส์ (Charles Bridge) สะพานโบราณอันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของกรุงปราก ซึ่งทอดข้ามแม่น้ำวัลตาวาอย่างสง่างาม สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 14 ของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 จุดเด่นของสะพานชาร์ลส์คือการประดับประดาด้วยรูปปั้นนักบุญจำนวน 28 องค์ เรียงรายอยู่ตลอดแนวสะพาน สะท้อนถึงความศรัทธาทางศาสนาและศิลปะในยุคกลางได้อย่างงดงาม ทั้งยังเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนปราก
นำทุกท่านชม จัตุรัสเมืองเก่าแห่งกรุงปร๊าก (Prague Old Town Square) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Star Msto คือศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญของเมือง โดยล้อมรอบด้วยอาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่อายุกว่า 600–700 ปี ไม่ว่าจะเป็นสไตล์โกธิก เรอเนสซองส์ หรือบาโรก ล้วนแสดงถึงความรุ่งเรืองในอดีตของกรุงปรากอย่างงดงาม นำทุกท่านชม อนุสาวรีย์ยานฮุส (Jan Hus Memorial) อนุสรณ์สถานสำคัญกลางจัตุรัสเมืองเก่า ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงยานฮุส ผู้นำการปฏิรูปศาสนาในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 15 ท่านเป็นบุคคลผู้กล้าท้าทายอำนาจของศาสนจักรในยุคนั้น
นำทุกท่านชม หอนาฬิกาดาราศาสตร์แห่งกรุงปร๊าก (Prague Astronomical Clock) หนึ่งในหอนาฬิกายุคกลางที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดในโลก ตั้งอยู่บริเวณหอคอยศาลาว่าการเมืองเก่า โดยในทุก ๆ ชั่วโมง นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกจะมารอชมการแสดงเชิงกลไกอันวิจิตร ที่มีรูปปั้นของนักบุญทั้งสิบสององค์ปรากฏตัวออกมาเคลื่อนไหวรอบเวทีเล็ก ๆ บนหน้าปัดอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของการมาเยือนกรุงปร๊าก
นำทุกท่านเดินทางสู่ เมืองเชสกี้ ครุมลอฟ (esk Krumlov) เมืองเล็กที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก อีกหนึ่งสมบัติล้ำค่าของสาธารณรัฐเช็ก อดีตเคยเป็นศูนย์กลางด้านการปกครอง การพิพากษาคดี และการจัดเก็บภาษีของภูมิภาค ก่อนจะได้รับการประกาศให้เป็นเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์อย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1963 และฟื้นฟูความรุ่งเรืองอีกครั้งภายหลังการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของประเทศ จากนั้นนำท่าน ถ่ายภาพกับ ปราสาทครุมลอฟ (Cesky Krumlov Castle) อันยิ่งใหญ่ ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาโค้งคุ้งแม่น้ำวัลตาวา ปราสาทแห่งนี้ผ่านการเปลี่ยนมือเจ้าของและการต่อเติมหลายยุคหลายสมัย แต่ยังคงรักษาความงดงามและเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จากนั้นพาทุกท่านเดินชมบรรยากาศอันน่าหลงใหลของ ย่านเมืองเก่า ซึ่งเรียงรายไปด้วยอาคารเก่าแก่ ร้านค้าท้องถิ่น และของที่ระลึกให้ทุกท่านได้เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้าหรือถ่ายภาพตามอัธยาศัย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (ท้องถิ่น) เมนูพิเศษ!!! MENU MIXED GRILL สไตล์โบฮีเมียน
ที่พัก : Hotel Grand Cesky Krumlov // Hotel Dvok esk Krumlov หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำทุกท่านออกเดินทางสู่ กรุงบราติสลาวา (Bratislava) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสโลวาเกีย ตั้งอยู่บนสองฝั่งของแม่น้ำดานูบอันสวยงาม กรุงบราติสลาวาเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของประเทศ นำทุกท่านขึ้นไปถ่ายภาพเป็นที่ระลึกบริเวณด้านหน้าของ ปราสาทแห่งบราติสลาวา(Bratislava Castle) ปราสาทอันโดดเด่นซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาในแนวเทือกเขาคาร์เพเธียน ริมฝั่งแม่น้ำดานูบ โดยตัวปราสาทมีลักษณะเป็นอาคารรูปทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ มีหอคอยสูง 80 เมตรทั้งสี่มุม โดดเด่นด้วยการผสมผสานทางสถาปัตยกรรมระหว่างสไตล์โกธิก เรอเนสซองส์ และบาโรกอย่างงดงาม
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ กรุงบูดาเปสต์ (Budapest) เมืองหลวงที่งดงามของประเทศฮังการี ซึ่งตั้งอยู่สองฟากฝั่งของแม่น้ำดานูบอันยิ่งใหญ่ โดยแม่น้ำสายนี้ได้แบ่งเมืองออกเป็นสองฝั่ง คือ ‘บูดา’ และ ‘เปสต์’ ที่เชื่อมโยงกันด้วยสะพานหลากหลายแห่งที่มีความงดงามทางสถาปัตยกรรม กรุงบูดาเปสต์ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่มีทัศนียภาพงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป
นำทุกท่านเดินทางสู่ ฮีโร่สแควร์ (Heroes’ Square) หรือ จัตุรัสวีรบุรุษ สถานที่สำคัญที่เป็นดั่งสัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองของกรุงบูดาเปสต์ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความกล้าหาญของบรรพบุรุษชาวแมกยาร์ทั้ง 7 เผ่า ผู้ร่วมกันก่อตั้งชาติฮังการีในอดีตจัตุรัสแห่งนี้โดดเด่นด้วยเสาหลักสูงตระหง่าน และล้อมรอบด้วยกลุ่มประติมากรรมของผู้นำเผ่าทั้งเจ็ด พร้อมด้วยบุคคลสำคัญอื่น ๆ ในประวัติศาสตร์ของประเทศ นำทุกท่านเดินทางขึ้นสู่บริเวณ คาสเซิลฮิลล์ (Castle Hill) จุดชมวิวสำคัญของกรุงบูดาเปสต์ที่ตั้งอยู่บนฝั่งบูดา ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่ง จากนั้นนำชม 'ป้อมชาวประมง' หรือ 'ฟิชเชอร์แมนบาสเตียน' (Fisherman’s Bastion) สถาปัตยกรรมอันวิจิตรงดงามที่สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงความกล้าหาญของเหล่าชาวประมงผู้เสียสละชีวิตปกป้องเมืองจากการรุกรานของกองทัพมองโกลในปี ค.ศ. 1241–1242 ป้อมแห่งนี้ยังเป็นจุดชมวิวที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง
นำท่านชม อนุสาวรีย์พระเจ้าสตีเฟ่น ปฐมกษัตริย์แห่งฮังการี ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้วางรากฐานของประเทศ ภาพพระองค์ทรงม้าประดิษฐานอย่างโดดเด่นเป็นสง่าอยู่บริเวณหน้าป้อมฟิชเชอร์แมนบาสเตียน ซึ่งถือเป็นจุดแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงบูดาเปสต์ จากนั้นนำท่านถ่ายภาพ กับ มหาวิหารเซนต์แมทเทียส(Matthias Church) หนึ่งในโบสถ์เก่าแก่และงดงามที่สุดของฮังการี
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (ท้องถิ่น) เมนูพิเศษ!!! กุลาซซุป อาหารประจำชาติฮังการี
ที่พัก : Park Inn By Radisson Budapest // Lion's Garden Hotel หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำทุกท่าน ล่องเรือชมความงามของแม่น้ำดานูบ (Danude River Cruise) แม่น้ำสายประวัติศาสตร์ที่ไหลผ่านใจกลางกรุงบูดาเปสต์ เพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามของอารยธรรมฮังการีที่เรียงรายอยู่ทั้งสองฟากฝั่งของแม่น้ำ พร้อมเก็บภาพความประทับใจของสถานที่สำคัญต่าง ๆ ตลอดเส้นทาง นอกจากนี้ ท่านยังจะได้ ชม สะพานเชน (Chain Bridge) สะพานถาวรแห่งแรกที่เชื่อมระหว่างฝั่งบูดาและฝั่งเปสต์ สร้างขึ้นโดยวิศวกรชาวอังกฤษ วิลเลียม เทียร์นีย์ คลาร์ก (William Tierney Clark) โดยใช้เหล็กทั้งหมดนำเข้าจากประเทศอังกฤษ
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ Outlet Parndorf แหล่งช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังในราคาสุดพิเศษ ท่านจะได้เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นคุณภาพจากแบรนด์ระดับโลกมากมาย อาทิ Lacoste, Samsonite, McGregor, Prada, New Balance, Hallhuber, Gucci, Michael Kors, Guess, Polo Ralph Lauren, Geox, Bally, Armani, Burberry, Camel, Timberland, Vans, Levi’s, Diesel, Nike, Adidas และอื่น ๆ อีกมากมาย พร้อมทั้งมีเวลาให้ทุกท่านได้เลือกสรรของใช้ ของฝาก หรือของที่ระลึกอย่างเต็มที่ตามอัธยาศัย
นำท่านออกเดินทางสู่ กรุงเวียนนา (Vienna) นครหลวงอันงดงามของประเทศออสเตรีย เมืองที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและดนตรีของยุโรป เวียนนาเป็นบ้านเกิดของ โยฮันน์ สเตราส์ (Johann Strauss) คีตกวีเอกผู้ได้รับสมญานามว่า “บิดาแห่งเพลงวอลทซ์แห่งเวียนนา” ผู้สร้างสรรค์บทเพลงคลาสสิกอันไพเราะ
ค่ำ อิสระในการรับประทานอาหารค่ำ เพื่อให้ทุกท่านได้ใช้เวลาในการเลือกซื้อสินค้าและเดินช้อปปิ้งอย่างสะดวกสบายตามอัธยาศัย
ที่พัก : IntercityHotel Wien // Hotel Mercure Wien Westbahnhof หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเข้าชม พระราชวังเชินบรุนน์ (Schnbrunn Palace) พระราชวังฤดูร้อนอันงดงามของราชวงศ์ฮัปส์บวร์ก หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเวียนนา พระราชวังแห่งนี้มีห้องมากถึง 1,400 ห้อง ภายในได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของราชวงศ์ในอดีต นำท่านชมความงดงามของห้องสำคัญต่าง ๆ อาทิ ห้องทรงงาน, ห้องบรรทม, ห้องแกลลอรี่, ห้องมิลเลียน, ไชนีสรูม, และ ห้องบอลรูม ซึ่งใช้จัดงานเลี้ยงเต้นรำและแสดงดนตรีจนถึงปัจจุบัน ทุกห้องได้รับการตกแต่งอย่างประณีต พร้อมจัดแสดงเครื่องเรือนโบราณอันทรงคุณค่าอย่างครบครัน จากนั้นนำทุกท่านถ่ายภาพ พระราชวังเบลเวเดียร์ (Belvedere Palace) หนึ่งในสถาปัตยกรรมบาโรกที่งดงามที่สุดของออสเตรีย สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 ปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติ จัดแสดงผลงานศิลปะชิ้นเอกของออสเตรียตั้งแต่ยุคกลางจนถึงยุคปัจจุบัน ชมผลงานอันเลื่องชื่อของศิลปินระดับโลก อาทิ กุสตาฟ คลิมท์ (Gustav Klimt) โดยเฉพาะภาพ “The Kiss” อันโด่งดัง รวมถึงผลงานของ Monet, Renoir, Schiele, Kokoschka และศิลปินเอกอีกมากมาย
จากนั้นนำท่านเที่ยวชมทัศนียภาพของ กรุงเวียนนา (Vienna) เมืองหลวงอันงดงามของประเทศออสเตรีย โดยนำท่านผ่านชมสถานที่สำคัญต่าง ๆ ตลอดเส้นทางบน “ถนนวงแหวน” (Ringstrasse) เส้นทางประวัติศาสตร์ที่ล้อมรอบเขตเมืองเก่า ท่านจะได้ ผ่านชม โรงอุปรากรแห่งเวียนนา,พระราชวังฮอฟบวร์ก,อาคารรัฐสภาออสเตรีย, ศาลาว่าการเมืองเวียนนา,มหาวิทยาลัยเวียนนา, โบสถ์เซนต์สตีเฟน,ศาลสูงแห่งออสเตรีย นำท่านเดินทางสู่ สวนสาธารณะสตัดปาร์ค (Stadtpark) สวนสาธารณะอันร่มรื่นใจกลางกรุงเวียนนา ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจยอดนิยมของชาวเมืองและนักท่องเที่ยว โดดเด่นด้วยภูมิทัศน์ที่สวยงาม รายล้อมด้วยไม้ดอกไม้ประดับและสถาปัตยกรรมกลางสวน โดยเฉพาะ อนุสาวรีย์ของโยฮันน์ สเตราส์ บุตร นักประพันธ์เพลงผู้มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินสำคัญที่ไม่ควรพลาดในการเยือนเวียนนา ชมความงดงามของ มหาวิหารเซนต์สตีเฟน (St. Stephen’s Cathedral) หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของกรุงเวียนนา และเป็นศูนย์กลางแห่งศรัทธาทางศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกของประเทศออสเตรีย มหาวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิกผสมผสานกับสไตล์โรมานสก์ มีความโดดเด่นด้วย ยอดแหลมสูงกว่า 136 เมตร และ หลังคากระเบื้องลวดลายเรขาคณิตหลากสี ที่กลายเป็นภาพจำของกรุงเวียนนา
นำท่านสู่ ถนนคาร์ทเนอร์สตรีท (Krntner Strasse) ถนนสายประวัติศาสตร์ที่มีต้นกำเนิดตั้งแต่สมัยโรมัน ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงให้เป็นถนนคนเดินอย่างสมบูรณ์ ปูด้วยหินเรียงรายสวยงาม
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (ท้องถิ่น) เมนูพิเศษ!!! ซีโครงหมูอบสไตล์เวียนนา PORK RIBS
นำท่านออกเดินทางสู่ หมู่บ้านฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) หมู่บ้านเล็กริมทะเลสาบที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ตั้งอยู่ในรัฐอัปเปอร์ออสเตรีย (Upper Austria) รายล้อมด้วยขุนเขาและทะเลสาบที่สวยงามราวภาพวาด นำท่านเดินทางเข้าสู่เมือง โรเซนไฮม์ (Rosenheim) เมืองเล็กแสนอบอุ่นและเงียบสงบในแคว้นบาวาเรีย ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำอินน์ (Inn River) ท่ามกลางภูมิประเทศที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์ ทำให้เมืองนี้มีทัศนียภาพสวยงามเป็นอย่างยิ่ง
บริเวณจุดชมวิวแห่งนี้ ขอความกรุณาทุกท่านงดส่งเสียงดัง เพื่อไม่รบกวนความสงบของพื้นที่ และโปรดหลีกเลี่ยงการเข้าไปถ่ายภาพภายในบ้านเรือนของชุมชนท้องถิ่น เพื่อเป็นการให้เกียรติและรักษามารยาทต่อเจ้าของบ้าน
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (ท้องถิ่น) เมนูพิเศษ!!! ปลาเทราซ์ย่างเกลือและเนย
ที่พัก : Das Wiesgauer Alpenhotel Inzell // Hotel St. Georg GmbH หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมือง การ์มิช-พาร์เท่นเคียร์เช่น (Garmisch-Partenkirchen) เมืองชนบทแสนสงบทางตอนใต้ของรัฐไบเอิร์น ประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ติดกับพรมแดนประเทศออสเตรีย เมืองแห่งนี้โอบล้อมด้วยขุนเขาแอลป์อันงดงาม และขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งใน แหล่งเล่นสกีที่ดีที่สุดในเยอรมนีการ์มิชฯ เคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในปี ค.ศ. 1936 และยังคงมีบรรยากาศแบบรีสอร์ทฤดูหนาวที่คึกคักทุกปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกนิยมเดินทางมาเล่นสกีหรือสัมผัสหิมะ นำท่านเดินทางขึ้นสู่ยอดเขา ซุกสปิตเซ่ (Zugspitze) ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศเยอรมนี และยังเป็นหนึ่งในยอดเขาสำคัญของเทือกเขาแอลป์ ด้วยความสูง 2,962 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เมื่อขึ้นสู่ยอดเขา ท่านจะได้สัมผัสกับวิวพาโนรามาอันน่าทึ่ง ที่สามารถมองเห็น ได้ไกลถึง 4 ประเทศ ได้แก่ เยอรมนี ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ และอิตาลี นอกจากนี้ ยังสามารถมองเห็น ทะเลสาบไอบ์เซ่ (Eibsee) ซึ่งเป็นทะเลสาบสีฟ้าอมเขียวเข้มที่งดงามราวกับภาพวาด ตั้งอยู่เบื้องล่างของยอดเขา ท่ามกลางเทือกเขาแอลป์และธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ยอดเขาแห่งนี้ มีหิมะปกคลุมเกือบตลอดทั้งปี โดยในฤดูหนาวจะหนาแน่นและขาวโพลน เหมาะแก่การเล่นสกีและกีฬาฤดูหนาว จึงทำให้ซุกสปิตเซ่เป็น ศูนย์กลางกีฬาฤดูหนาวอันดับหนึ่งของเยอรมนี เมื่อได้เวลาอันสมควร นำท่านลงจากยอดเขา เพื่อเดินทางไปรับประทานอาหาร พร้อมเก็บภาพประทับใจกลับไปเป็นความทรงจำแสนงดงามของการพิชิตยอดเขาสูงสุดแห่งเยอรมนี
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าชม ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) ปราสาทในฝันกลางเทือกเขาแอลป์ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอันเลื่องชื่อของแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย ในปี ค.ศ. 1869 โดยพระองค์ทรงต้องการสร้างปราสาทที่สะท้อนถึงโลกแห่งเทพนิยายอันงดงามปราสาทแห่งนี้มีความโดดเด่นด้วย สถาปัตยกรรมแบบนีโอโกธิคผสมโรมาเนสก์ รายล้อมด้วยภูเขาและธรรมชาติอันบริสุทธิ์ จนเป็นต้นแบบของปราสาทในการ์ตูนดิสนีย์ที่ทั่วโลกรู้จัก
นำท่านเดินทางสู่ เมืองฟุสเซ่น (Fssen) เมืองเล็กๆ ที่แสนโรแมนติกในแคว้นบาวาเรียตอนใต้ของประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ใกล้ชายแดนประเทศออสเตรีย โอบล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์และธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์เมืองฟุสเซ่นขึ้นชื่อในเรื่องของความงดงามของภูมิประเทศและบรรยากาศชนบทที่เงียบสงบ สองข้างทางเต็มไปด้วย ขุนเขาเขียวขจี ทุ่งหญ้า และบ้านเรือนสไตล์บาวาเรียนดั้งเดิม ที่ดูราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด
กรณีคิว เข้าชมภายในปราสาทนอยชวานชไตน์เต็ม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนโปรแกรม โดยนำทุกท่านไปถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับปราสาทนอยชวานชไตน์จากภายนอก และนำท่านเข้าชมภายใน ปราสาทโฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau Castle) แทน ตัวปราสาทนั้นตั้งอยู่ใกล้กันบนเนินเขาอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งปราสาทแห่งนี้เป็นพระราชวังฤดูร้อนในวัยเยาว์ของพระเจ้าลุดวิกที่ 2 และเป็นสถานที่ที่พระองค์ทรงได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างปราสาทนอยชวานชไตน์ในภายหลัง
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (ท้องถิ่น) เมนูพิเศษ!!! ขาหมูเยอรมัน+เบียร์
ที่พัก : Best Western Plus Hotel Fuessen หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชมความสวยงามของ เมืองมิวนิค (Munich) เมืองหลวงแห่งแคว้นบาวาเรีย และเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญที่สุดของประเทศเยอรมนี เมืองแห่งนี้ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับมนต์เสน่ห์ของประวัติศาสตร์ไว้อย่างลงตัวมิวนิคมีชื่อเสียงในด้านสถาปัตยกรรม ศิลปวัฒนธรรม และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจระดับโลก จากนั้นให้ท่านได้ อิสระท่องเที่ยวบริเวณจัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ (Marienplatz) ซึ่งถือเป็นหัวใจของนครมิวนิค และเป็นจุดเริ่มต้นทั้งในแง่ของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการค้าธุรกิจของเมือง อิสระช้อปปิ้งคาร์ลส์พลัทซ์ – มาเรียนพลัทซ์ ที่เต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์เนมและสินค้าพื้นเมือง ร้านอาหาร และคาเฟ่เก๋ๆ ที่ให้นักท่องเที่ยวได้ผ่อนคลาย เดินเล่น ถ่ายรูป หรือเลือกซื้อของฝากอย่างเพลิดเพลินในบรรยากาศแบบยุโรปสุดคลาสสิก
ได้เวลานัดหมายอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ สนามบินมิวนิค ประเทศเยอรมนี เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทางกลับสู่ประเทศไทย
16.50 น. ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ เที่ยวบินที่ QR058
23.20 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติฮามัด (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
02.30 น. นำท่านออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดย สายการบิน Qatar Airway QR836 เดินทางเหนือระดับด้วยบริการระดับเวิลด์คลาสตลอดเส้นทาง
12.55 น. เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ จบทริปสุดประทับใจ พร้อมความทรงจำอันงดงามจากการเดินทาง
99 หมู่ที่ 4 ตำบลกุดนกเปล้า อำเภอเมืองสระบุรี จ.สระบุรี 18000
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา