ทัวร์สเปนเหนือ

ทัวร์สเปนเหนือ - บริษัท โคโลเนียล แทรเวล แอนด์ เซอร์วิส กรุ๊ป จำกัด
รหัสทัวร์
002-34167
วันที่เดินทาง
เม.ย.70
ช่วงเวลา
11 วัน 8 คืน
เดินทางโดย
Qatar Airways (QR)

ไฮไลท์ทริป ห้ามพลาด

  • มาดริด - เซโกเบีย - บายาโดริด - บูร์โกส - ซาน เซบาสเตียน - บิลเบา - ซานตานเดอร์ - กิฆอน - โอเวียโด - ลัวการ์ - อาโกรุญญา - วิโก - ซานดิเอโก้ เดอ คอมโพสเตลล่า - ลูโก้ - อัสตอร์กา - ลีออง - ซาลามังก้า - อาวิลา
  • สะพานส่งน้ำโรมันแห่งเซโกเบีย - มหาวิหารซานตามาเรียแห่งเซโกเบีย - พลาซามายอร์ บายาโดริด - โบสถ์ซานปาโบล - มหาวิทยาลัยบายาโดลิด - มหาวิหารแห่งบูร์โกส - ปาร์เต เวียคา - จัตุรัสพลาซา เด ลา คอนสติตูซิออน - มหาวิหารซานตามาเรียเดลโคโร - ศาลาว่าการเมืองซานเซบาสเตียน - ทัวร์ชิมอาหาร Pixtos & Tapas - พิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ บิลเบา - วิหารเซนต์เจมส์ - ล่องเรือชมอ่าวซานตานเดอร์ - อารามซานโต โตริบิโอ เด ลีเอบานา - กระเช้าปิโกส เด ยูโรปา - จัตุรัสเดลมาร์เกส - วิหารแห่งโอเวียโด - หอคอยเฮอร์คิวลีส - โรงบ่มไวน์กรานบาซาน - ชิมไวน์ - คาสโก เวลโล - โบสถ์ซานดิเอโก้ เดอ คอมโพสเตลล่า - พลาซา มายอร์ ลูโก้ - มหาวิหารซานตามาเรีย - พระราชวังเกาดี - มหาวิหารอัสตอร์กา - สะพานโรมันซาลามังกา - วิหารเก่าซาลามังกา - วิหารใหม่ซาลามังกา - กำแพงเมืองอาวิลา - พลาซา เดอ ซานตา เทเรซา - จัตุรัสพลาซา มายอร์ มาดริด - ปูเอต้าเดลซอล - Las Rozas Village
  • มื้อพิเศษ : ทัวร์ชิมอาหารพื้นเมือง Pixtos & Tapas พร้อมเครื่องดื่ม - ชิมไวน์กรานบาซาน 4 ชนิด พร้อมอาหารว่างแบบกาลิเซีย

เลือกวันเดินทาง

วันเดินทางไป - กลับ ผู้ใหญ่ท่านละ พักเดี่ยวเพิ่มเงิน ราคาเด็กท่านละ
08 เม.ย. 70 - 18 เม.ย. 70159,900 บาท29,900 บาทสอบถามเพิ่มเติมจอง

แผนการเดินทาง

18.00 คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ (เคาเตอร์ Q) พร้อมเจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง

21.10 เดินทางสู่กรุงโดฮา โดยสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส เที่ยวบิน QR 833

00.15 เดินทางถึงกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ รอเปลี่ยนเครื่อง (1 ชั่วโมง)

01.30 เดินทางสู่กรุงมาดริด ประเทศสเปนโดยสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส เที่ยวบิน QR147

08.00 ถึงสนามบินกรุงมาดริด (Madrid) เมืองหลวงของประเทศสเปน หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าสัมภาระเรียบร้อยแล้วแล้ว นำท่านเดินทางสู่เมือง “เซโกเบีย” (Segovia) (92 กม.) เมืองที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของแมดริด ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกในปี 1985 โดยยูเนสโก เมืองเซโกเบียเป็นเมืองที่มีประวัติความเป็นมาเก่าแก่ นำทุกท่านชม “สะพานส่งน้ำโรมัน” (Acueducto de Segovia) ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 โดยไม่มีการใช้กาวหรือวัสดุเชื่อมหินแต่ละก้อนแต่อย่างใด จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นสิ่งก่อสร้างทางวิศวกรรมโดยชาวโรมันที่สำคัญที่สุดของสเปน และยังมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดอีกด้วย รางส่งน้ำประกอบขึ้นจากหินแกรนิตกว่า 25,000 ก้อน มีความยาว 818 เมตร มีโค้ง 170 โค้ง จุดที่สูงที่สุดสูงถึง 29 เมตร จุดเริ่มต้นของรางส่งน้ำนี้ เริ่มตั้งแต่นอกเมือง แล้วลำเลียงส่งน้ำเข้ามาในเมือง รางส่งน้ำแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซโกเบีย และเป็นไฮไลท์หลักของเมือง นำท่านชมเขตเมืองเก่าของเซโกเบียมีลักษณะเป็นซอกซอยเล็กๆ บางซอยถนนปูด้วยหินก้อนใหญ่ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในยุคโบราณ ในตัวเมืองมีโบสถ์ มีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจ มีทั้งสถาปัตยกรรมแบบโรมัน ยิว คริสต์ นำท่านชม(ภายนอก) มหาวิหารซานตามาเรียแห่งเซโกเบีย (Catedral de Santa Mara) มหาวิหารแห่งนี้เป็นมหาวิหารสไตล์โกธิคแห่งสุดท้ายที่สร้างขึ้นในสเปน (สร้างขึ้นในปี 1768)

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นเดินทางสู่เมือง “บายาโดริด” (116 ก.ม.) (Valladolid) เมืองหลักของทั้ง-ของแคว้นคาสตีล-เลออน เข้าสู่ พลาซามายอร์ (Plaza Mayor) จัตุรัสที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองเก่า เป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญๆ เช่น ศาลาว่าการของเมืองบายาโดลิด, หอนาฬิกา, พิพิธภัณฑ์ และอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก ชม “โบสถ์ซานปาโบล” (San Pablo Church) โบสถ์เก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี 1445 - 1468 ตัวอาคารโดดเด่นไปด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิค ด้านหน้าตกแต่งด้วยรูปปั้นและแท่นไม้กางเขนขนาดใหญ่ แวะถ่ายรูปกับ มหาวิทยาลัยบายาโดลิด (University of Valladolid) เป็นมหาวิทยาลัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศสเปน และเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ.1241 โดยพระเจ้าอัลฟองโซที่ 8 แห่งคาสติลญ่า

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พัก : HOTEL NOVOTEL VALLADORID หรือที่พักระดับใกล้เคียง

*** ทัวร์ชิมอาหารพื้นเมือง (Pixtos & Tapas) และเครื่องดื่ม ***

เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเดินทางสู่เมือง “บูร์โกส” (Burgos) (120 กม.) อดีตเมืองหลวงของอาณาจักร Castilla-Leon ที่รวมแคว้นกันเป็นเวลาห้าศตวรรษ ซึ่งมีผลงานชิ้นเอกของสถาปัตยกรรมโกธิกแบบสเปน ‘มหาวิหารแห่งบูร์โกส’ (Catedral de Burgos) ซึ่งได้รับเลือกจากองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปีค.ศ.1984 มหาวิหารแห่งนี้สร้างอุทิศให้แก่พระแม่มารีสถาปัตยกรรมของมหาวิหารเป็นแบบสถาปัตยกรรมโกธิค ซึ่งรวมถึงโดมที่เต็มไปด้วยดวงดาวซึ่งครอบคลุมหลุมฝังศพของ El Cid วีรบุรุษของชาวสเปน วิหารแห่งนี้สร้างในสมัยพระเจ้าเฟอร์นันโดที่ 3 แห่งคาสตีล ในปี ค.ศ.1221

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย หลังอาหารเดินทางสู่เมืองซาน เซบาสเตียน (San Sebastin) (213 กม.) เป็นเมืองตากอากาศริมอ่าวบิสเคย์ในแคว้นบาสก์ที่เป็นภูเขาของสเปน เมืองนี้มีชื่อเสียงจากหาดปลายา เด ลา คอนชา (Playa de la Concha) และปลายา เดอ ออนดาร์เรตา (Playa de Ondarreta) ซึ่งเป็นชายหาดที่มีทางเดินริมอ่าวที่สวยงาม และร้านอาหารระดับโลกที่บริหารงานโดยเชฟผู้สร้างสรรค์ ร้านค้าหรูหราอยู่ติดกับบาร์ปินโช่ที่มีชีวิตชีวา ซึ่งจับคู่ไวน์ท้องถิ่นกับอาหารพื้นเมืองรสเลิศ เข้าสู่ศูนย์กลางเมืองเก่า “ปาร์เต เวียคา” (Parte Vieja) ผังเมืองปัจจุบันของย่านเมืองเก่ามาจากศตวรรษที่ 19 ชม “จัตุรัสพลาซา เด ลา คอนสติตูซิออน” (Plaza de la Constitucin) คือหัวใจสำคัญของเมือง จัตุรัสแห่งนี้จึงเป็นหนึ่งในจัตุรัสที่มีชื่อเสียงที่สุดของซานเซบาสเตียน มีอาคารสำคัญหลายแห่ง เช้น โบสถ์ซานวิเซนเต (Iglesia de San Vicente) หนึ่งในโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในซานเซบาสเตียน สร้างขึ้นในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 16, มหาวิหารซานตามาเรียเดลโคโร (Baslica de Santa Mara del Coro) อาคารที่ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบโกธิก ชูร์ริเกเรสค์ และนีโอคลาสสิก และส่วนหน้าอาคารแบบบาโรก ชมศาลาว่าการเมืองซานเซบาสเตียน อาคารคาสิโนเก่า ซึ่งสร้างขึ้นระหว่างปี 1882 ถึง 1887 (ปัจจุบันเป็นที่ทำการของศาลาว่าการเมือง) เป็นหนึ่งในอาคารที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีที่สุดในซานเซบาสเตียน พิเศษ...นำท่านร่วมทัวร์ชิมอาหารซาน เซบาสเตียน “Do Eat Better Experience” ค้นพบและสัมผัสเมืองนี้เหมือนคนท้องถิ่นอย่างแท้จริง ลิ้มลองอาหารว่าง (Pixtos) ที่เป็นเอกลักษณ์ของเมือง และได้ลองทานทาปาส () และเครื่องดื่มหลากหลายชนิด พร้อมได้เกล็ดความรู้ด้านอาหารจากไกด์ท้องถิ่น ซึ่งสามารถอธิบายรายละเอียดทุกอย่างของร้านอาหารที่เลือก วิธีการปรุง และเรื่องน่าสนใจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นการผสมผสานระหว่างอาหารคุณภาพสูงเพื่อแสดงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นอย่างแท้จริง

ค่ำ บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

ที่พัก : OCCIDENTAL HOTEL, BILBAO หรือที่พักระดับใกล้เคียง

เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเดินทางสู่เมือง “บิลเบา” (Bilbao) (110 กม.) นำท่านชมเมืองที่ใหญ่ที่สุดในแค้วนปกครองตนเองหรือแคว้นบาสก์ แวะถ่ายรูปกับ อาคารพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ (Guggenheim Bilbao) ตั้งอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำเนร์บีออน เป็นอาคารที่ผู้คนทั่วโลกยกย่องให้เป็นอาคารที่น่าทึ่งที่สุดแห่งศตวรรษที่ ชมย่านเมืองเก่า ที่ล้อมรอบด้วยอาคารเก่าแก่ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 ชมวิหารเซนต์เจมส์ “Catedral de Santiago (St. James' Cathedral) สไตล์กอทิก เป็นอาคารที่มีความเก่าแก่ที่สุดในเมืองบิลเบา และโบสถ์เซนต์นิโคลัส “Iglesia de San Nicols” ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 เป็นศิลปะสไตล์บาโรกผสมผสานกับนีโอคลาสสิกสไตล์ดูหรูหราและขรึมขลัง ในอดีตชาวประมงมักจะมาขอพรให้โชคดีก่อนออกเรือทุกครั้ง

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย หลังอาหารเดินทางสู่เมืองซานตานเดร์ (Santander) (100 กม.) เป็นเมืองหลวงของแคว้นกันตาเบรีย หนึ่งในเมืองที่สวยงามที่สุดของประเทศ ในสมัยที่โรมันปกครองโดยอาณานิคม “พอร์ตุส วิกโตรีเอ” (Portus Victoriae) ชาวโรมันได้สร้างท่าเรือที่มีชื่อเสียงในเมืองนี้ ทำให้ซานตานเดอร์กลายเป็นเมืองท่าอย่างที่เห็นในปัจจุบัน เมืองนี้มีชื่อเสียงในด้านความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ คฤหาสน์ที่สง่างาม และสถาปัตยกรรมพระราชวังอันเป็นเอกลักษณ์ นำท่านเข้าสู่ท่าเรืออ่าวซานตานเดอร์ “ล่องเรือชมอ่าวซานตานเดอร์” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอ่าวที่สวยงามที่สุดในโลก (1 ชั่วโมง) เริ่มต้นและสิ้นสุดที่ท่าเรือในซานตานเดอร์ โดยเรือจะไปตามแนวชายฝั่งสู่ใจกลางอ่าว ผ่านเมืองปูเอร์โตชิโก (City of Puerto Rico) ชมสถานที่น่าสนใจมากมาย เช่น พระราชวังมาดาเนลา (Magdanella Palace) ชายหาดซาร์ดิเนโร (Sardinero), โลเรโด (Loredo), โซโม (Somo) และเอลปุนตัล (El Puntal) จนกระทั่งถึงศูนย์ศิลปะโบติน ซึ่งเป็นศูนย์ศิลปะและสถานที่พบปะสังสรรค์ที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติในซานตานเดอร์ ฟังคำบรรยายจากไกด์ที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น พร้อมชมทิวทัศน์มุมกว้างอันน่าทึ่งของอ่าวซานตานเดอร์

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พัก: NH CIUDAD DE SANTADER หรือที่พักระดับใกล้เคียง

เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเดินทางสู่ อารามซานโต โตริบิโอ เด ลีเอบานา (Monastery of Santo Toribio de Liebana) อารามที่เก่าแก่ที่สุดในสเปน สถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางการแสวงบุญที่สำคัญ และเป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของนิกายโรมันคาทอลิกในยุโรป เนื่องจากที่นี่มีชิ้นส่วนฝั่งซ้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ของไม้กางเขนที่พระเยซูถูกตรึงกางเขนซึ่งเป็นชิ้นส่วนของไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์ที่พระเยซูถูกตรึงกางเขน และรู้จักกันในชื่อ “ลิกนัม ครูซิส” (lignum crucis) ชิ้นส่วนนี้ถูกนำมายังอารามโดยซานโต โตริบิโอ ในศตวรรษที่ 7 เพื่อป้องกันไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของชาวมัวร์ เมื่อใดก็ตามที่วันนักบุญตรงกับวันอาทิตย์ ปีนั้นจะถือเป็นปีศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งในช่วงเวลานี้ “ประตูแห่งการอภัย” จะถูกเปิด และผู้แสวงบุญที่เดินผ่านประตูนี้จะได้รับการอภัยบาปทั้งหมด อารามมีอายุย้อนไปถึงศตวรรษที่ 6 ตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิประเทศอันงดงามของเทือกเขาปิโกส เด ยูโรปา ศาสนาแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานแห่งชาติในปี 1953 จากนั้นเดินทางสู่สถานีกระเช้าลอยฟ้าฟูเอนเต เด (Fuente de Cable Car) นำท่านขึ้นสู่ใจกลางเทือกเขาปิโกส เด ยูโรปา (Picos de Europa) กระเช้าเราขึ้นไปสู่ระดับความสูง 1,823 เมตร ที่สถานี Fuente D Cable Car พร้อมวิวทิวทัศน์อันงดงามของเทือกเขาปิโกส เด ยูโรปา เทือกเขาปิโกส เด ยูโรปา ซึ่งมีความหมายตรงตัวว่า ‘ยอดเขาแห่งยุโรป’ ได้ชื่อนี้มาเพราะเป็นสิ่งแรกที่เรือจากทวีปอเมริกาเห็นเมื่อเข้าใกล้ชายฝั่งทางเหนือของสเปน

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย หลังอาหารเดินทางสู่เมือง “กิฆอน” (Gijon) (172 กม.) เมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตปกครองตนเอง ที่ตั้งบนชายฝั่งทะเลกันตาเบรียอันอุดมสมบูรณ์ หรือ ที่รู้จักกันในชื่อ ‘ชายฝั่งสีเขียว’ (Green Coast) ผ่านทัศนียภาพที่สวยงามของแคว้นแอสทูเรีย ชม ‘กิฆอน’ เมืองแห่งวัฒนธรรม ย่านเมืองเก่าซึ่งในอดีตเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่ปัจจุบันพัฒนาเป็นท่าเรือเพื่อการพักผ่อนที่หรูหราทันสมัย เข้าสู่ย่าน “จัตุรัสเดลมาร์เกส” (Plaza del Marqus) จัตุรัสที่สวยงามหันหน้าออกสู่ท่าเรือของเมืองกิฆอน จัตุรัสเดลมาร์เกสมีอาคารและอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์หลายแห่ง เช่น อนุสาวรีย์ดอนเปลาโย (Statue of Don Pelayo) กษัตริย์องค์แรกแห่งอัสตูเรียส, พระราชวังเรวิลลาจิเกโด (The Revillagigedo Palace) พระราชวังของมาร์ควิสสร้างขึ้นระหว่างปี 1704 ถึง 1721 โดยมาร์ควิสองค์แรกแห่งซานเอสเตบันเดลมาร์ ถัดจากพระราชวังเรวิลลาจิเกโดคือโบสถ์ประจำเมืองซานฮวนเบาติสตา (Collegiate Church of San Juan Bautista) ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 บ่อน้ำลาบาร์เกรา (Pozu la Barquera), ศาลยุติธรรม และอาคารเซร์รูชาซู (Buildings of the Serruchazu) อันโด่งดัง ตั้งอยู่ริมจัตุรัส เป็นอาคารชุดสองหลังที่สร้างขึ้นในยุคของการพัฒนาเมือง และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ที่สวยงามที่สุดในเมืองกิฆอน

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พัก: NH GIJON, AC HOTEL BY MARRIOTT หรือที่พักระดับใกล้เคียง

เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเดินทางสู่เมือง “โอเวียโด” (Oviedo) (35 กม.) เมืองหลวงที่สวยงามของแคว้นแอสทูเรีย (Asturia) ที่ผสมผสานความทันสมัยและเมืองเก่าแก่ในศตวรรษที่ 8 พบกับสถาปัตยกรรมก่อนยุคโรมาเนสก์อันโดดเด่นในใจกลางเมืองยุคกลาง ชมย่านเมืองเก่า “คาสโก อันติโก” (Casco Antiguo) ที่ตั้งของอนุสาวรีย์พระเจ้าอัลฟองโซ ที่ 2 บริเวณจัตุรัสอัลฟองโซ เอลคาสโต ชม “วิหารแห่งโอเวียโด” (Oviedo Cathedral) โบสถ์สไตล์โกธิกนี้ สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 ถึงศตวรรษที่ 16 และได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยในปี ค.ศ.1998 ชมศาลาว่าการเมืองเก่า สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1622-1623

จากนั้นเดินทางสู่เมือง ‘ลัวการ์’ (Luarca) (95 กม.) เมืองท่าเรือแห่งนี้เป็นหนึ่งในเมืองที่น่ารักที่สุดในสเปน ตั้งอยู่บนชายฝั่งอัสตูเรียส เป็นเมืองเงียบสงบที่มีบ้านเรือนสีขาวสะอาดตา เดินเล่นไปตามท่าเทียบเรือ ซึ่งเป็นย่านประวัติศาสตร์ที่มีแม่น้ำสายเล็กๆ แบ่งเมืองออกเป็นสองส่วน แม้จะมีสะพานแคบๆ หลายแห่งเชื่อมต่อกัน อาคารที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของเมือง ได้แก่ ประภาคาร โบสถ์อาตาลาญา (Atalaya) ชม จัตุรัสคาร์เมน อี เซเวโร โอโชอา เด อัลบอร์โนซ (Plaza Carmen y Severo Ochoa de Albornoz) จัตุรัสแห่งนี้มีเสน่ห์ดึงดูดใจ ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างท่าเรือกับศาลากลาง สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เซเวโร โอโชอา ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์และสรีรวิทยา ซึ่งเป็นชาวหมู่บ้านชาวประมงที่สวยงามแห่งนี้

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย หลังอาหารเดินทางสู่เมือง “อาโกรุญญา” (A Corua) (197 กม.) เมืองท่าตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก มีประวัติศาสตร์ที่ผูกพันอย่างใกล้ชิดกับท่าเรือประมงและท่าเรือการค้าเก่าแก่ มีประวัติศาสตร์ทางทะเลอัน ยาวนาน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแคว้นกาลิเซีย มองเห็นมหาสมุทรแอตแลนติกอันกว้างใหญ่ ย่านเมืองเก่า (Ciudad Vieja) เป็นเครือข่ายของถนนและลานกว้างแบบยุคกลางที่ล้อมรอบด้วยแนวชายฝั่ง ถนนต่างๆ แผ่ออกมาจาก พลาซ่า เด มาเรีย ปิตา (Plaza de Mara Pita) ซึ่งตั้งชื่อตามวีรสตรีท้องถิ่นที่ปกป้องเมืองจากการโจมตีของกองเรืออังกฤษในปี ค.ศ. 1589 ภายในเมืองยังมีโบสถ์สไตล์โรมาเนสก์กระจายอยู่หลายแห่ง รวมถึงโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดคือ โบสถ์โบสถ์ซานติอาโก (Iglesia de Santiago) ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 จากนั้นนำท่านเก็บภาพเป็นที่ระลึกกับประภาคารโรมันที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังใช้งานอยู่ คือ “หอคอยเฮอร์คิวลีส” (Hercules Tower) ซึ่งทำหน้าที่เป็นจุดสังเกตสำคัญสำหรับการเดินเรือในมหาสมุทรแอตแลนติกมาตั้งแต่สมัยจักรพรรดิเทรจันในศตวรรษที่ 2 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโก ในปี ค.ศ. 2009

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พัก: DOUBLE TREE BY HILTON A CORUNA หรือที่พักระดับใกล้เคียง

เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเดินทางสู่ โบเดกัส กรานบาซาน (Bodegas Granbazn) (134 กม.) โรงบ่มไวน์กรานบาซาน อาคารสไตล์ปราสาทฝรั่งเศสซึ่งชวนให้นึกถึงบ้านสไตล์อาณานิคมของแคว้นกาลิเซีย ที่นี่มีสิ่งอำนวยความ สะดวกครบครัน ล้อมรอบด้วยไร่องุ่นอัลบาริญโญ่ (Albario) กว่า 187 ไร่ เยี่ยมชมโรงบ่มและการชิมไวน์จากเขตรีอัส ไบชัส (Ras Baixas) ค้นพบต้นกำเนิดของการปลูกองุ่นในเขตรีอัส ไบชัส ชื่นชมภูมิประเทศที่สวยงามที่ทำให้โรงกลั่นเหล้าองุ่นแห่งนี้พิเศษยิ่งขึ้น เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติและวิธีการผลิตหลังจากนั้น ลิ้มรสไวน์กรานบาซาน 4 ชนิด พร้อมด้วยเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยแบบกาลิเซียแบบดั้งเดิม ผ่อนคลายด้วยการเดินเล่นชมไร่องุ่น พร้อมไกด์นำชมโรงบ่มไวน์และไร่องุ่น ซึ่งจะอธิบายประวัติและกระบวนการผลิตไวน์ของเรา ปิดท้ายการเยี่ยมชมด้วยการชิมไวน์ พร้อมคำบรรยาย และอาหารว่างรสเลิศ

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย หลังอาหารเดินทางสู่เมือง “วิโก” (Vigo) (50 กม.) เมืองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแคว้นกาลิเซียประเทศสเปน มีชื่อเสียงในด้านอาหารทะเลสดใหม่ หมู่เกาะซีเอส (Ces Islands) ที่สวยงาม และทิวทัศน์อ่าวแบบพาโนรามา กิจกรรมยอดนิยม เดินเล่นในเมืองเก่าคาสโก เวลโล (Casco Vello) จัตุรัสปรินเซซา (Praza da Princesa) และเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ ปาเซโอ เด อัลฟอนโซที่ 12 (Paseo de Alfonso XII) ของย่านชาวประมงดั้งเดิม และจัตุรัสจัตุรัสเบอร์เบส (Praza do Berbs) จัตุรัสแห่งนี้ซึ่งเรียงรายไปด้วยซุ้มประตูมากมาย เคยเป็นชายหาดที่ชาวประมงใช้สำหรับจอดเรือ จากนั้นเดินทางสู่เมือง “ซานดิเอโก้ เดอ คอมโพสเตลล่า” (Santiago de Compostela) (87 กม.) นำท่านชมเมือง ศักดิ์สิทธิ์ของชาวคริสต์ เนื่องจากร่างของนักบุญเจมส์หรือเซ็นต์เจมส์อัครสาวกของพระเยซูถูกฝังไว้ที่นี่ ถือเป็นเมืองที่มีความสําคัญเป็นอันดับสามในคริสต์ศาสนา รองจากเยรูซาเรม และกรุงโรม ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1985 ชม “โบสถ์ซานดิเอโก้ เดอ คอมโพสเตลล่า” โบสถ์สไตล์โรมานเนส ที่สร้างขึ้นในระหว่างปี 1075-1078 ชมย่านการค้า อาคารโรงแรมพาราดอร์ที่ในอดีตเป็นโรงพาบาลของนักแสวงบุญ ปัจจุบันเป็นโรงแรมที่หรูหราสวยงามของเมือง

ค่ำ บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

ที่พัก: EUROSTARS GRAN HOTEL SANTIAGO หรือที่พักระดับใกล้เคียง

เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาการเดินทางสู่เมืองลูโก้ “Lugo” (104 กม.) เมืองลูโกเป็นเมืองหลวงประจำจังหวัดที่เก่าแก่และมีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดของแคว้นกาลิเซีย ประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้มีมาตั้งแต่ 14 ปีก่อนคริสตกาล ลูโกเป็นเมืองที่มีกำแพงล้อมรอบอย่างแท้จริง และมีประตูไม่น้อยกว่าสิบแห่งซึ่งเป็นทางเข้าออกเพียงทางเดียวสู่เมืองดั้งเดิมภายใน ชมจัตุรัส “พลาซา มายอร์” (Plaza Mayor) เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง “คอนเชลโล เด ลูโก” (Concello de Lugo) ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1738 เป็นหนึ่งในอาคารสไตล์บาโรกที่สวยงามและน่าทึ่งของที่สุดของแคว้นกาลิเซีย เก็บภาพเป็นที่ระลึกกับอนุสาวรีย์จักรพรรดิซีซาร์และออกัสตัสตั้งอยู่ในจัตุรัส อนุสาวรีย์นี้แสดงถึงคำสั่งของจักรพรรดิออกัสตัสที่มอบให้แก่เปาโล ฟาบิอุส แม็กซิมัส เพื่อก่อตั้งเมืองลูโก จากนั้นเข้าสู่จัตุรัสซานตา มาเรีย (Praza de Santa Mara) ชม “มหาวิหารซานตามาเรีย” (Cathedral of Santa Maria) สร้างขึ้นหลังจากการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในเมืองหลังยุคโรมัน ประมาณศตวรรษที่ 1 และได้รับการบูรณะใหม่ในศตวรรษที่ 8 โดยบิชอปโอโดอาริโอ สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นที่สุดในมหาวิหารแห่งนี้คือแบบโรมาเนสก์ และได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี 2015 ชมศาลาว่าการเมือง พระราชวังบิชอปปาโซ (Pazo Episcopal) เป็นพระราชวังประวัติศาสตร์ที่น่าประทับใจ มีอายุย้อนหลังไปถึงศตวรรษที่ 18 พระราชวังแห่งนี้มีชื่อเสียงด้านสถาปัตยกรรมแบบบาโรก โดยมีหน้าตาอาคารที่งดงามพร้อมลวดลายประดับอย่างวิจิตรงดงาม

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย หลังอาหารเดินทางสู่เมืองอัสตอร์กา (Astorga) (222 กม.) เมืองหลวงของภูมิภาค “มารากาเตเรีย” ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดเลออน ในแคว้นกัสตียาและเลออน เข้าชม “พระราชวังบิชอปในเมืองอัสตอร์กา” (Astorga’s Episcopal Palace) หรือ พระราชวังเกาดี (Palacio de Gaud) ได้รับการออกแบบโดยอันโตนี เกาดี ผู้เป็นปรมาจารย์ด้านศิลปะอาร์ตนูโวของคาตาลัน สร้างขึ้นระหว่างปี 1889 ถึง 1913 เป็นหนึ่งในสามอาคารของเกาดีที่อยู่นอกแคว้นคาตาลัน เกาดีได้ดึงสถาปัตยกรรมสมัยใหม่แบบคาตาลันกับอิทธิพลของสถาปัตยกรรมโกธิกมาสร้างสรรค์อาคารที่ซับซ้อน ณ จุดตัดของถนนสายนี้ ซึ่งเป็นการแสดงความเคารพต่อมหาวิหารแห่งอัสตอร์กา จากนั้นชม “มหาวิหารอัสตอร์กา” (Astorga Cathedral) ที่ตั้งอยู่ใกล้กำแพงเมืองโรมัน อาคารหลังนี้เดิมทีออกแบบในสไตล์โกธิก แต่ต่อมาได้รับการพัฒนาในสไตล์เรเนซองส์ บาโรก และนีโอคลาสสิก โบสถ์แห่งนี้เชื่อมโยงกับเส้นทางแสวงยังซานติอาโก เด คอมโพสเตลา มีรูปปั้นนักบุญเจมส์บนด้านหน้าอาคารสไตล์บาโรกที่งดงามของมหาวิหาร ซึ่งหันหน้าไปทางเส้นทางของผู้แสวงบุญ และให้พรแก่ผู้ที่ผ่านไปมา ตากนั้นเดินทางสู่เมืองเลออน (Len) (51 กม.)

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พัก: AC HOTEL BY MARRIOTT, NH COLLECTION LEON หรือที่พักระดับใกล้เคียง

เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารชมเมือง “ซาลามังกา” (Salamanca) (205 กม.) เมืองโบราณที่ตั้งอยู่บนที่ราบสูงริมแม่น้ำตอร์เมสในแคว้นคาสตีลและเลออน ได้รับขึ้นเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้ ในปี 1988 ชมสะพานโรมันโบราณ (Puente Romano) ที่ยังหลงเหลือมาจากยุคประวัติศาสตร์ซึ่งมีอายุนานกว่าร้อยปี ชมมหาวิทยาลัยซาลามังกา เป็นอีกหนึ่งในมหาวิทยลัยอันเก่าแก่ของยุโรป เข้าสู่พลาซามายอร์ (Plaza Mayor) จัตุรัสเก่าแก่ของเมือง ‘วิหารเก่าซาลามังกา’ (Old Cathedral) อาสนวิหารซาลามังกาหลังเก่าเป็นโบสถ์โรมาเนสก์ที่สวยสดงดงามสร้างอุทิศให้กับซานตามาเรียเดลาเซเด ซึ่งก่อสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 12 ใกล้กันยังเป็นที่ตั้งของวิหารใหม่ซาลามังกา (New Cathedral) อาสนวิหารซาลามังกาหลังใหม่เป็นอาคารขนาดใหญ่ที่สุดและสูงที่สุดแห่งหนึ่งในเมือง ที่ใช้ เวลาก่อสร้างมานานสองศตวรรษ (ค.ศ. 1513-1733)

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย หลังอาหารนำท่านชมเมือง อาวิลา (Avilla) (109 กม.) เมืองโบราณอันเก่าแก่ ซึ่งตั้งอยู่ในแคว้นคาสตีลและเลออน ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบเจ็ดแคว้นปกครองตนเองของประเทศสเปน ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 11 เพื่อปกป้องดินแดนของสเปนจากชาวมัวร์ เมืองแห่งนี้ซึ่งได้รับสมญานามว่า “เมืองแห่งนักบุญและหิน” เป็นบ้านเกิดของนักบุญเทเรซา ชมกำแพงเมืองยุคกลางของเมืองอาวิลา สร้างขึ้นในช่วง ศตวรรษที่ 11 เพื่อป้องกันดินแดนสเปนจากพวกมัวร์ (Moors) ชมพลาซ่า เดอ ซานตา เทเรซา (La Plaza de Santa Teresa) โดยที่นี่จะเป็นที่ตั้งของรูปปั้นสีขาวบริสุทธิ์ของแม่ชีเทเรซ่า ซึ่งถือว่าเป็นผู้อุทิศตนและมีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปศาสนาในเมืองนี้ จากนั้นเดินทางสู่กรุงมาดริด (109 กม.)

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พัก : CROWNE PLAZA, NH COLLECTION MADRID หรือที่พักระดับใกล้เคียง

เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารหลังอาหารนำท่านชม “จัตุรัสพลาซา มายอร์” ศูนย์กลางทางสังคมของเมืองมาตั้งแต่สร้างเสร็จในปี 1619 ตลาดขายผลผลิตกลางแจ้งในยุคกลาง อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่มีการสร้างอาคารหลังแรกในปี 1580 ที่นี่ก็เคยใช้จัดงานแข่งวัวกระทิง งานแห่ศพ และพิธีการของราชวงศ์ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ที่นี่ถูกไฟไหม้หลายครั้งจนอาคารที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่มีอายุเก่าแก่กว่าปี 1790 จัตุรัสล้อมรอบด้วยอาคารที่มีซุ้มโค้งอันงดงาม มีอนุสาวรีย์พระเจ้าฟิลิปที่ 3 ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางจัตุรัส จากนั้นเข้าสู่ย่าน “ปูเอต้าเดลซอล” (Puerta del Sol) หรือประตูพระอาทิตย์ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองและพลุกพล่านซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกรุงมาดริด โดยเป็นที่ที่ถนนเก่าแก่และพลุกพล่านที่สุดของเมืองมาบรรจบกันจัตุรัสใจกลางเมืองเดินชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมแบบสเปน ถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์หมีกับต้นมาโดรนาอันเป็นสัญลักษณ์ของเมือง

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ Las RozasVillage (23 กม.) อิสระกับการช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำมากมาย อาทิ Armani, Burberry, Calvin Klein, Coach , Escada, FC Barcelona official store, Gucci, Guess, Hugo Boss, Kipling, L’OCCITANE, Levi’s, Lacoste, Loewe, Michael Kors, Nike, POLO, PUMA, Ray-Ban, Samsonite, Superdry, Swarovski, Swatch, TAGHEUER, Tommy Hilfiger, The North Face, Timberland, TUMI, Versace, Zwiliing, Zegna ฯลฯ

16.00 เดินทางสู่สนามบินมาดริด มีเวลาให้ท่านทำคืนภาษี (Tax Refund)

20.00 ออกเดินทางสู่สนามบินนานาชาติโดฮา โดยสายการบินการ์ต้าแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR342

00.30 เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติโดฮา

01.50 ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินการ์ต้าแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR834

12.35 เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

** เพื่อความถูกต้อง กรุณาตรวจสอบข้อมูลเดินทางและเงื่อนไขการชำระเงินกับทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายทุกครั้ง

พยากรณ์อากาศ

SPAIN WEATHER

อัตราแลกเปลี่ยน

ราคาเริ่มต้น
159,900 บาท
รหัส 002-34167 ทัวร์สเปนเหนือ
ระยะเวลา 11 วัน 8 คืน
ราคาเริ่มต้น 159,900 บาท
เดินทางช่วง เม.ย.70
เดินทางโดย Qatar Airways (QR)
--------------------------------------
ดูเพิ่มเติม https://coloneltour.com/tour.php?tour_id=24418
--------------------------------------
ชมโปรแกรม PDF https://tourfiles.vm101.net/pdf/972/002-34167.pdf
--------------------------------------
สนใจติดต่อ บริษัท โคโลเนียล แทรเวล แอนด์ เซอร์วิส กรุ๊ป จำกัด
เลขที่ใบอนุญาต 11/10697
โทร 093-632-4955
โทร 085-229-2838
LINE ID @coloneltravel
LINE URL https://line.me/ti/p/~@coloneltravel
อีเมล info.colonetravel@gmail.com
คัดลอกข้อมูลทัวร์
เพิ่มในรายการโปรด
Share on social networks
Scan QRCode
ติดต่อสำนักงาน
บริษัท โคโลเนียล แทรเวล แอนด์ เซอร์วิส กรุ๊ป จำกัด
เลขที่ใบอนุญาต 11/10697

99 หมู่ที่ 4 ตำบลกุดนกเปล้า อำเภอเมืองสระบุรี จ.สระบุรี 18000

จันทร์-เสาร์ 9.00-18.00
บริการของเรา
บริการจองตั๋วเครื่องบิน
บริการทำ VISA ทุกประเทศ
บริการจัดนำเที่ยวต่างประเทศ
บริการจัดนำเที่ยวในประเทศ
บริการเช่ารถตู้ รถบัสโดยสาร
บริการจัดอบรมประชุมสัมมนา
บริการจองที่พัก โรงแรม รีสอร์ท
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
Add LINE Friends via QR Code
ติดตามเรา
home
หน้าหลัก
quatation
ขอใบเสนอราคา
chat
ติดต่อเรา
ติดต่อ
chat ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
search ค้นหาโปรแกรมทัวร์
home หน้าหลัก
approval ขอใบเสนอราคา