| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 24 ก.ค. 69 - 01 ส.ค. 69 | 127,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 11 ส.ค. 69 - 19 ส.ค. 69 | 122,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 24 ก.ย. 69 - 02 ต.ค. 69 | 121,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 13 ต.ค. 69 - 21 ต.ค. 69 | 125,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 19 ต.ค. 69 - 27 ต.ค. 69 | 125,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
21.30 น. คณะผู้เดินทางพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ สายการบิน Thai Airways (TG) โดยมีเจ้าหน้าที่มืออาชีพคอยให้การต้อนรับ และ อำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิดตลอดกระบวนการเช็คอิน
00:40 น. นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินมิลาโนมัลเปนซา ประเทศอิตาลี โดย สายการบิน Thai Airways (TG) เที่ยวบินที่ TG940 เดินทางเหนือระดับด้วยบริการระดับเวิลด์คลาสตลอดเส้นทาง
07.35 น. เดินทางถึง สนามบินมิลาโนมัลเปนซา ประเทศอิตาลี นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและพิธีการทางศุลกากร และนำท่านขึ้นรถโค้ชเพื่อเดินทางสู่ นำท่านเดินทางสู่ “เมืองปิซ่า” เพื่อชมหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง คือ “หอเอนแห่งเมืองปิซ่า” สัญลักษณ์อันโดดเด่นของประเทศอิตาลี ซึ่งโด่งดังไปทั่วโลก ภายในหอเอนมีเสาหินอ่อนที่ได้รับการแกะสลักอย่างวิจิตรงดงาม โดยฝีมือของจิตรกรผู้มีชื่อเสียงในยุคนั้นสำหรับสาเหตุที่หอเอนแห่งนี้เอียง เกิดจากการทรุดตัวของฐานรากภายหลังการก่อสร้าง ทำให้ตัวหอเอียงออกจากแนวดิ่งประมาณ 14 ฟุต แม้จะผ่านมาเป็นเวลานาน แต่หอก็ยังคงตั้งอยู่ได้อย่างมั่นคง และกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องมาเยือน นำท่าน เข้าชม จัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม (Piazza del Duomo Pisa) ศาสนสถานที่สำคัญที่สุดของเมือง ซึ่งจัตุรัสแห่งนี้จะประกอบไปด้วย หอศีลจุ่ม วิหาร และหอระฆัง ซึ่งที่นี่มีหอระฆังที่โด่งดังระดับโลก นั้นคือ หอระฆังเอน แห่งเมืองปิซ่านำท่านชมบริเวณรอบหอระฆังแห่งนี้พร้อมเก็บรูปเป็นที่ระลึกกับ หอเอนเมืองปีซ่า (LEANING TOWER OF PISA) หอระฆังทรงกระบอก 8 ชั้น กลายเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นและได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่เมืองฟลอเรนซ์ (Florence) เมืองหลวงแห่งแคว้นทัสคานี ซึ่งปัจจุบันได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนที่ได้รับความนิยมสูงสุดของโลก แม้จะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาจำนวนมาก แต่เมืองฟลอเรนซ์ยังคงสามารถอนุรักษ์สถาปัตยกรรมและงานศิลปะอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม จนได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) โดยเฉพาะในเขตเมืองเก่าที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง สถานที่สำคัญที่ไม่ควรพลาด คือ มหาวิหาแห่งเมืองฟลอเรนซ์ (Cathedral of Santa Maria del Fiore) หรือที่รู้จักกันในนาม "ดูโอโม่" (Duomo) ซึ่งถือ เป็นสัญลักษณ์สำคัญของ
จากนั้นนำท่านชม พระราชวังเก่า ปาลาซโซ เวคคิโอ (Palazzo Vecchio) ซึ่งสร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 13 ถึงต้นศตวรรษที่ 14 เคยเป็นที่พำนักของตระกูลเมดิชี (Medici) ผู้มีอิทธิพลสูงสุดในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา ปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ได้รับการดัดแปลงให้เป็น ศาลาว่าการเมืองฟลอเรนซ์ และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมภายใน ซึ่งเต็มไปด้วยภาพวาดฝาผนัง งานแกะสลัก และสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ บริเวณด้านหน้าของพระราชวัง คือ จัตุรัสเปียซซา เดลลา ซิญญอเรีย (Piazza della Signoria) ซึ่งเป็นจัตุรัสรูปตัว L ที่รายล้อมด้วยผลงานประติมากรรมยุคเรอเนสซองส์อันวิจิตรตระการตา หนึ่งในผลงานเด่นคือ รูปปั้นเดวิด (Statue of David) ฉบับจำลองของไมเคิลแองเจโล (Michelangelo) ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคเรอเนสซองส์
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง โบโลญญา (Bologna) เมืองโบโลญญา เมืองหลวงแห่งแคว้นเอมีเลีย-โรมาญา (Emilia-Romagna) ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี เป็นเมืองที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และอาหารท้องถิ่นอันเลื่องชื่อ
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Holiday Inn Bologna Fiera // Best Western Plus Tower Hotel Bologna หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเวนิสเมสเตร้ (Venice Mestre) ซึ่งตั้งอยู่บนแผ่นดินใหญ่ของเมืองเวนิส อันเป็นเมืองหลวงของแคว้นเวเนโต จากนั้นมุ่งหน้าสู่ ท่าเรือตรอนเคตโต้ (Tronchetto) เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการล่องเรือสู่เกาะเวนิส หรือ เวเนเซีย (Venezia) เมืองแสนโรแมนติกที่ไม่เหมือนใครในโลกเวนิสเป็นเมืองที่ใช้เรือแทนรถ และคลองแทนถนน ได้รับสมญานามว่า “ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก” เมืองแห่งนี้ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะ และเชื่อมต่อกันด้วยสะพานมากกว่า 400 แห่ง เรือจะพาท่านล่องผ่านบ้านเรือนริมคลองของชาวเวนิส
พร้อมชมทัศนียภาพอันเป็นเอกลักษณ์ ก่อนขึ้นฝั่งที่บริเวณ “ซานมาร์โค” (San Marco) ใจกลางของเกาะเวนิส นำท่านเดินชมเสน่ห์ของเกาะแห่งนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมเก็บภาพประทับใจ ณ จัตุรัสเซ็นต์มาร์ค (St. Mark’s Square) ที่จักรพรรดินโปเลียนเคยกล่าวยกย่องว่าเป็น “ห้องรับแขกที่สวยที่สุดในยุโรป” และยังเป็นที่ตั้งของ “มหาวิหารซันมาร์โค” (San Marco Basilica) สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่นักบุญมาร์โค หรือ นักบุญมาร์ค หนึ่งในสิบสองอัครสาวกของพระเยซูคริสต์ สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ไบแซนไทน์ที่งดงามและหาชมได้ยาก ตัวมหาวิหารจะเชื่อมกับ พระราชวังดอร์จ (Doge’s Palace) พระราชวังแบบเวนิส-โกธิคที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ประทับของยุคแห่งเวนิสครั้งที่เมืองนี้ยังเป็น สาธารณะรัฐเวนิส ก่อนได้รับการปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์และเปิดอย่างเป็นทางการในปี 1923
สะพานถอนหายใจ (Bridge of Sighs) สะพานซุ้มโค้งที่เชื่อมระหว่างพระราชวังดอร์ดและเรือนจำ จากนั้นเชิญท่านสัมผัสกับเสน่ห์ของคลองเวนิสอันแสนโรแมนติก ผ่านประสบการณ์สุดพิเศษกับการ “นั่งเรือกอนโดล่า” (Gondola) พาหนะคู่เมืองที่มีชื่อเสียงระดับโลก พร้อมเพลิดเพลินกับบรรยากาศและทิวทัศน์อันงดงามของเวนิส
หมายเหตุ: ค่าบริการนั่งเรือกอนโดล่าไม่รวมอยู่ในราคาทัวร์ หากท่านสนใจสามารถแจ้งกับหัวหน้าทัวร์เพื่อให้ช่วยประสานงานบริการอย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากมิจฉาชีพที่อาจแอบแฝงมาในบริเวณสถานที่ท่องเที่ยว
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (ท้องถิ่น) เมนูพิเศษ!!! พิซซ่าอิตาเลียน+สปาเก็ตตี้หมึกดำ
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ เวโรนา (Verona) เป็นเมืองเล็กๆ ในแคว้นเวเนโต ประเทศอิตาลี ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยองค์การ UNESCO มีสมญานามว่า “Little Roman” โดยยังคงสภาพสถาปัตยกรรมจากสมัยโรมันไว้อย่างสมบูรณ์ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ Casa di Giulietta หรือ บ้านของจูเลียต ซึ่งตั้งอยู่บนถนน Via Cappello ณ เมืองเวโรนา ประเทศอิตาลี ด้วยความบรรเจิดทางวรรณศิลป์ของ วิลเลียม เชกสเปียร์ กวีเอกของโลก จึงได้นำสถานที่แห่งนี้มาสร้างเป็นฉากสำคัญในโศกนาฏกรรมรักเรื่อง โรมิโอและจูเลียต อันโด่งดัง ส่งผลให้บ้านหลังนี้กลายเป็นสถานที่ที่ผู้คนจากทั่วโลกต่างมุ่งหน้าไปเยี่ยมชม เพื่อสัมผัสบรรยากาศแห่งความรักและจินตนาการที่ถูกถ่ายทอดผ่านบทประพันธ์อันเป็นอมตะ
จากนั้นนำทุกท่านเดินผ่านชมสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองเวโรนา Arena di Verona สนามกีฬากลางแจ้งอันยิ่งใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณ Piazza Bra ใจกลางเมืองเวโรนา อัฒจันทร์แห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมศิลปะโรมันโบราณที่ทรงคุณค่าที่สุดแห่งหนึ่ง โดยมีอายุยาวนานกว่า 2,000 ปี และสามารถรองรับผู้ชมได้มากกว่า 15,000 คน Arena di Verona มีขนาดใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศอิตาลี โดยจัดอยู่ในกลุ่ม 1 ใน 3 ของสนามกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ ปัจจุบันยังคงถูกใช้งานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในฐานะสถานที่จัดแสดงคอนเสิร์ตและการแสดงโอเปร่าอันเลื่องชื่อระดับโลก
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองมิลาน (Milan) มิลานเป็นเมืองสำคัญทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บนที่ราบลอมบาร์ดี โดยชื่อ "มิลาน" มีรากศัพท์มาจากภาษาของชาวเซลต์ คือ "Mid-Lan" ซึ่งมีความหมายว่า “กลางที่ราบ”เมืองมิลานมีชื่อเสียงระดับโลกในด้านแฟชั่น ศิลปะ และวัฒนธรรม และยังเป็นหนึ่งในเมืองหลักทางเศรษฐกิจของอิตาลีอีกด้วย นำท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึกบริเวณด้านหน้าของ “มหาวิหารมิลาน” (Duomo di Milano) หนึ่งในมหาวิหารสไตล์กอธิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ค่าทัวร์ไม่รวมค่าเข้าชมในของมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน)
นอกจากนั้นให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปที่ แกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล ที่ 2 (Galleria Vittorio Emanuele II) ซึ่งนับเป็นศูนย์การค้าที่เก่าแก่ หรูหรา และงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองมิลาน มีแบรนด์เนมชั้นนำ อาทิ Prada, Versace, Armani, Dolce & Gabbana, Valentino Gucci, LOUIS VUITTON, Swarovski และอีกมากมาย
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองโคโม่ (Como) เมืองตากอากาศริมทะเลสาบที่มีชื่อเสียงของประเทศอิตาลี
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Holiday Inn Milan Nord-Zara // Hotel Cruise หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองโคโม่ (Como) เมืองตากอากาศริมทะเลสาบที่มีชื่อเสียงของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแคว้นลอมบาร์เดีย (Lombardy) ใกล้พรมแดนประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แวะถ่ายภาพทะเลสาบโคโม่ (Lake Como) ซึ่งเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่มีความสวยงามและโรแมนติกที่สุดในประเทศอิตาลี โอบล้อมด้วยภูเขาและหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งลดหลั่นอยู่ริมฝั่งทะเลสาบ พร้อมบรรยากาศเงียบสงบและทิวทัศน์ที่งดงามดุจภาพวาด ถือเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติและทัศนียภาพอันน่าประทับใจ
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ ฟ๊อกซ์ทาวน์ เอ้าท์เลท (Fox Town Outlet) แหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง ภายในศูนย์การค้าแบบเอาต์เล็ตขนาดใหญ่ ท่านสามารถเลือกช้อปปิ้งสินค้าแฟชั่น เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ รองเท้า รวมถึงสินค้าหลากหลายประเภทจากแบรนด์ชั้นนำ อาทิ Gucci, Prada, Burberry, Armani, Nike, Adidas และอื่น ๆ อีกมากมาย อิสระให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้า ตามอัธยาศัย ท่ามกลางบรรยากาศที่สะดวกสบายและครบครัน
เที่ยง อิสระกับอาหารกลางวัน เพื่อความสะดวกในการใช้เวลาอย่างเต็มที่ในการช้อปปิ้ง
จากนั้นเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น (Luzern) เมืองลูเซิร์นถือเป็นหนึ่งในเมืองที่งดงามและมีเสน่ห์ที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยทัศนียภาพที่สวยงามของทะเลสาบและภูเขาโดยรอบ ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี นำท่านชมและถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับ อนุสาวรีย์สิงโต (Lion Monument) หรือ Lwendenkmal ที่เรียกว่า เลอเวินเด็งค์มาล หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองลูเซิร์น อนุสาวรีย์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญและความซื่อสัตย์ของทหารรับจ้างชาวสวิส ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องพระราชวังตุยเลอรี (Tuileries Palace) ระหว่างเหตุการณ์ปฏิวัติฝรั่งเศส เมื่อปี ค.ศ. 1792 นำท่านเดินทางสู่ สะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองลูเซิร์น และได้รับการยกย่องว่าเป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 สะพานแห่งนี้ทอดยาวข้ามแม่น้ำรูสส์ (Reuss River) มีความโดดเด่นด้วยโครงสร้างไม้ที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิม และหลังคาทรงลาดที่ปกคลุมตลอดแนวสะพาน ภายในประดับด้วยภาพวาดสามเหลี่ยมซึ่งสื่อถึงประวัติศาสตร์ของเมืองและเหตุการณ์สำคัญทางศาสนาในอดีต อิสระให้ท่านได้เดินชมเมืองและเลือกซื้อสินค้า ตามอัธยาศัย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร เมนูพิเศษ!!! อาหารไทยรสชาติถึงใจ
ที่พัก : Astoria Hotel // Radisson Blu Lucerne // Hotel Seeburg Luzern หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ หมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนน (Lauterbrunnen) ผ่านชมหนึ่งในหมู่บ้านที่มีความงดงามและเงียบสงบที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตลอดเส้นทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันสวยงามของธรรมชาติ ทุ่งหญ้าเขียวขจี บ้านไม้แบบสวิส และภูเขาสูงที่โอบล้อมหมู่บ้านไว้อย่างงดงาม นำท่านผ่านชม น้ำตกชเตาบ์บาค (Staubbach Waterfall) หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของหมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนน ซึ่งเป็นน้ำตกที่มีความสูงถึง 297 เมตร ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันอย่างอ่อนช้อยราวกับม่านน้ำโปร่งใส สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนอย่างยิ่ง
จากนั้นนำท่านเดินสู่ สถานีรถไฟเลาเทอร์บรุนเนน เพื่อโดยสาร รถไฟฟันเฟืองสายพิเศษ (Cogwheel Railway) ขบวนพิเศษที่ออกแบบด้วยกระจกบานใหญ่เป็นพิเศษ เพื่อให้ท่านสามารถชมทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาแอลป์ได้อย่างเต็มอิ่ม นำท่านเดินทางสู่ ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfraujoch) ที่ได้ชื่อว่าเป็น "สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป" โดยยอดเขาแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น "มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป" โดยองค์การยูเนสโก ระหว่างทาง นำท่าน เปลี่ยนขบวนรถไฟ ณ สถานีไคลน์ไชเด็ค (Kleine Scheidegg) เพื่อโดยสารรถไฟฟันเฟืองอีกขบวน ซึ่งจะนำท่านเดินทางลอดอุโมงค์ที่ถูกขุดเจาะผ่านภูเขาโดยวิศวกรชาวสวิส ณ ความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 3,454 เมตร สู่ สถานีรถไฟยอดเขาจุงเฟรา (Jungfraujoch Station) ซึ่งตั้งอยู่บนความสูง 11,333 ฟุต หรือประมาณ 3,454 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ยอดเขาจุงเฟรา มีความหมายว่า “สาวน้อย” (The Maiden) เป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักเดินทางจากทั่วโลก ที่จะได้สัมผัสกับหิมะตลอดทั้งปี และได้รับการยกย่องว่าเป็น Top of Europe
จากนั้นนำท่าน เข้าชม “ถ้ำน้ำแข็ง 1,000 ปี” (Ice Palace) หนึ่งในไฮไลต์สำคัญบนยอดเขาจุงเฟรา ซึ่งเป็นถ้ำที่เกิดขึ้นจากการแกะสลักภายใต้ธารน้ำแข็งอันเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 1,000 ปี ตั้งอยู่ลึกลงไปประมาณ 30 เมตรใต้ธารน้ำแข็งภายในถ้ำเต็มไปด้วยงานศิลปะจากน้ำแข็งแกะสลักอย่างประณีตในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์น้ำแข็งหรือประติมากรรมอันงดงามที่แสดงถึงความสามารถและความพิถีพิถันของช่างฝีมือ ท่านสามารถเก็บภาพประทับใจไว้เป็นที่ระลึกท่ามกลางบรรยากาศอันเย็นฉ่ำและน่าตื่นตาตื่นใจ จากนั้นนำท่านโดยสารลิฟต์ขึ้นสู่ชั้นบนของอาคาร ให้ท่านได้สัมผัสกับ ลานหิมะพลาโต (Snow Plateau) บนเขาจุงเฟรารับอากาศบริสุทธิ์และชมทัศนียภาพของ ธารน้ำแข็งอะเล็ตช์ (Aletsch Glacier) อย่างใกล้ชิด ธารน้ำแข็งแห่งนี้ถือเป็นธารน้ำแข็งที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกทางธรรมชาติ โดยองค์การยูเนสโก ด้วยความยาวกว่า 22 กิโลเมตร
อะเล็ตช์กลายเป็นหนึ่งในภูมิทัศน์ธรรมชาติที่งดงามและยิ่งใหญ่ที่สุดของยุโรป ท่านจะมีเวลาอิสระเพื่อเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนลานหิมะ ท่ามกลางบรรยากาศที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตลอดทั้งปี พร้อมเก็บภาพความทรงจำอันประทับใจภายในอาคาร Jungfraujoch – Top of Europe ยังมีห้องนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การสร้างเส้นทางรถไฟขึ้นสู่ยอดเขาจุงเฟรา ตลอดจนร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชื่อดังของสวิตเซอร์แลนด์ อาทิ ร้านช็อกโกแลตลินด์ (Lindt Swiss Chocolate Heaven) และร้านของที่ระลึก
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนเขาจุงเฟรา
ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางลงจากยอดเขาจุงเฟราโดย รถไฟฟันเฟือง สู่ สถานีไอเกอร์ (Eiger Station) จากนั้นเปลี่ยนการเดินทางเป็นการโดยสาร นั่งกระเช้าไฟฟ้า Eiger Express เพื่อชมวิวแบบพาโนรามาของเทือกเขาแอลป์ โดยใช้เวลาในการเดินทางเพียง 12 นาที ท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพของภูเขา ทุ่งหญ้า และหมู่บ้านที่กระจายตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติระหว่างเส้นทางสู่ สถานีกริลเดลวาลด์กรุนด์ (Grindelwald Grund)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองสตราสบูร์ก (Strasbourg) เมืองหลวงแห่งแคว้นแกรนด์เอสต์ (Grand Est) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งตั้งอยู่ใกล้พรมแดนประเทศเยอรมนี สตราสบูร์กเป็นเมืองที่มีความสำคัญทั้งทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการเมือง โดยเฉพาะในฐานะที่เป็นที่ตั้งของรัฐสภายุโรป (European Parliament) อีกทั้งยังมีเมืองเก่าซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO)
จากนั้นนำท่านเก็บภาพความประทับใจ ณ มหาวิหารนอทร์-ดามแห่งสตราสบูร์ก (Cathdrale Notre-Dame de Strasbourg) หนึ่งในผลงานสถาปัตยกรรมแบบกอธิกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุโรป โดดเด่นด้วยหอระฆังสูงที่เคยเป็นสิ่งปลูกสร้างที่สูงที่สุดในโลกช่วงศตวรรษที่ 17 ภายในมหาวิหารมีนาฬิกาดาราศาสตร์โบราณ (Astronomical Clock) อันวิจิตร และกระจกสีบานใหญ่ที่งดงาม ถือเป็นจุดแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Holiday Inn Strasbourg // Hilton Strasbourg หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางสู่มหานครปารีส (Paris) เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส ศูนย์กลางแห่งศิลปะ แฟชั่น วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์อันยาวนาน โดยเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูง TGV (Train Grande Vitesse) ซึ่งเป็นระบบขนส่งทางรางที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศส โดดเด่นด้วยความสะดวกรวดเร็วและความปลอดภัย ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพระหว่างทางสู่เมืองแห่งแสงสีอย่างสะดวกสบาย
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางเพื่อ เข้าชมภายในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Louvre Museum) หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปารีส เดิมเคยเป็นพระราชวังหลวงในสมัยราชวงศ์ฝรั่งเศส ก่อนจะได้รับการปรับเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะในปัจจุบัน ภายในจัดแสดงผลงานระดับโลกมากมาย อาทิ ภาพวาดโมนาลิซา (Mona Lisa) ของเลโอนาร์โด ดา วินชี รูปปั้นเทพวีนัสแห่งมิโล (Venus de Milo) และสฟิงซ์แห่งอียิปต์โบราณ ให้ท่านได้ดื่มด่ำกับศิลปะจากหลากหลายอารยธรรมทั่วโลกอย่างจุใจ
นำท่านเพลิดเพลินกับการ ช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี ณ ร้าน Benlux Louvre Duty Free ที่คัดสรรสินค้าคุณภาพระดับพรีเมียมจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำของโลกไว้ให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็น น้ำหอม เครื่องสำอาง เสื้อผ้า กระเป๋าเดินทาง และ สินค้าแฟชั่นแบรนด์เนม อื่น ๆ อีกมากมาย โดยทุกท่านสามารถเลือกซื้อของฝากหรือของใช้ส่วนตัวได้อย่างอิสระพร้อมทั้งรับสิทธิพิเศษด้านราคาและบริการปลอดภาษี
นำท่าน “ล่องเรือชมแม่น้ำแซนน์” (Seine River Cruise) สัมผัสอีกหนึ่งประสบการณ์สุดประทับใจในการชมความงดงามของมหานครปารีสจากมุมมองที่แตกต่าง โดยการล่องเรือไปตามลำน้ำแซนน์ซึ่งไหลผ่านใจกลางกรุงปารีส บรรยากาศระหว่างการล่องเรือจะทำให้ท่านได้สัมผัสถึงเสน่ห์ของปารีสในอีกแง่มุมหนึ่งที่งดงาม อ่อนช้อย และเปี่ยมด้วยมนต์ขลัง เหมาะแก่การเก็บภาพความทรงจำตลอดเส้นทาง ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงเหตุผลที่ปารีสได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งใน มหานครที่โรแมนติกและงดงามที่สุดของโลก
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (ท้องถิ่น) เมนูพิเศษ!!! หอยเอสคาร์โก้ + สเต็กให้ท่านได้เลือก เนื้อ, เป็ด, ปลา และไก่ + ไวน์แดงฝรั่งเศส
จากนั้นนำทุกท่านขึ้นสู่หอไอเฟล ชั้นที่ 2 (Eiffel Tower Level 2) แลนด์มาร์กสำคัญของกรุงปารีสและสัญลักษณ์อันโด่งดังของประเทศฝรั่งเศส ให้ท่านได้ชมวิวมุมสูงของมหานครปารีสแบบพาโนรามา เพลิดเพลินกับทัศนียภาพของแม่น้ำแซน อาคารสถาปัตยกรรมอันงดงาม และบรรยากาศเมืองหลวงที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์จากมุมมองอันน่าประทับใจ
ที่พัก : Mercure Paris La Defense หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเข้าชมความงดงามของ “พระราชวังแวร์ซายย์” (Palace of Versailles) หนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก และได้รับการยกย่องให้เป็น หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ ด้วยความยิ่งใหญ่ โอ่อ่า และงดงามของตัวอาคาร พร้อมทั้งสวนสไตล์ฝรั่งเศสที่ได้รับการออกแบบและตกแต่งไว้อย่างประณีตและมีเอกลักษณ์พระราชวังแห่งนี้ได้รับการก่อสร้างขึ้นในสมัย พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งราชวงศ์บูร์บง ผู้ทรงมีพระราชประสงค์ให้พระราชวังแวร์ซายย์เป็นสัญลักษณ์แห่งพระราชอำนาจและความรุ่งเรืองของราชสำนักฝรั่งเศส โดยใช้สถาปัตยกรรมแบบบาโรกผสานความอลังการในทุกรายละเอียดของการออกแบบ
ภายในการเยี่ยมชม ท่านจะได้รับฟังคำบรรยายจาก ไกด์ประจำพระราชวัง ซึ่งจะนำท่านชมห้องต่าง ๆ อันทรงคุณค่าทางศิลปะและประวัติศาสตร์ อาทิ ห้องเฮอร์คิวลีส (Hercules Room) ซึ่งประดับด้วยจิตรกรรมฝาผนังขนาดใหญ่และงดงาม ห้องวีนัส (Venus Room) ที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนและโคมไฟระย้าอันหรูหรา ห้องอพอลโล (Apollo Room) ซึ่งเป็นห้องบัลลังก์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ห้องนโปเลียน (Napoleon Room) ที่แสดงถึงอิทธิพลของจักรวรรดิฝรั่งเศส
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสทรอกาเดโร (Trocadro) จุดชมวิวหอไอเฟล ที่งดงามและโด่งดังที่สุดในกรุงปารีส ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวและช่างภาพจากทั่วโลก ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ตรงข้ามหอไอเฟลโดยไม่มีสิ่งปลูกสร้างบดบัง ทําให้สามารถชื่นชมและเก็บภาพ หอไอเฟล (Eiffel Tower) ได้อย่างเต็มตาและงดงามในทุกมุมมอง บริเวณจัตุรัสทรอกาเดโรแห่งนี้ ในอดีตเคยใช้เป็นสถานที่จัดงานสำคัญระดับประเทศมาแล้วหลายครั้ง แต่สิ่งที่ทำให้พื้นที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง คือ ทัศนียภาพอันโดดเด่นของหอไอเฟล ที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนและสวยงามเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกดินที่แสงเงาสะท้อนลงบนโครงสร้างโลหะของหอ ทำให้ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าชวนประทับใจอย่างยิ่ง
จากนั้นนำท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับ ประตูชัยอาร์กเดอทรียงฟ์ (Arc de Triomphe) หนึ่งในแลนด์มาร์กที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งกรุงปารีส ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณ จัตุรัสชาร์ลส์ เดอ โกลล์ (Place Charles de Gaulle) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของวงเวียนที่เชื่อมต่อถนนสายสำคัญทั้งสิ้น 12 สายของเมืองเข้าไว้ด้วยกัน โดยมี ถนนช็องเซลีเซ่ (Avenue des Champs-lyses) เป็นถนนสายหลักที่ทอดยาวออกจากประตูชัยแห่งนี้
เที่ยง อิสระกับอาหารกลางวัน เพื่อความสะดวกในการใช้เวลาอย่างเต็มที่ในการช้อปปิ้ง
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ห้างสรรพสินค้าแกลลารี ลาฟาแยตต์ (Galeries Lafayette) ห้างสรรพสินค้าชื่อดังระดับโลกใจกลางกรุงปารีส ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นสวรรค์ของนักช้อป ด้วยอาคารสถาปัตยกรรมอันงดงามและหรูหราในสไตล์อาร์ตนูโวอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมรวบรวมสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำไว้อย่างครบครัน อาทิ Chanel, Louis Vuitton, Herms, Gucci, Dior, Prada, Longchamp และอื่น ๆ อีกมากมาย
ค่ำ อิสระสำหรับมื้อค่ำตามอัธยาศัย เพื่อให้ทุกท่านได้ใช้เวลาช้อปปิ้งอย่างเต็มที่และสะดวกสบาย
ที่พัก : Mercure Paris La Defense หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ได้เวลานัดหมายอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานชาร์ล เดอ โกล (Charles de Gaulle Airport) เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทางกลับสู่ประเทศไทย
13.40 น. ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย เที่ยวบินที่ TG931
05.55 น. เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ จบทริปสุดประทับใจ พร้อมความทรงจำอันงดงามจากการเดินทาง
99 หมู่ที่ 4 ตำบลกุดนกเปล้า อำเภอเมืองสระบุรี จ.สระบุรี 18000
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา