| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | ว่าง | |
|---|---|---|---|---|---|
| 07 ต.ค. 69 - 14 ต.ค. 69 | 85,900 บาท | 96,800 บาท | 75,900 บาท | 30 | จอง |
| 15 ต.ค. 69 - 22 ต.ค. 69 | 85,900 บาท | 96,800 บาท | 75,900 บาท | 30 | จอง |
| 22 ต.ค. 69 - 29 ต.ค. 69 | 85,900 บาท | 96,800 บาท | 75,900 บาท | 30 | จอง |
| 12 พ.ย. 69 - 19 พ.ย. 69 | 79,900 บาท | 88,800 บาท | 69,900 บาท | 28 | จอง |
| 30 พ.ย. 69 - 07 ธ.ค. 69 | 79,900 บาท | 88,800 บาท | 69,900 บาท | 30 | จอง |
| 03 ธ.ค. 69 - 10 ธ.ค. 69 | 79,900 บาท | 88,800 บาท | 69,900 บาท | 30 | จอง |
| 29 ธ.ค. 69 - 05 ม.ค. 70 | 92,900 บาท | 104,800 บาท | 82,900 บาท | 30 | จอง |
18.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประตู 8 เคาน์เตอร์ T สายการบิน Emirates เจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
21.35 น. ออกเดินทางสู่ดูไบด้วยเที่ยวบิน EK373
00.50 น. เดินทางถึงสนามบินดูไบ รอเปลี่ยนเครื่อง
04.20 น. ออกเดินทางจากสนามบินดูไบ โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK 101
09.00 น. ถึงสนามบินมิลาน ประเทศอิตาลี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง และ 6 ชั่วโมงในช่วงเดือนตุลาคม) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
นำท่านเดินทางสู่ เมืองโคโม (Como) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองริมทะเลสาบที่สวยงามบริเวณพรมแดนอิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ทะเลสาบโคโมที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขาแอลป์สูงตระหง่านอันงดงาม นำท่านชม ทะเลสาบโคโม่ (Como Lake ) โดยทะเลสาบโคโม่นั้นตั้งอยู่ในจังหวัดโคโม่ แคว้นลอมบาร์เดียเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสามของอิตาลีแต่เรื่องความสวยงามนั้นมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยพื้นที่โดยรอบมีความยาวถึง 146 กิโลเมตรเลยทีเดียว
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
จากนั้นเดินทางสู่ จัตุรัสใจกลาง เมืองมิลาน (Milan) เมืองที่เรียกได้ว่า เป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก นำท่านชมมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) ที่สร้างด้วยศิลปะแบบนีโอโกธิค ที่ผสมผสานกัน เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ชมแกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่นับว่าเป็นชอปปิงมอลล์ที่สวยงาม หรูหราและเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน อนุสาวรีย์ ของกษัตริย์วิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 ผู้ริเริ่มการรวมชาติหัวเมืองต่างๆในอิตาลี และอนุสาวรีย์ของศิลปินชื่อดังในยุคเรเนซองส์อีก 1 ท่าน คือ ลิโอนาร์โด ดาร์วินซี่ ที่อยู่ในบริเวณด้านหน้าของโรงละครสกาล่า
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก UNA Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองปาร์มา (Parma) เมืองในแคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา โดยเมืองนี้เป็นต้นกำเนิดแฮมและพาร์เมซานชีส มีแฮมที่มีชื่อเสียงอย่างปาร์มาแฮม (Parma Ham) ซึ่งโดดเด่นด้วยลักษณะพิเศษ คือ มีกลิ่นหอม รสชาติเค็มและออกหวานนิดๆ ทำมาจากขาหมู ที่นำไปบ่มไว้ในถ้ำ ซึ่งมีอากาศเย็น นานถึง 6 เดือน หรือนานแรมปี อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งของขึ้นชื่อของเมือง เช่น ชีสพาเมซาน หรือ Parmigiano Reggiano ที่ชาวอิตาเลี่ยนนิยมทานเป็นชีสยอดนิยม รวมทั้งแฮมหลากหลายชนิด
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (ปาร์ม่าแฮม)
นำท่านเดินทางสู่เมืองปิซ่า (Pisa) เมืองแห่งศิลปะที่สำคัญของอิตาลี เป็นเมืองเล็กๆอยู่ทางตะวันตกของ Florence ด้านตะวันตกของเมืองติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ Pisa ก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก นำท่านเข้าสู่บริเวณจัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี (Compo Dei Miracoli) ที่ประกอบด้วยกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ โดยเริ่มจากหอพิธีเจิมน้ำมนต์ (Baptistry of St. John) ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี, มหาวิหารดูโอโม (Duomo) ที่งดงามและหอเอนแห่งเมืองปิซ่าอันเลื่อง ชมหอเอนปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) สัญลักษณ์แห่งเมืองปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1173 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี แต่ระหว่างการก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงไปเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3 ก็เกิดการยุบตัวของฐานขึ้นมา และต่อมาก็มีการสร้างหอต่อเติมขึ้นอีกจนแล้วเสร็จ โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมดถึง 177 ปี โดยที่หอเอนปิซ่านี้ กาลิเลโอ บิดาแห่งวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นชาวอิตาเลี่ยนได้ใช้เป็นสถานที่ทดลองทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลกที่ว่า สิ่งของสองชิ้น น้ำหนักไม่เท่ากัน ถ้าปล่อยสิ่งของทั้งสองชิ้นจากที่สูงพร้อมกัน ก็จะตกถึงพื้นพร้อมกัน จากนั้นให้ท่านอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่ระลึกราคาถูก ที่มีร้านค้าเรียงรายอยู่มากมาย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก Best Western หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองลา สเปเซีย (La Spezia) เมืองในเขตลิกูเรีย ตอนเหนือของอิตาลีอยู่ระหว่างเมืองเจนัว และ ปิซ่า ในบริเวณอ่าวลิกูเรหนึ่งในอ่าวที่มีความสําคัญทางด้านการค้าและการทหาร นําท่านโดยสารรถไฟสู่หมู่บ้านชิงเกว แตร์เร (Cinque Terre) หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณริมชายฝั่งริเวียร่าของอิตาลี ที่มีความหมายว่า “ดินแดนทั้งห้า (Five Land)” ตั้งบนหน้าผาสูงชันเหนือทะเลเมดิเตอร์เรเนียนติดทะเลบริเวณชายฝั่งแคว้นลิกูเรีย ประกอบด้วยหมู่บ้าน 5 แห่ง ได้แก่ MONTEROSSO AL MARE, VERNAZZA, CORNIGLIA, MANAROLA และ RIOMAGGIORE โดยทั้งห้าหมู่บ้านนี้ มีหุบเขาล้อมรอบ ประกอบกันเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติฯ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้อีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินเล่นชมหมู่บ้านริโอแมกจิโอเร่ (Rio –Maggiore) อยู่ทางตอนใต้สุดของหมู่บ้านทั้งห้า เป็นหมู่บ้านประมงเล็กๆ ที่มีเสน่ห์และมีบรรยากาศเหมือนเมืองตุ๊กตา บ้านเรือนที่ตั้งลดหลั่นกันบนหน้าผาที่ปกคลุมด้วยต้นไม้เขียวขจีตัดกับนํ้าทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสีเทอร์ควอยซ์ อิสระให้ท่านชมความงดงามและถ่ายรูปตามอัธยาศัย
นําท่านสู่หมู่บ้านมานาโรล่า (Manarola) อาจได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่เล็กเป็นอันดับสอง แต่มีความเก่าแก่ที่สุดในบรรดาหมู่บ้านทั้ง 5 ที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1338 มีความสวยงามที่ไม่แพ้หมู่บ้านอื่นๆ มีไวน์ท้องถิ่นที่ปลูกในพื้นที่ที่รสชาดเยี่ยมอีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านแวร์นาซซา (Vernazza) หมู่บ้านริมผางามที่โรแมนติกที่สุดในกลุ่ม 5 หมู่บ้านของ ชิงเคว เทเร)อิตาลี หมู่บ้านนี้เป็นที่หมู่บ้านที่มีนักท่องเที่ยวนิยมมามากที่สุด บ้านเรือนมีสีสันสดใส ติดทั้งทะเลและภูเขา กิจกรรมเพียบ ไม่ว่าจะนั่งชมวิวชิลล์ ๆ เดินเล่นริมหาด ล่องเรือชมธรรมชาติ ที่ขาดไม่ได้คือ ร้านค้า ร้านอาหารอิตาเลี่ยนอร่อยๆ บาร์เก๋ๆ คือเพียบมาก
กลางวัน อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่กรุงโรม (Rome) เมืองหลวงและเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอิตาลี
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก Hampton by Hilton หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นําท่านเดินทางเข้าสู่ นครรัฐวาติกัน (Vatican) ประเทศที่เล็กที่สุดในโลกตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีกําแพงล้อมรอบเมืองเอาไว้ได้ทั้งหมด ยกเว้นด้านหน้าทางเข้า และเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกโดยมีพระสันตะปาปา มีอํานาจปกครองสูงสุด นำท่านถ่ายรูปกับ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St.Peter’s Basilica) มหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดของโลกและ สำคัญที่สุดของคริสตจักรโรมันคาทอลิก ตั้งอยู่ในนครรัฐวาติกัน และยังเป็นทั้งศูนย์รวมจิตใจของชาวคริสต์ทั่วโลก และเป็นผลงานชิ้นเอกด้านสถาปัตยกรรมระดับโลกที่สร้างครอบหลุมฝังศพของนักบุญเปโตร (หนึ่งในอัครสาวกของพระเยซูและพระสันตะปาปาองค์แรก) ถ่ายรูปด้านหน้าชมความยิ่งใหญ่ของ โคลอสเซี่ยม (Colosseum) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ อดีตสนามประลองการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของชาวโรมันที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 50,000 คน นำท่านเดินชมงานประติมากรรมของเทพนิยายกรีกน้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) สัญลักษณ์ของกรุงโรมที่โด่งดังจากภาพยนตร์เรื่อง สามรักในกรุงโรม นำท่านเข้าสู่บริเวณ ย่านบันไดสเปน (The Spanish Step) แหล่งแฟชั่นชั้นนำและแหล่งนัดพบของคนรักการช้อปปิ้ง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
นำท่านเดินทางสู่เมืองเนเปิ้ลส์ Naples หรือ Napoli เมืองหลวงของแคว้นกัมปาเนีย ตั้งอยู่ที่ชายฝั่งด้านตะวันตกของอิตาลีติดกับอ่าวเนเปิลส์ (Naples Bay) กึ่งกลางระหว่างพื้นที่ภูเขาไฟสองแห่ง คือ ภูเขาไฟวิสุเวียส และกัมปีเฟลเกรย์ เป็นเมืองที่มีความทันสมัยและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก (Unesco) ให้เป็นมรดกโลก ในปี ค.ศ.1995 และยังเป็นเมืองต้นกำเนิดพิซซ่าด้วย นำท่านเดินเล่นในจัตุรัส Piazza del Plebiscito จัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดของเมืองเนเปิ้ลส์และยังเรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางของเมืองเนเปิ้ลส์ด้วย ให้ท่านถ่ายรูปกับภายนอกของ Basilica di San Francesco di Paola วิหารซาน ฟรานเชสกา ดิ เปาโล วิหารทรงโดมขนาดใหญ่ที่มีเสาระเบียงโค้งโอบล้อมสองข้างทางคล้ายวิหารแพนธีออนในกรุงโรม และ Royal Palace of Naples พระราชวังหลวงเนเปิ้ลส์ และนำท่านเดินผ่านย่านสปักกานาโปลี Spaccanapoli ถนนตรอกแคบที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองเนเปิ้ลส์ ที่แบ่งเขตเมืองเก่าออกเป็นสองฝั่ง ผ่านชมวิถีชีวิตดั้งเดิม ร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เข้าสู่ย่านเมืองเก่าของเมือง ให้ท่านถ่ายรูปกับ Duomo di Napoli มหาวิหารหลักประจำเมืองเนเปิ้ลส์และมีความสำคัญเป็นอันดับ 1 ของประเทศอิตาลี ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 13
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก Grand Serapide หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางไปยังท่าเรือ ล่องเรือ Hydrofoil สู่เกาะคาปรี (Capri) (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 50 นาที) เดินทางถึงบริเวณท่าเรือหลักของเกาะ นำท่านชมความงามของ “ถ้ำบลูกรอตโต” (Blue Grotto) โดยถ้ำนั้นถูกค้นพบเมื่อปี ค.ศ.1826 มีขนาดกว้าง 45 เมตรและยาว 54 เมตร สูง 15 เมตร ทางเข้าถ้ำสูงจากระดับน้ำทะเลเพียงเมตรเศษๆ
(การเข้าชมถ้ำนั้นจำเป็นต้องขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำขึ้น/น้ำลง และสภาพอากาศของวันนั้นๆ เพื่อความปลอดภัย ในกรณีที่ไม่สามารถไปชมถ้ำได้ จะใช้เวลาเที่ยวเมืองคาปรีมากขึ้น โดยค่าใช้จ่ายไม่สามารถคืนได้)
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
อิสระให้ท่านเดินเล่นบนเกาะที่มีเสน่ห์ เลือกซื้อสินค้าของฝาก ของที่ระลึก รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากเลม่อน (Lemon) พืชท้องถิ่นอันเลื่องชื่อที่กลายเป็นสัญลักษณ์ เลือกนาฬิกายี่ห้อท้องถิ่นแต่ได้มาตรฐานระดับโลก หรือนั่งดื่มกาแฟริมชายฝั่ง ชมบ้านเมืองที่สร้างลดลั่นตามไหล่เขาในบรรยากาศการพักผ่อนสบายๆ สไตล์อิตาลีตอนใต้ที่สวยงามไม่เหมือนใคร
สมควรแก่เวลานัดหมายนำท่านเดินทางสู่ท่าเรือ เพื่อนำท่านเดินทางสู่ เมืองซอร์เรนโต Sorrento เมืองชายฝั่งทะเลแหล่งพักผ่อนของบรรดานักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ บรรดาชนชั้นสูงที่นิยมมาพักผ่อนตากอากาศ ณ เมืองแห่งนี้ ที่ผ่านการยึดครองภายใต้อาณาจักรใหญ่ที่มั่งคั่งทั้งหลายไม่ว่า อีทรัสกัน กรีซ โรมัน ไบแซนไทน์ ลองโกบาร์ด และนอร์มัน อีกทั้งยังได้รับวัฒนธรรมอันหลั่งไหลจากบรรดาเมืองมั่งคั่งที่เต็มไปด้วยค่านิยมแห่งชนชั้นสูงเช่นฝรั่งเศสและสเปนอีกด้วย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโพสิตาโน่ (Positano) เมืองเล็กๆ แต่มีเสน่ห์ชวนให้หลงใหลไปกับบรรยากาศชวนมองอย่างไม่กล้ากระพริบตากันเลยตลอดเส้นทางที่ผ่าน จึงทำให้เมืองชายฝั่งทะเลในแคว้นคัมพาเนีย แห่งอิตาลีใต้นี้มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งปี และนำท่านออกเดินทางสู่เส้นทางชมธรรมชาติอันงดงามของบ้านเรือนที่ถูกสร้างอย่างประณีตบริเวณผาสูงชายฝั่งที่เรียงรายอย่างงดงามติดอันดับโลก เส้นทางคดเคี้ยวเลาะริมผา กับบ้านเรือนที่ถูกสร้างอย่างลงตัวและงดงามอย่าง อมาลฟี่โคสท์ (Amalfi Coast) ทำให้ผู้มาเยือนต้องตะลึงในความงดงามและยกย่องให้เป็นอีกแห่งที่สวยติดอันดับโลกเลยทีเดียว นอกจากทิวทัศน์อันงดงามที่นี่ยังมีประวัติศาสตร์เป็นเมืองท่าอันแข็งแกร่งและมั่งคั่งมาตั้งแต่อดีตกาลอีกด้วย
จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองเนเปิ้ลส์
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก Grand Serapide หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองปอมเปอี (Pompeii) เมืองโบราณที่ถูกฝังตัวอยู่ใต้ลาวาจากการระเบิดของภูเขาไฟวิสุเวียส ซึ่งก่อนหน้านั้นเป็นเมืองที่เคยเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรโรมันโบราณอันรุ่งเรื่องมาก่อน ความจริงเหล่านี้ถูกปรากฏขึ้นหลังการขุดค้นพบซากโบราณใต้ดินต่างๆ และปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งขนาดใหญ่ที่เราจะสามารถจินตนาการย้อนกลับไปสู่ยุคอันเจริญของเมืองท่าแห่งนี้ได้ นำท่านชม เมืองโบราณปอมเปอี ที่ถูกปกคลุมไว้ด้วยลาวาเมื่อครั้งเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ของภูเขาไฟวิสุเวียส (Mt.Vesuvius) จากการตั้งใจขุดค้นซากที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์ของผู้คน สัตว์เลี้ยงต่างๆ ที่เหมือนถูกหยุดอยู่ ผ่านกาลเวลาอันยาวนาน ที่ยังบ่งบอกถึงความเจริญในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี ทั้งศูนย์กลางการค้า ศาสนา และวัฒนธรรม ที่ตราตึงไว้บนผืนดินแห่งเมืองนี้รอให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสได้แห่งภัยธรรมชาติที่ไม่มีใครคาดคิดและไม่อาจหลีกหนีได้ทัน
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ Castel Romano Designer Outlet เอ๊าท์เล็ตนขนาดใหญ่ในเครือ McArthurGlen ให้ท่านเลือกซื้อสินค้าแบรนด์ดังต่างๆ มากมาย อาทิ Adidas, Alberta Ferretti, Armani, Benetton, BOSS, Burberry, Calvin Klein, Diesel, Dolce & Gabbana, Ferragamo, Furla, Gaelle Paris, Geox, L’Occitane, Lacoste, Levi’s, Michael Kors, Nike, New Balance, Puma, Salomon, Samsonite, Swatch, Timberland, The North Face หรือ Valentino เป็นต้น
17.30 น. ได้เวลาอันสมควรนำเดินทางสู่สนามบินฟูมิชิโน เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำการคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
22.10 น. เดินทางจากสนามบินฟูมิชิโน โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK 96
05.50 น. เดินทางถึงสนามบินดูไบ รอเปลี่ยนเครื่อง
09.00 น. ออกเดินทางจากสนามบินดูไบ โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK 370
18.25 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ.
99 หมู่ที่ 4 ตำบลกุดนกเปล้า อำเภอเมืองสระบุรี จ.สระบุรี 18000
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา