| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | ว่าง | |
|---|---|---|---|---|---|
| 09 ส.ค. 69 - 12 ส.ค. 69 | 30,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | สอบถามเพิ่มเติม | 20 | จอง |
| 23 ส.ค. 69 - 26 ส.ค. 69 | 29,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | สอบถามเพิ่มเติม | 20 | จอง |
| 31 ส.ค. 69 - 03 ก.ย. 69 | 29,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | สอบถามเพิ่มเติม | 20 | จอง |
| 10 ก.ย. 69 - 13 ก.ย. 69 | 29,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | สอบถามเพิ่มเติม | 20 | จอง |
| 25 ก.ย. 69 - 28 ก.ย. 69 | 30,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | สอบถามเพิ่มเติม | 20 | จอง |
| 02 ต.ค. 69 - 05 ต.ค. 69 | 31,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | สอบถามเพิ่มเติม | 20 | จอง |
| 11 ต.ค. 69 - 14 ต.ค. 69 | 32,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | สอบถามเพิ่มเติม | 20 | จอง |
| 22 ต.ค. 69 - 25 ต.ค. 69 | 32,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | สอบถามเพิ่มเติม | 20 | จอง |
| 25 ต.ค. 69 - 28 มิ.ย. 69 | 31,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | สอบถามเพิ่มเติม | 20 | จอง |
04.00 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์เช็คอิน สายการบินไทย (Thai Airways) โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ คำแนะนำเพื่อเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง ให้ท่านตรวจเอกสารวีซ่า / บัตรโดยสาร / ป้ายชื่อผูกกระเป๋า ก่อนโหลดกระเป๋าด้วยตัวท่านเอง โดยมีหัวหน้าทัวร์อำนวยความสะดวกตลอดขั้นตอนการเช็คอิน
07.35 น. เหินฟ้าสู่นครเดลี โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG323
10.00 น. ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธี นครเดลี เวลาช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชม. หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว รับกระเป๋าสัมภาระ จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง เมืองชัยปุระ ใช้เวลานั่งรถ 4.30 ชั่วโมง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่1)
ถึงเมืองชัยปุระ เชคอิน ประตูปาตริก้า Patrika Gate เป็นแลนด์มาร์กยอดนิยมสำหรับถ่ายภาพในเมืองชัยปุระ โดดเด่นด้วยซุ้มประตูสีสันสดใสที่สะท้อนศิลปะและวัฒนธรรมของราชปุต ถือเป็นประตูสู่รัฐราชสถาน ตั้งอยู่บริเวณสวนทางเข้าวงเวียนจาวาฮาร์ (Jawahar Circle Garden) ในเมืองชัยปุระ เปิดใช้งานในปี 2016 โดยกลุ่มสื่อปาตริกา (Patrika Media Group) รับแรงบันดาลใจจากราชปุต วรรณะกษัตริย์ ผู้ยังมีอิทธิพลต่อความเป็นอยู่ของชาวเมือง ประตูนี้ยังใช้เป็นจุดรวมทุกๆกิจกรรมของชาวชัยปุระในการเฉลิมฉลองทเทศกาลต่างๆ เป็นมรดกทางภูมิปัญญาวัฒนธรรมของรัฐราชสถาน แสงสีของประตูชวนผู้มาเยือนต้องควักเทคนิคการถ่ายภาพเพื่อเป็นที่ระลึก อิสระเวลาท่านในการถ่ายภาพ ก่อนนำท่านเข้าสู่ที่พัก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 2)
ที่พัก HOTEL PARK OCEAN / HOTEL PRIME PARK / HOTEL PEPPERMINT หรือเทียบเท่า เมืองชัยปุระ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 3) จากนั้นเชคเอ้าท์ สัมภาระ
นำท่านเข้าชม พระราชวังชัยปุระ (CITY PALACE) ถูกสร้างขึ้นในรัชกาลของมหาราชาจัย ซิงห์ และถูกต่อเติมเรื่อยมา เป็นสถาปัตยกรรมแบบราชาสถาน ที่มีกลิ่นอายศิลปะแบบโมกุล พระราชวังแห่งนี้ถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ของเมืองชัยปุระ ที่แสดงเครื่องใช้ส่วนพระองค์ของมหาราชาแห่งเมืองชัยปุระ ในปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ยังถือว่าเป็นสมบัติส่วนพระองค์ และชาวเมืองชัยปุระบางส่วนก็ยังเคารพนับถือพระองค์ นำชมประตูสี่ฤดูที่ขึ้นชื่อ ภายในพระราชวัง ชมห้องโถงใหญ่ของพระราชวังที่เปิดบริการให้เข้าชม
นำท่านเที่ยวชม ฮาวามาฮาล (HAWA MAHAL) หรือ พระราชวังสายลม Palace Of Wind สร้างในปีคริสต์ศักราชที่ 1799 จุดเด่นของสถาปัตยกรรมแห่งนี้คือบริเวณด้านหน้าอาคารมีหน้าบันสูง 5 ชั้น และมีลักษณะคล้ายรังผึ้ง อันประกอบไปด้วยหน้าต่างขนาดเล็ก ที่ตกแต่งด้วยลวดลายฉลุเป็นช่องลมจำนวน 953 บาน ซึ่งได้มีการถอดแบบมาจากรูปทรงของมงกุฎพระนารายณ์และหน้าต่างแต่ละบานนั้นมีไว้สำหรับให้บรรดาเหล่าสตรีนางในที่มาชมบรรยากาศภายนอกวัง หรือชมขบวนพิธีต่างๆ รวมไปถึงการเฝ้าส่งกษัตริย์ยามมีจัดทัพออกศึก ฝั่งตรงข้ามมีคาเฟ่ ให้ท่านได้ขึ้นถ่ายรูป โดยต้องซื้อเครื่องดื่มเพื่อใช้บริการ (ไม่รวมในค่าทัวร์)
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ที่ห้องอาหาร (มื้อที่ 4)
ผ่านชม พระราชวังชาลมาฮาล (JAL MAHAL) หรือพระราชวังลอยน้ำ ซึ่งถูกสร้างโดยพระราชดำริของมหาราชา โดยพระราชวังแห่งนี้ตั้งอยู่กลางทะเลสาบมานซาโลวาร์ (MAAN SAROVAR LAKE) เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ที่มีฉากหลังเป็นแนวเขาอราวัลลี่ (ARAVALLI HILL) เป็นแนวป้องกันทางธรรมชาติและป้อมปราการเรียงรายอยู่ตามแนวเขา เป็นภาพฉากด้านหลังที่สวยงามทุกช่วงเวลา
เมืองชัยปุระ PINK CITY สีแห่งความรัก เมืองหลวงแห่งรัฐราชาสถาน แคว้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศอินเดีย เมืองแห่งนี้ถูกก่อตั้งขึ้นในปี คริสต์ศักราช 1727 โดยมหาราชาไสวจัย ซิงห์ ที่ 2 ผู้สืบเชื้อสายแห่งราชวงศ์โมกุล โดยมีวัตถุประสงค์ของการสร้างเมืองชัยปุระเพื่อเป็นการแทนที่ พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ท (AMBER FORT) อันมีสาเหตุมาจากจำนวนประชากรที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น และเกิดสภาวะขาดแคลนแหล่งน้ำ
นำท่านเที่ยวชม พระราชวังสีอำพัน (AMBER FORT) ซึ่งอดีตเคยเป็นราชธานีวังเก่าของเมืองชัยปุระ ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาสูงเหนือทะเลสาบเมาตา (MAOTA LAKE) และรายล้อมไปด้วยชุมชนของเขตเมืองเก่า เดิมทีสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของป้อมปราการเก่า ในยุคศตวรรษที่ 11 หรือในปี คริสต์ศักราช 1592 โดย มหาราชาแมน ซิงห์ แล้วเสร็จในรัชกาลของมหาราชาใจ ซิงห์ ป้อมปราการแห่งนี้ยังถือได้ว่าเป็นต้นแบบสถาปัตยกรรมราชปุต (RAJPUT) ด้านในมีส่วนเชคอินมากมาย นำชมและถ่ายรูปพร้อมบรรยายถึงประวัติความเป็นมา โปรดเดินตามคณะเพราะมีหลายซอกมุมห้องลับ อาจทำให้ผลัดหลงกับคณะ
ทัวร์บริการ นั่งรถจี๊ปตอนขึ้น-ลงเขา สู่พระราชวังสีอำพัน AMBER FORT หากลูกค้าท่านใดต้องการขี่ช้าง (ไม่รวมในค่าทัวร์) โปรดแจ้งหัวหน้าทัวร์เพื่อทำการจองล่วงหน้า และชำระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 30 USD /1100 บาท (รวมทิปคนขี่ช้าง)
นำท่านชม บ่อน้ำโบราณ (STEP WELL) แบบขั้นบันไดใจกลางเมืองจัยปูร์ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ กับ แอมเบอร์ ฟอร์ท (Amber Fort) ออกแบบเป็นแนวทแยง 8 ชั้น จากปากบ่อลงไปด้านล่างก้นบ่อน้ำ นับเป็นสถาปัตยกรรมสวยงามของนครสีชมพูแห่งนี้เลยทีเดียว โดยที่นี่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวลงไปถ่ายภาพได้ โปรดใช้ความระมัดระวัง ในการเดินชม
อิสระเวลาท่านได้หามุมโพส ถ่ายภาพที่ระลึก
ออกเดินทางสู่เมือง อัครา ใช้เวลานั่งรถ 4 ช.ม. ทุกๆ 2-2.30 ชั่วโมง มีจุดบริการนักท่องเที่ยว ร้านค้าขายของที่ระลึกพื้นถิ่นมากมาย มีร้านอาหาร ห้องน้ำสะอาด
ตามรอยยุครุ่งเรืองของ จักรวรรดิโมกุล (Mughal Empire) เส้นทางนี้ถูกยกระดับจากทางการท่องเที่ยวให้เป็น สามเหลี่ยมทองคำ เดลี - อัครา- ชัยปุระ สัมผัสความงดงามของสถาปัตยกรรมระดับโลก “ดินแดนที่ความรักถูกจารึกไว้ในหินอ่อน และอำนาจแห่งจักรวรรดิยังคงสะท้อนผ่านพระราชวังอันยิ่งใหญ่ของอินเดีย”
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 5)
ที่พัก HOTEL CRYSTAL INN / HOTEL TAJ VILAS / HOTEL PUSHP VILLA หรือเทียบเท่า เมืองอัครา
เช้า รับประทานอาหารเช้า ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 6)
เข้าชมด้านใน ทัชมาฮาล (Taj Mahal) แหล่งมรดกโลกและเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ที่สำคัญของโลก นำท่านเดินสู่ประตูสุสานที่สลักตัวหนังสือภาษาอาระบิคที่เป็นถ้อยคำอุทิศและอาลัยต่อบุคคลอันเป็นที่รักที่จากไปอนุสรณ์สถานแห่งความรักอันยิ่งใหญ่และอมตะของพระเจ้าชาห์จาฮันที่มีต่อพระนางมุมตัซ โดยสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1631 และนำท่านถ่ายรูปกับลานน้ำพุที่มีอาคารทัชมาฮาลอยู่เบื้องหลัง แล้วนำท่านเข้าสู่ตัวอาคารที่สร้างจากหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ที่ประดับลวดลายด้วยเทคนิคฝังหินสีต่างๆ ลงไปในเนื้อหิน สถาปัตยกรรมชิ้นเอกของโลกที่ออกแบบโดยช่างจากเปอร์เซีย โดยอาคารตรงกลางจะเป็นรูปโดมซึ่งมีหอคอยสี่เสาล้อมรอบ ตรงกลางด้านในเป็นที่ฝังพระศพของพระนางมุมตัซ มาฮาล และ พระเจ้าชาห์จาฮัน ได้อยู่คู่เคียงกันตลอดชั่วนิรันดร์ ทัชมาฮาลแห่งนี้ใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด 22 ปี โดยสิ้นเงินไป 41 ล้านรูปี มีการใช้ทองคำประดับตกแต่งส่วนต่างๆ ของอาคาร หนัก 500 กิโลกรัม และใช้คนงานกว่า 20,000 คน ต่อมานำท่านเดินอ้อมไปด้านหลังที่ติดกับแม่น้ำยมุนาโดยฝั่งตรงกันข้ามจะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ถูกปรับดินแล้ว โดยเล่ากันว่าพระเจ้าชาห์จาฮันเตรียมที่จะสร้างสุสานของตัวเองเป็นหินอ่อนสีดำโดยตัวรูปอาคารจะเป็นแบบเดียวกันกับทัชมาฮาล เพื่อที่จะอยู่เคียงข้างกัน แต่ถูกออรังเซบ ยึดอำนาจและนำตัวไปคุมขังไว้ในป้อมอักราเสียก่อน **เนื่องจากทัชมาฮาลปิดทุกวันศุกร์ กรณีที่เข้าทัชมาฮาลตรงกับวันศุกร์ ทางบริษัทขอสงวนสิทธ์สลับโปรแกรมเที่ยวตามความเหมาะสม**
จากนั้นนำท่านเข้าชม ป้อมปราการอัครา (Agra Fort) อีกหนึ่งมรดกโลกทิ่ติดริมแม่น้ำยมุนา สร้างโดยพระเจ้าอัคบาร์มหาราชแห่งราชวงศ์โมกุล เมื่อปี ค.ศ. 1565 เป็นทั้งพระราชวังที่ประทับและเป็นป้อมปราการ ต่อมาพระโอรส คือ พระเจ้าชาฮันกีร์ และพระนัดดา (โอรสของพระเจ้าชาฮันกีร์), พระเจ้าชาห์จาฮันได้สร้างขยายต่อเติมป้อมและพระราชวังแห่งนี้อย่างใหญ่โต และนำท่านเข้าชมป้อมผ่านประตู อำมรรสิงห์ เข้าสู่ส่วนที่เป็นพระราชวัง ผ่านลานสวนประดับ อ่างหินทรายสีแดงขนาดยักษ์สำหรับสรงน้ำ ท่านจะได้เห็นสถาปัตยกรรมสามยุคสมัยตามรสนิยมที่แตกต่างกันของสามกษัตริย์ นำท่านเข้าชมด้านในพระตำหนักต่างๆที่สลักลวดลายศิลปะแบบโมกุลที่มีอิทธิพลจากศิลปะอินเดีย ผสมผสานกับศิลปะเปอร์เซีย แล้วนำขึ้นสู่ระเบียงชั้นที่สองที่มีเฉลียงมุข ซึ่งสามารถมองเห็นชมทิวทัศน์ลำน้ำยมุนาได้ ต่อมานำชมห้องที่ประทับของกษัตริย์ ,พระโอรส, พระธิดาและองค์ต่างๆ แล้วนำชมพระตำหนัก มาซัมมัน บูร์ช ที่มีเฉลียงมุขแปดเหลี่ยม มีหน้าต่างเปิดกว้าง ที่สามารถมองเห็นทัชมาฮาลได้ ในพระตำหนักนี้เองที่เล่ากันว่า ชาห์จาฮัน ถูกพระโอรส ออรังเซบ จองจำขังไว้ 7 ปี ในช่วงปลายรัชกาลจนสิ้นพระชนม์ แล้วก็นำชมลานสวนประดับ ดิวันอีอาอำ ที่ชั้นบนด้านหนึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานบัลลังก์นกยูงอันยิ่งใหญ่ (ปัจจุบันอยู่ในประเทศอิหร่าน) และที่ลานสวนประดับแห่งนี้เองที่พระเจ้าชาห์จาฮัน ได้พบรักครั้งแรกกับพระนางมุมตัซ ที่ได้นำสินค้าเป็นสร้อยไข่มุกเข้ามาขายให้กับนางในฮาเร็ม
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 7)
นำท่านเดินทางสู่ กรุงนิวเดลลี (New Delhi) เมืองหลวงของประเทศ India ศูนย์กลางด้านการเมือง การปกครองการทูต และยังเป็นศูนย์รวมเครื่องของใช้ เสื้อผ้า ผลิตภัณฑ์จากทุกรัฐ โดยใช้เส้นทางด่วนพิเศษ Yamuna Expressway ระหว่างทางแวะพัก ณ ศูนย์บริการนักเดินทางมาตรฐานสากล ซึ่งมีร้าน Starbucks ให้บริการกาแฟและอาหารว่าง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตั้งอยู่ภายในศูนย์บริการนักเดินทางที่ทันสมัย พร้อมบริการกาแฟ อาหารว่าง ห้องน้ำสะอาด และพื้นที่พักผ่อนที่สะดวกสบาย ก่อนเดินทางถึงกรุงนิวเดลี
อิสระท่านช้อปปิ้ง ตลาดพื้นเมืองย่านใจกลางนครเดลี ตลาดจันปาท Janpath Market เป็นหนึ่งในตลาดยอดนิยมของกรุง New Delhi ตั้งอยู่ใกล้ย่านคอนนอทเพลส (Connaught Place) อิสระช้อปปิ้งเลือกซื้อของฝากที่รวบสินค้าทั่วประเทศอินเดีย อาทิเช่น เสื้อผ้าและผ้าพันคอสไตล์อินเดีย งานหัตถกรรมและของที่ระลึก หนังสือ เครื่องประดับเงินและแฟชั่น กระเป๋า รองเท้า และของตกแต่งบ้าน ชาอินเดียและเครื่องเทศ สามารถต่อรองสินค้า เพื่อให้การเลือกซื้อสินค้าไม่สะดุดและจุใจ อิสระท่านรับประทานอาหารม้อเย็นหรือเลือกพักผ่อนตามอัธยาศัย มี ร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดสากล อาทิ McDonald's และ Domino's Pizza และร้านอาหารสตรีทฟู๊ด ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ แหล่งช้อปปิ้งและสามารถเดินถึงได้สะดวก ซึ่งมีรสชาติสากล เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว
นัดหมายเวลา พบกันที่จุดนัดพบ (โปรดตรงต่อเวลา) เพื่อนำท่านไปยังสนามบิน เชคอินเคาเตอร์สายการบินไทย ในท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธี นครเดลี
00.20 น. เหินฟ้ากลับสู่สนามบินสุวรรณภูมิโดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG316
05.45 น*เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ *เวลาท้องถิ่นประเทศไทย
99 หมู่ที่ 4 ตำบลกุดนกเปล้า อำเภอเมืองสระบุรี จ.สระบุรี 18000
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา