08.00 น. คณะผู้เดินทางพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ U สายการบิน Turkish Airlines โดยมีเจ้าหน้าที่มืออาชีพคอยให้การต้อนรับ และ อำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิดตลอดกระบวนการเช็คอิน
11.15 น ออกเดินทางสู่ นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เที่ยวบินที่ TK065
17.25 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาตินครอิสตันบูล (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
18.55 น. นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติเทสซาโลนิกิ ประเทศกรีซ โดย สายการบิน Turkish Airlines เที่ยวบินที่ TK1893 เดินทางเหนือระดับด้วยบริการระดับเวิลด์คลาสตลอดเส้นทาง
20.25 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติเทสซาโลนิกิ ประเทศกรีซ นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและพิธีการทางศุลกากร นำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่โรงแรมที่พัก เพื่อพักผ่อนสบายๆ ค่อยเริ่มเที่ยววันรุ่งขึ้น
ที่พัก : Capsis Hotel Thessaloniki หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ “เมืองเทสซาโลนิกิ”เมืองท่าสำคัญที่งดงามริมฝั่งทะเลอีเจียน และเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศกรีซ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ โอบล้อมด้วยบรรยากาศแห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันทรงเสน่ห์ นำท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับ “หอคอยสีขาว” (White Tower) สัญลักษณ์อันโดดเด่นของเมืองเทสซาโลนิกิ หอคอยขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านริมฝั่งทะเลอีเจียน ดั่งผู้เฝ้ามองเมืองอย่างสง่างามตลอดหลายศตวรรษ หอคอยแห่งนี้สร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 15 เดิมใช้เป็น ป้อมปราการและสถานฝึกทหาร ต่อมาในช่วงหนึ่งได้ถูกปรับใช้เป็น เรือนจำสำหรับคุมขังนักโทษ ก่อนจะได้รับการบูรณะและเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ผู้มาเยือนได้ชมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ปัจจุบัน “หอคอยสีขาว” จึงกลายเป็น จุดถ่ายภาพยอดนิยม และเป็น สัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของชาวเทสซาโลนิกิ นำท่านเข้าชม “พิพิธภัณฑ์โบราณคดี” (Archaeological Museum) หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่สำคัญที่สุดของเมืองเทสซาโลนิกิ ภายในจัดแสดงหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณวัตถุอันล้ำค่ามากมาย ตั้งแต่ยุคกรีกโบราณจนถึงสมัยโรมัน ให้ท่านได้สัมผัสเรื่องราวอารยธรรมเก่าแก่ของกรีซอย่างใกล้ชิด จากนั้นนำท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับ “ประตูหินรูปโค้ง” (Arch of Galerius) หรือที่ชาวเมืองเรียกกันว่า “คามารา” สิ่งก่อสร้างอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 298 เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของ จักรพรรดิกาเลเรียส ซีซาร์ ที่มีชัยเหนือกองทัพเปอร์เซียในศึกสงครามอันยิ่งใหญ่ โครงสร้างหินสลักลวดลายอย่างประณีตสะท้อนเรื่องราวแห่งเกียรติยศและความรุ่งเรืองของจักรวรรดิโรมันในอดีตได้อย่างงดงาม นำท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับ “สิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า ที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีจนถึงปัจจุบัน กำแพงแห่งนี้เคยทำหน้าที่ปกป้องเมืองเทสซาโลนิกิจากการรุกรานในยุคโบราณ และเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่นคงของอารยธรรมไบแซนไทน์ จากนั้นนำท่านถ่ายรูปต่อกับ “มัสยิดฮัมซา เบย์” (Hamza Bey Mosque) สถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 15 ซึ่งสะท้อนอิทธิพลของศิลปะออตโตมันได้อย่างงดงาม โดดเด่นด้วยโดมและโครงสร้างหินที่ยังคงความสง่างามเหนือกาลเวลา
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าชม “โบสถ์เซนต์เดเมทริอุส” (St. Demetrius Church) มหาวิหารเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 5 อันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเทสซาโลนิกิมาอย่างยาวนาน เดิมทีโบสถ์แห่งนี้เคยประสบเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1917 แต่ต่อมาได้มีการบูรณะขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1948 ให้กลับมางดงามดังเดิม ภายในประดับด้วย ภาพโมเสกโบราณอันวิจิตร ที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 5 ซึ่งสะท้อนศิลปะและความศรัทธาในยุคไบแซนไทน์ได้อย่างงดงาม จากนั้นนำท่านเข้าชม “โบสถ์เซนต์จอร์จ” (St. George’s Rotonda) หนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง สร้างขึ้นราวปี ค.ศ. 300 โดย จักรพรรดิกาเลเรียส ซีซาร์ (Galerius Caesar) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังในอดีต ตัวอาคารมีลักษณะทรงกลมและโดมสูงโดดเด่น แสดงถึงเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมยุคโรมัน ต่อมาในช่วงปี ค.ศ. 1590 โบสถ์แห่งนี้ได้ถูกดัดแปลงให้ใช้เป็น สุเหร่าในสมัยออตโตมัน ก่อนจะได้รับการบูรณะให้กลับมาเป็นโบสถ์คริสต์ดังเช่นในปัจจุบัน นำท่านเดินทางสู่ “เมืองคาลัมบาก้า” (Kalambaka) เมืองแห่ง นครแห่งอารามลอยฟ้า ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก โอบล้อมด้วยขุนเขาหินผาอันงดงามราวภาพวาด คาลัมบาก้าเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 และถือเป็นหนึ่งใน จุดหมายปลายทางอันศักดิ์สิทธิ์ของผู้แสวงบุญคริสต์ศาสนิกชนจากทั่วโลก ที่เดินทางมาเพื่อสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งศรัทธา และความสงบงามเหนือผืนแผ่นดินกรีซ
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Capsis Astoria Hotel // หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเข้าสู่การเยี่ยมชมภายใน “วิหารโฮลี มอนแนสเทอรี ออฟ เกรทเมทีโอรอน” (Holy Monastery of Great Meteoron) ซึ่งต้องเดินขึ้นบันไดประมาณ 150 ขั้น เพื่อไปถึงยอดเขาอันสูงชัน วิหารแห่งนี้เป็น วิหารที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในบริเวณเมทีโอรา (Meteora) ก่อสร้างขึ้นราวปี ค.ศ. 1350 โดย นักบุญอาธานาซิออส (Saint Athanasios) ผู้ก่อตั้งอารามแห่งนี้ ตัววิหารตั้งอยู่บน ยอดผาหินขนาดใหญ่ เสมือนแขวนลอยอยู่กลางอากาศ ตามความหมายของคำว่า Meteoro ซึ่งแปลว่า “ลอยอยู่ในอากาศ” ภายในประดับด้วย งานศิลปะอันล้ำค่า มากมาย ทั้งภาพปูนเปียก (Fresco) ที่เล่าเรื่องราวทางศาสนา และ รูปเคารพไม้แกะสลัก (Icon) ที่สวยงามวิจิตร ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสงบศักดิ์สิทธิ์ จากด้านบนของวิหาร ท่านจะได้ชมทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาและหุบเขาโดยรอบ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่งดงามที่สุดของประเทศกรีซเลยทีเดียว นำท่านชม “อารามแห่งเมทีโอรา” (Meteora Monasteries) หนึ่งในแหล่งมรดกโลก (Unesco) ที่งดงามและน่าทึ่งที่สุดของประเทศกรีซ บนยอดเขาสูงตระหง่านที่ทอดตัวเรียงรายอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ยอดเขาเหล่านี้มีรูปร่างแปลกตาไม่เหมือนที่ใดในโลก เกิดจากการกัดเซาะของ แม่น้ำปินิออส (Pineios River) ที่ไหลผ่านพื้นที่นี้มานานนับล้านปี จนกลายเป็นภูผาหินรูปร่างมหัศจรรย์เสมือนแท่งเสาหินยักษ์ที่ชูตัวแตะท้องฟ้า บนยอดผาเหล่านี้คือที่ตั้งของ อารามโบราณหลายแห่ง ซึ่งล้วนสร้างขึ้นโดยนักบวชผู้ละทางโลกเพื่อแสวงหาความสงบทางจิตวิญญาณ อารามแต่ละแห่งมีประวัติยาวนาน ศิลปกรรมงดงาม และเป็นสัญลักษณ์แห่งความศรัทธาอันยิ่งใหญ่ของคริสต์ศาสนา
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ “เมืองอะราโควา” (Arachova) เมืองเล็ก ๆ ทางตอนเหนือของกรีซ ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 940 เมตร บนเนินเขาของ ภูเขาพาร์นัสซอส (Mount Parnassos) ตัวเมืองเต็มไปด้วยเสน่ห์ของหมู่บ้านกรีกแบบดั้งเดิม บ้านเรือนส่วนใหญ่สร้างด้วยหินและหลังคากระเบื้องแดง บรรยากาศอบอุ่นและสงบ อะราโชวาเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้าน งานฝีมือสิ่งทอและพรมท้องถิ่น นอกจากนี้ยังเป็น ศูนย์กลางกีฬาฤดูหนาวและสกีรีสอร์ต ที่ได้รับความนิยมของกรีซ ท่านสามารถเดินเล่นชมเมือง ชมวิวภูเขา ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก หรือเลือกซื้อ สินค้าพื้นเมืองและของฝาก ตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองเดลฟี่” (Delphi) เมืองโบราณที่มีชื่อเสียงระดับโลกในฐานะ ศูนย์กลางทางศาสนาและวัฒนธรรมของกรีซโบราณ
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Amalia Hotel Delphi หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านชม “วิหารอะธีนา” (Temple of Athena) วิหารสำคัญของเมืองเดลฟี ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางศาสนาและวัฒนธรรมของกรีซโบราณ ท่านจะได้สัมผัสถึงความงดงามของสถาปัตยกรรมแบบกรีกคลาสสิกและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ฝังอยู่ในทุกมุมของวิหาร ต่อด้วยการชม วิหารทรงกลมที่เรียกว่า Tholos สถาปัตยกรรมทรงกลมอันโดดเด่นนี้ถือเป็น สัญลักษณ์ของเมืองเดลฟี โครงสร้างและการออกแบบที่ประณีตงดงามสะท้อนถึงความเชื่อและความศรัทธาของชาวกรีกโบราณ ท่านสามารถเดินชมและถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึก พร้อมรับบรรยากาศแห่งอดีตอันศักดิ์สิทธิ์ที่ยังคงคงอยู่จนถึงปัจจุบัน นำท่านเข้าชม “วิหารอพอลโล” (Temple of Apollo) วิหารเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาพาร์นาสซอส ถือเป็น วิหารเทพแห่งแสงสว่าง การละคร และดนตรี แห่งนี้เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของความศรัทธาของชาวกรีกโบราณต่อเทพเจ้า วิหารอพอลโลเป็นสถานที่สักการะเทพอพอลโล ผู้เป็นเทพแห่งแสงสว่างและผู้ให้ คำพยากรณ์โชคชะตา ซึ่งมีอิทธิพลต่อชีวิตและจิตใจของชาวกรีกในอดีต จากนั้นนำท่านชม “โรงละครแห่งเดลฟี” (Delphi Theater) ที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ วิหาร โรงละครนี้เปรียบเสมือนศูนย์รวมของชาวกรีกโบราณสำหรับกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรม ชาวกรีกโบราณเชื่อว่า เดลฟีเป็นจุดศูนย์กลางของโลก (Omphalos) ทำให้สถานที่แห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่ “เมืองปาทรัส” (Patras) เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของกรีซ รองจากเอเธนส์และพิราอุส ระหว่างทาง นำท่านผ่านชมและถ่ายภาพกับ “มหาวิหารเซนต์แอนดรูว์” (St. Andrew’s Church) โบสถ์คริสต์ออร์โธดอกซ์ขนาดใหญ่ตระหง่านเหนือเขตเมืองเก่า ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 20 เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง จากนั้นเดินทางต่อไปเรียบ อ่าวโครินท์ (Corinth Canal) เพื่อนำท่านไปชม “คอคอดโครินท์” (Isthmus of Corinth) คลองแห่งนี้ขุดเพื่อเชื่อมต่อระหว่าง อ่าวโครินท์ (Corinth Gulf) และ อ่าวซาโรนิค (Saronic Gulf) ในทะเลเอเจียน แนวคิดการสร้างคลองมีมาตั้งแต่ 700 ปีก่อนคริสตกาล แต่เริ่มขุดจริงในปี ค.ศ. 1830 และแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1893 คลองโครินท์ถือเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างวิศวกรรมที่น่าทึ่งและเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยว จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ “เอเธนส์” (Athens) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของกรีซ ได้รับชื่อจาก เทพเจ้าอะธีนา (Athena) ตามตำนานกรีกโบราณ เอเธนส์ถือเป็นหนึ่งใน เมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,400 ปี เมืองนี้เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม การเมือง และศาสนาของกรีซโบราณ ตลอดจนยังคงเก็บรักษา ร่องรอยอารยธรรมและโบราณสถานสำคัญ ไว้อย่างงดงาม ทำให้เอเธนส์เป็นจุดหมายสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Stanley Hotel Athens // Novotel Athenes // Titania Hotel Athens หรือระดับใกล้เคียง
กรุณาเตรียม กระเป๋าใบเล็กสำหรับ 2 คืน สำหรับการพักที่ ซานโตรินี่และมิโคนอส เพื่อความสะดวกในการเดินทาง ส่วนกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ฝากไว้ที่โรงแรมระหว่างทริปเกาะต่าง ๆ
เช้า บริการอาหารเช้าแบบ (Box Breakfast)
06.00 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือพีราอุส (Piraeus) เพื่อนำท่านขึ้นเรือ Ferry สู่เกาะมิโคนอส
07.00 น. เรือออกเดินทางจากท่าเรือเมืองพีราอุส สู่ท่าเรือของเกาะมิโคนอส
09.45 น. ถึงเรือเทียบท่า ณ ท่าเรือ เกาะมิโคนอส
นำท่านชม “มิโคนอสทาวน์” (Mykonos Town) หรือที่ชาวท้องถิ่นเรียกว่า “โฮรา” (Chora) เมืองเล็กสุดแสนมีเสน่ห์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความงดงามของสถาปัตยกรรมแบบกรีกไซคลาดิก (Cycladic) บ้านเรือนสีขาวสะอาดตาเรียงรายตัดกับท้องฟ้าสีครามและโบสถ์หลังคาโดมสีฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ ตามตรอกซอกซอยแคบ ๆ ของเมือง ท่านจะได้พบกับ ระเบียงประดับดอกไม้สีสดใส ร้านค้าเล็ก ๆ คาเฟ่ และกลุ่มเรือหลากสีสันที่ลอยอยู่ในท่าเรือ สร้างบรรยากาศอบอุ่นและโรแมนติก เป็นภาพแห่งความงดงามแบบพื้นเมืองของกรีซที่หาชมได้ยาก
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเที่ยวชมบรรยากาศของ “เกาะมิโคนอส” (Mykonos) เกาะสวรรค์แห่งทะเลอีเจียนที่ได้รับสมญาว่า “เกาะแห่งแสงสีและเสียงดนตรี” หนึ่งในหมู่เกาะไซคลาดีส (Cyclades) ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของท้องทะเล บ้านเรือนสีขาวสะอาดตา และวิถีชีวิตอันมีเสน่ห์ของชาวเกาะ นำท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับ “กังหันลมกะโต มิโลอี” (Kato Myloi) หรือ “กังหันลมกลางทะเล” ที่ตั้งเรียงรายอยู่ริมชายฝั่ง ถือเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นของเกาะมิโคนอส แสดงถึงภูมิปัญญาชาวบ้านในอดีตที่ใช้พลังลมซึ่งพัดแรงเกือบตลอดปีในการโม่ข้าวและประกอบอาชีพ เกาะมิโคนอสยังขึ้นชื่อว่าเป็น ศูนย์กลางแห่งความบันเทิงยามค่ำคืน ที่มีชีวิตชีวาที่สุดแห่งหนึ่งของกรีซ เต็มไปด้วยร้านอาหารริมทะเล คาเฟ่ บาร์ และผับที่ตกแต่งอย่างมีสไตล์ มอบสีสันและบรรยากาศสุดชิคให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้เพลิดเพลิน อิสระให้ท่านเก็บภาพความประทับใจและดื่มด่ำกับมนต์เสน่ห์ของเกาะมิโคนอสตามอัธยาศัย...
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Hotel Aphrodite // Hotel Porto Mykonos หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
09.00 น. นำท่านออกเดินทางสู่ ท่าเรือมิโคนอส เพื่อขึ้นเรือเฟอร์รี่มุ่งหน้าสู่ เกาะซานโตรินี
09.50 น. เรือออกเดินทางจากท่าเรือเกาะมิโคนอส
11.55 น. เดินทางถึงท่าเรือฟิร่า เกาะซานโตรินี
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตาคาร
นำท่านชม “หมู่บ้านเอีย” (Oia Village) หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของ เกาะซานโตรินี (Santorini) เกาะที่ได้รับสมญานามว่า “ราชินีแห่งหมู่เกาะไซคลาดีส (Cyclades)” เพราะทั่วโลกต่างหลงใหลในทิวทัศน์อันงดงามและแปลกตาของเกาะภูเขาไฟแห่งนี้ ซึ่งเกิดจากการปะทุครั้งใหญ่เมื่อราว 1,450 ปีก่อนคริสตกาลหมู่บ้านเอียได้รับการยกย่องว่าเป็น หมู่บ้านที่สวยที่สุดบนเกาะซานโตรินี และเป็นภาพจำของ “เกาะในฝันแห่งทะเลอีเจียน” บ้านเรือนสีขาวสะอาดตาเรียงลดหลั่นไปตามหน้าผา ตัดกับยอดโดมสีฟ้าของโบสถ์ที่โดดเด่น รายล้อมด้วยสีฟ้าสดของท้องฟ้าและทะเลที่ทอดยาวสุดสายตา กรอบประตู หน้าต่าง และระเบียงที่ตกแต่งด้วยดอกไม้สีสดเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับทุกมุมของหมู่บ้าน
อิสระให้ท่านเดินเล่น ช้อปปิ้ง และเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกของหมู่บ้านเอีย ที่เป็นหนึ่งในจุดชมพระอาทิตย์ตกที่งดงามที่สุดในโลก
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Santorini Palace // El Greco Hotel หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ “หมู่บ้านอิเมอร์โรวิกลี” (Imerovigli Village) อีกหนึ่งหมู่บ้านสุดงดงามบนเกาะซานโตรินี หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ทำให้สามารถมองเห็นวิวของปล่องภูเขาไฟได้ใกล้ชิดกว่าหมู่บ้านอื่น ๆ จึงได้รับฉายาว่า “ระเบียงแห่งทะเลอีเจียน (The Balcony to the Aegean)” นำท่านแวะถ่ายภาพกับ “โบสถ์อนาสตาซิส” (Church of Anastasis) โบสถ์หลังคาโดมสีฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของซานโตรินี รายล้อมด้วยบ้านเรือนสีขาวที่ลดหลั่นลงมาตามเนินเขาอย่างสวยงาม อิสระให้ท่านได้เก็บภาพบรรยากาศอันน่าหลงใหลของหมู่บ้านแห่งนี้ตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านเที่ยวชม “หมู่บ้านฟิโรสเตฟานี” (Firostefani Village) หมู่บ้านเล็ก ๆ ทางตอนเหนือของเกาะซานโตรินี ซึ่งสร้างลดหลั่นไปตามไหล่เขาอย่างงดงาม เป็นอีกหนึ่งมุมเงียบสงบที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ท่านสามารถเดินเล่น ชื่นชมวิวทะเล และถ่ายภาพเก็บความประทับใจในบรรยากาศแสนโรแมนติกได้ตามอัธยาศัย
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตาคาร
นำท่านเดินทางสู่ “เมืองฟีร่า” (Fira) หรืออีกชื่อหนึ่งว่า ธีรา (Thira) เมืองหลวงของเกาะซานโตรินี เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงเหนือทะเลอีเจียน มอบทัศนียภาพอันงดงามของผืนน้ำสีครามและเรือสำราญที่ทอดสมออยู่เบื้องล่างอย่างสง่างาม นำท่านเดินชม ตลาดสินค้าพื้นเมืองของฟีร่า ซึ่งเป็นถนนคนเดินทอดยาวเลียบหน้าผา เต็มไปด้วยร้านค้าร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านของที่ระลึกมากมาย ท่านสามารถเลือกซื้อของฝากน่ารัก ๆ ผลิตภัณฑ์พื้นเมือง หรืองานฝีมือสไตล์กรีกได้ตามอัธยาศัย อิสระให้ท่านเดินเล่น ถ่ายภาพ และดื่มด่ำกับความสวยงามของเมืองฟีร่า ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวของเกาะซานโตรินี ทั้งบรรยากาศโรแมนติก แสงแดดยามบ่าย และวิวทะเลที่งดงามเกินบรรยาย
16.00 น. นำท่านเดินทางสู่ สนามบินเกาะซานโตรินี
18.35 น. นำท่านออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานกรุงเอเธนส์ (ใช้เวลาในบินประมาณ 1 ชั่วโมง)
19.20 น. เดินทางถึงสนามบินกรุงเอเธนส์
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำท่านออกเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก
ที่พัก : Stanley Hotel Athens // Novotel Athenes // Titania Hotel Athens หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม “วิหารแห่งเทพโพไซดอน” (Temple of Poseidon) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ “แหลมซูเนียน” จุดปลายสุดทางตอนใต้ของแผ่นดินแอตติกา ตลอดเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังแหลมซูเนียน ท่านจะได้สัมผัสกับบรรยากาศริมชายหาดกายฟาด้า (Glyfada Beach) ชายทะเลที่งดงามและเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวเอเธนส์ ที่ซึ่งท้องฟ้าสีครามบรรจบกับผืนน้ำของทะเลอีเจียนอย่างงดงาม ที่นี่ถือเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สวยที่สุดของประเทศกรีซ สำหรับ “วิหารแห่งเทพโพไซดอน” นั้นคือหนึ่งในโบราณสถานสำคัญของยุคกรีกโบราณ สร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสต์ศักราช เพื่อถวายแด่เทพโพไซดอน หรือเทพเนปจูน ผู้เป็นเจ้าแห่งมหาสมุทร วิหารแห่งนี้สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์จากภูเขา Agrileza เสาโดริกที่ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ในปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และความศรัทธาของชาวกรีกที่มีต่อเทพเจ้าแห่งท้องทะเล นำท่านแวะถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับ “สนามกีฬาโอลิมปิกแห่งเอเธนส์” (Panathenaic Stadium) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Kallimarmaro Stadium สนามกีฬาที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศกรีซ สนามแห่งนี้ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่อย่างงดงาม และถูกใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่ ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1896 ตัวสนามสร้างขึ้นจากหินอ่อนทั้งสนาม จึงได้รับสมญาว่า “สนามหินอ่อนอันงดงาม” ถือเป็นหนึ่งในสนามกีฬาที่เก่าแก่และมีความสำคัญที่สุดในโลก จากนั้นนำท่านผ่านชม ประตูชัยเฮเดรียน (Hadrian’s Arch) ประตูโบราณที่สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิ เฮเดรียน (Hadrian) เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลองความรุ่งเรืองของกรุงเอเธนส์ในยุคโรมัน ประตูแห่งนี้เป็นเสมือน “ประตูสู่เมืองใหม่” ของเอเธนส์ในยุคนั้น และยังคงตั้งตระหง่านอย่างงดงามมาจนถึงปัจจุบัน ผ่านชม “หอสมุดแห่งชาติ” (National Library of Greece) ศูนย์รวมแห่งภูมิปัญญาและองค์ความรู้ของปราชญ์ในยุคโบราณ อาคารหอสมุดแห่งนี้ได้รับการออกแบบในสไตล์นีโอคลาสสิก (Neoclassical) อันสง่างาม เป็นอีกหนึ่งผลงานสถาปัตยกรรมที่สะท้อนถึงความสำคัญของวัฒนธรรมกรีกซึ่งให้คุณค่ากับการเรียนรู้และศิลปะอย่างลึกซึ้ง
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตาคาร
นำท่านเข้าชม “อะโครโพลิส” (Acropolis) เนินเขาศักดิ์สิทธิ์ใจกลางกรุงเอเธนส์ ซึ่งชาวกรีกเชื่อกันว่าเป็นที่สถิตของ เทพีอาธีนา เทพีแห่งปัญญาและศิลปะ ผู้เป็นเทพีผู้พิทักษ์นครเอเธนส์ อะโครโพลิสถือเป็นหัวใจสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของอารยธรรมกรีกโบราณ ต่อมาในปี ค.ศ. 1987 องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศให้อะโครโพลิสเป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรม เพื่อยกย่องความยิ่งใหญ่ทางศิลปะและสถาปัตยกรรมของสถานที่แห่งนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความรุ่งเรืองของยุคทองแห่งกรีซได้อย่างชัดเจน จากนั้นนำท่านเข้าชม “วิหารพาร์เธนอน” (Parthenon) หนึ่งในสัญลักษณ์อันยิ่งใหญ่ของโลก วิหารศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่เทพีอาธีนา ตัววิหารก่อสร้างด้วย หินอ่อนทั้งหลัง และรายล้อมด้วย เสาหินแบบดอริก (Doric columns) ที่เรียงรายอย่างสมมาตร วิหารพาร์เธนอนถือเป็นสุดยอดของสถาปัตยกรรมในยุคคลาสสิก หรือยุคทองของกรีซ ราว 450–300 ปีก่อนคริสตกาล นำท่านชม “วิหารเอเรคเธียออน” (Erechtheion) อีกหนึ่งสัญลักษณ์แห่งอารยธรรมกรีกโบราณบนเนินอะโครโพลิสแห่งเอเธนส์ วิหารศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมอย่างยิ่ง สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสต์ศักราช เพื่ออุทิศถวายแด่เทพเจ้าหลายองค์ โดยเฉพาะเทพีอาธีนาและเทพโพไซดอน วิหารแห่งนี้มีชื่อเสียงจาก ระเบียงแห่งสาวงามคาริอาทิด (Porch of the Caryatids) เสาหินอ่อนแกะสลักเป็นรูปหญิงสาวงดงาม 6 องค์ ที่ยืนประคองหลังคาอย่างสง่างาม ถือเป็นผลงานศิลปะอันประณีตของยุคคลาสสิก ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญทางสถาปัตยกรรมของชาวกรีกในสมัยนั้น นอกจากจะเป็นสถานที่ประกอบพิธีบูชาเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่แล้ว วิหารเอเรคเธียอนยังเป็นสถานที่เฉลิมฉลองและถวายเกียรติแด่ กษัตริย์เอเรคเธอุส (Erechtheus) กษัตริย์ในตำนานของนครเอเธนส์ หลังจากนั้นนำท่านสู่ “ย่านพลาก้า” (Plaka) ย่านเก่าแก่ใจกลางกรุงเอเธนส์ ซึ่งถือเป็นย่านที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ ถนนในย่านพลาก้าปูด้วย หินอ่อน ทั้งสาย และกำหนดให้เป็น ถนนคนเดิน ห้ามรถยนต์ผ่าน เพื่อคงบรรยากาศเก่าแก่และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ตลอดสองข้างทาง ท่านจะได้ชม อาคารโบราณและตึกเก่าสไตล์กรีกดั้งเดิม ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี อีกทั้งยังมี ร้านค้าเล็ก ๆ น่ารักหลากหลายแบบ ให้เลือกช้อปปิ้ง ทั้งของที่ระลึก เครื่องประดับ งานฝีมือ และสินค้าท้องถิ่น ท่านสามารถแวะพักตามร้านอาหารและคาเฟ่บรรยากาศอบอุ่น มากมายในละแวกนี้ ลิ้มลองอาหารพื้นเมืองกรีก พร้อมจิบกาแฟหอมกรุ่น ท่ามกลางบรรยากาศสบาย ๆ และชีวิตชีวาของชาวเอเธนส์
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Stanley Hotel Athens // Novotel Athenes // Titania Hotel Athens หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม “กรุงเอเธนส์” (Athens City Tour) เพื่อสัมผัสบรรยากาศของเมืองหลวงอันเก่าแก่และงดงามนำท่านแวะถ่ายรูปคู่กับ “ทหารองครักษ์” ในพิธีเปลี่ยนเวรยาม บริเวณจุดเด่นของที่นี่คือเหล่าทหารเกียรติยศที่แต่งกายด้วย เครื่องแบบพื้นเมืองแบบ “เอฟโซน” (Evzones) ซึ่งเป็นชุดประจำชาติของกรีซ ชุดดังกล่าวมีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วย กระโปรงสั้นจับจีบสีขาว ถุงเท้ายาว และรองเท้าปอมปอมขนาดใหญ่ พิธีเปลี่ยนเวรยามของทหารองครักษ์ ซึ่งจะมีขึ้นทุก ๆ หนึ่งชั่วโมง บริเวณหน้ารัฐสภา ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาดในการมาเยือนกรุงเอเธนส์ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ “ย่านจัตุรัสซินตักม่า” (Syntagma Square) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของกรุงเอเธนส์และเป็นย่านที่คึกคักที่สุดของเมือง บริเวณนี้รายล้อมไปด้วย ร้านค้า แบรนด์เนมชื่อดังระดับโลก มากมาย อาทิ Louis Vuitton, Gucci, Hermes, Zara, H&M และแบรนด์แฟชั่นยุโรปอีกหลากหลาย รวมทั้งร้านบูติกเล็ก ๆ ที่จำหน่ายสินค้าท้องถิ่นและของที่ระลึกสไตล์กรีกแท้ ๆ ท่านสามารถเพลิดเพลินกับการ เลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย หรือจะเดินเล่นชมบรรยากาศของ ถนนเออร์มู (Ermou Street) ซึ่งเป็นถนนช้อปปิ้งสายหลักของกรุงเอเธนส์ก็ได้เช่นกัน บริเวณโดยรอบยังมี ร้านกาแฟและร้านอาหารบรรยากาศดี ให้ท่านได้พักผ่อนคลายความเมื่อยล้าหลังจากการเดินช้อปปิ้ง ก่อนเตรียมตัวเดินทางต่อในช่วงค่ำ
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตาคาร
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ McArthurGlen Designer Outlet Athens ศูนย์รวมสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังระดับโลกแห่งแรกในประเทศกรีซ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเอเธนส์ ภายในตกแต่งอย่างสวยงามในสไตล์หมู่บ้านยุโรป ให้บรรยากาศการช้อปปิ้งที่ร่มรื่นและผ่อนคลาย ที่นี่รวบรวมสินค้าแบรนด์ดังมากกว่า 100 แบรนด์ ในราคาลดพิเศษสูงสุดถึง 70% ตลอดทั้งปี อาทิเช่น Versace, Hugo Boss, Polo Ralph Lauren, Salvatore Ferragamo, Tommy Hilfiger, Adidas, Nike และอีกมากมายหลากหลายแบรนด์แฟชั่นชั้นนำจากทั่วโลกนอกจากนี้ยังมี ร้านอาหาร คาเฟ่ และโซนพักผ่อน ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการเดินเล่น ช้อปปิ้ง และพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ก่อนเดินทางกลับ ได้เวลานัดหมายอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ สนามบินกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทางกลับสู่ประเทศไทย
22.00 น. ออกเดินทางสู่ ประเทศตุรกี เที่ยวบินที่ TK1846
23.35 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาตินครอิสตันบูล (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
01.50 น. นำท่านออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดย สายการบิน Turkish Airlines เที่ยวบินที่ TK068 เดินทางเหนือระดับด้วยบริการระดับเวิลด์คลาสตลอดเส้นทาง
15.25 น. เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ จบทริปสุดประทับใจ พร้อมความทรงจำอันงดงามจากการเดินทาง
99 หมู่ที่ 4 ตำบลกุดนกเปล้า อำเภอเมืองสระบุรี จ.สระบุรี 18000
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา