ทัวร์แอลจีเรีย GRAND ALGERIA Jewels of Algeria - The Heritage & Oasis Collection

ทัวร์แอลจีเรีย GRAND ALGERIA Jewels of Algeria - The Heritage & Oasis Collection - บริษัท โคโลเนียล แทรเวล แอนด์ เซอร์วิส กรุ๊ป จำกัด
รหัสทัวร์
108-80374
วันที่เดินทาง
พ.ย. 69
ช่วงเวลา
12 วัน 9 คืน
เดินทางโดย
Turkish Airlines (TK)

ไฮไลท์ทริป ห้ามพลาด

  • Ghardaa (การ์ดาเอีย) เมืองโอเอซิสแห่งศรัทธาและภูมิปัญญาแห่งทะเลทราย กลางหุบเขา M’zab วิถีชีวิตชนเผ่าโมซาไบต์ Mozabiteได้รับขึ้นทะเบียนมรดกโลกโดย UNESCO
  • Beni Isguen (เบนี่ อิสเก็น) เมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งสันติและภูมิปัญญา เมืองที่อนุรักษ์ศิลปะการสร้างบ้านแบบชาวโมซาไบต์ดั้งเดิม
  • El Menia (เอล เมเนีย) สวรรค์แห่งทะเลทราย เมืองโอเอซิสตอนใต้ มีเนินทรายสวยงามและบ่อน้ำธรรมชาติ จุดชมดาวยามค่ำคืนที่ดีที่สุดในแอลจีเรีย
  • Timimoun (ติมิมูน) เมืองสีแดงแห่งซาฮารา ที่สวยเหมือนภาพฝัน เมืองโอเอซิสสีแดง “The Red Oasis”
  • Algiers (แอลเจียร์) ย่านเมืองเก่าสุดคลาสสิค Casbah of Algiers ได้รับขึ้นทะเบียนมรดกโลกโดย UNESCO

เลือกวันเดินทาง

วันเดินทางไป - กลับ ผู้ใหญ่ท่านละ พักเดี่ยวเพิ่มเงิน ราคาเด็กท่านละ
07 พ.ย. 69 - 18 พ.ย. 69149,000 บาท28,000 บาทสอบถามเพิ่มเติมจอง

แผนการเดินทาง

20.00 น. พร้อมกันที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ณ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 9 เคาน์เตอร์ U โดยสายการบิน TURKISH AIRLINES โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทคอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คอินด้านสัมภาระและเอกสารให้กับท่าน

23.15 น. เหินฟ้าสู่ อิสตันบูล เที่ยวบินที่ TK069 BKK-IST (2315-0610) (ใช้เวลาบิน 10 ชั่วโมง 55 นาที)

06.10 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติอิสตันบูล รอเปลี่ยนเครื่องสำหรับเที่ยวบินถัดไป

08.40 น. เหินฟ้าสู่ เมืองแอลเจอร์ ประเทศแอลจีเรีย โดยสายการบิน TURKISH AIRLINES เที่ยวบินที่ TK651 IST-ALG (0840-1035) (ใช้เวลาบิน 3 ชั่วโมง 55 นาที)

10.35 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติแอลเจียร์ ประเทศแอลจีเรีย หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองพร้อมรับกระเป๋าสัมภาระเรียบร้อยแล้ว นำท่านพบไกด์ท้องถิ่น

บ่าย คณะเดินทางสู่ คาสบาห์ (Casbah) ย่านเมืองเก่าของแอลเจียร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมโดยองค์การยูเนสโก้ในปี ค.ศ.1992 ชม พระราชวังไรส์ (Palace of the Rais) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Bastion 23 สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1576 เป็นกลุ่มอาคารสไตล์มัวร์ที่ประกอบด้วยพระราชวัง 3 หลังและบ้านชาวประมง 6 หลัง ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของศูนย์ศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ

นำท่านชม มัสยิดเคทเชาอัว (Ketchaoua Mosque) สร้างขึ้นในสมัยออตโตมัน ในศตวรรษที่ 17 มัสยิดแห่งนี้มีชื่อเสียงในด้านการผสมผสานสถาปัตยกรรมมัวร์และไบแซนไทน์เข้าด้วยกันอย่างมีเอกลักษณ์ ในช่วงที่ฝรั่งเศสเข้ายึดครองได้เปลี่ยนเป็นอาสนวิหารเซนต์ฟิลิป ซึ่งคงอยู่จนถึงปี ค.ศ.1962 และหลังจากนั้นก็ได้เปลี่ยนกลับมาเป็นมัสยิดดั้งเดิม

นำท่านชม พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สถานผู้พลีชีพ (Martyrs Memorial and Museum) ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สงครามแอลจีเรีย อนุสาวรีย์นี้เปิดในปี ค.ศ.1982 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 20 ปี การประกาศอิสรภาพของแอลจีเรีย ถูกสร้างเป็นรูปใบตาลสามใบที่คอยบัง “เปลวไฟนิรันดร์” ไว้ข้างใต้ ที่ขอบใบตาลแต่ละใบมีรูปปั้นทหารที่แสดงถึงขั้นตอนการต่อสู้เพื่อเอกราชของแอลจีเรีย

ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางไปสนามบินนานาชาติแอลเจียร์ เพื่อเตรียมเช็คอินสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ

จากนั้นชม สวนพฤกษศาสตร์ (Jardin d’Essai du Hamma) สวนพฤกษศาสตร์เก่าแก่ตั้งแต่ปีค.ศ. 1832 ตั้งอยู่เชิงเขาและหันหน้าออกสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ภายในมีพืชพรรณจากทั่วโลก บรรยากาศร่มรื่น แบ่งเป็นโซนสวนสไตล์ฝรั่งเศสและสไตล์ธรรมชาติ เหมาะสำหรับเดินเล่น พักผ่อน ถ่ายรูป และชมวิวทะเลกับอนุสรณ์สถาน Martyrs’ Memorial เป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองแอลเจียร์.

เย็น รับประทานอาหารเย็น

เข้าสู่โรงแรมที่พัก Mercure Alger Palais Des Congres 4*, Algier หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า

ออกเดินทางสู่ เมืองเจมิลา (Djemila) <51 KMS / 1 HRS> ชมเมืองโรมันโบราณที่ตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 900 เมตร เป็นที่รู้จักในชื่อโบราณว่า “Cuicul” เมืองเจมิลาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ในปี ค.ศ.1982 จากการดัดแปลงสถาปัตยกรรมโรมันอันเป็นเอกลักษณ์ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมบนภูเขา มีทั้งโรงละคร ฟอรัม วัด มหาวิหาร ซุ้มประตู ถนน บ้านเรือน และยังมีกลุ่มกระเบื้องโมเสกที่แสดงเรื่องราวในตำนานและฉากในชีวิตประจำวัน

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน

คณะออกเดินทางต่อไปยัง เมืองเซติฟ (Setif) <267 KMS / 3 HRS 10 MIN> เมืองนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรนูมิเดียแห่งเบอร์เบอร์โบราณ ปัจจุบันยังมีร่องรอยของคริสต์ศตวรรษที่ 3-4 ได้แก่ กำแพงเมือง วิหาร ละครสัตว์ สุสาน และป้อมปราการไบแซนไทน์ มีการจัดแสดงโบราณวัตถุมากมายที่พิพิธภัณฑ์

นำท่านชม พิพิธภัณฑ์โบราณคดีเซติฟ (National Public Museum of Setif) พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีผลงานโมเสกโรมันอันงดงามมากมาย รวมถึงโมเสก “ชัยชนะของไดโอนิซูส” (Triumph of Dionysus) ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในงานโมเสกที่ประณีตที่สุดในโลกโรมัน มีความสลับซับซ้อนและสีสันสวยงาม แสดงให้เห็นขบวนแห่แห่งชัยชนะที่มีการขนส่งสัตว์ป่า เช่น เสือ ช้าง อูฐ สิงโต และยีราฟ

นำท่านเดินเล่นชมเมือง แวะถ่ายภาพกับ น้ำพุอิน เอล (The Ain El Fouara Fountain) ในภาษาอาหรับ แปลว่า น้ำพุที่พุ่งพล่าน เป็นประติมากรรมหินสีขาวและหินอ่อนรูปผู้หญิงเปลือยกายทั้งตัวที่ถูกทารุณกรรมหลายครั้งจนกลายเป็นอนุสรณ์สถานอันเป็นสัญลักษณ์และมีชื่อเสียงของเมืองเซติฟในประเทศแอลจีเรีย น้ำพุแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1898 โดยฟรานซิส แซ็งต์วิดาล ประติมากรชาวฝรั่งเศส น้ำพุตั้งอยู่ใจกลางจัตุรัสอิสรภาพในเมืองเซติฟ และถือเป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองอีกด้วย

เย็น รับประทานอาหารเย็น

เข้าสู่โรงแรมที่พัก Hotel Novotel Setif 4*, Setif หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า

ออกเดินทางสู่ เมืองทิมกัด (Timgad) <196 KMS / 3 HRS> ชมเมืองโรมันในเทือกเขา Aurs ถูกสร้างขึ้นเป็นอาณานิคมทางทหาร โดยจักรพรรดิทราจัน (Trajan) ในปี ค.ศ.100 เมืองนี้มีกำแพงล้อม รอบแต่ไม่มีป้อมปราการ ได้รับการออกแบบมาสำหรับประชากรประมาณ 15,000 คน เป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมของการวางผังเมืองแบบตาราง ทิมกัดมีผลงานสถาปัตยกรรมอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งประกอบด้วย อาคารสาธารณะ การแสดงอันตระการตา และกลุ่มอาคารทางศาสนา เมืองนี้จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ในปี ค.ศ.1982

ระหว่างทางนำท่านแวะชม หลุมฝังศพเมดกาห์เซน (Royal Tomb of Medghasen) คือสุสานหินทรงกลมโบราณ การตรวจสอบอายุคาร์บอนกัมมันตรังสีบ่งชี้ว่าสร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 3 เชื่อว่าเป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์นูมิเดีย (Numidia) ลักษณะเด่นคือฐานกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 60 เมตร สูงประมาณ 19 เมตร ด้านบนมีรูปทรงกรวยคล้ายพีระมิด สะท้อนการผสมผสานสถาปัตยกรรมแอฟริกันพื้นถิ่นกับอิทธิพลเมดิเตอร์เรเนียน ถือเป็นโบราณสถานสำคัญที่แสดงถึงอารยธรรมก่อนยุคโรมันในแอฟริกาเหนือ

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน

บ่าย ออกเดินทางสู่ เมืองกงส์ต็องตีน (Constantine) <119 KMS / 2 HRS> เมืองนี้มีพิพิธภัณฑ์และสถานที่ทางประวัติศาสตร์หลายแห่งตั้งอยู่รอบเมือง กงส์ต็องตีนมักถูกเรียกว่า "เมืองแห่งสะพาน" เนื่องจากมีสะพานที่งดงามมากมายที่เชื่อมระหว่างเนินเขา หุบเขา และหุบเหวต่างๆ

นำท่านชม พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเซอร์ตา (National Museum Cirta) สร้างขึ้นในปีค.ศ.1920-1930 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงโบราณวัตถุของชาวโรมันจำนวนมากที่นักโบราณคดีค้นพบในและรอบๆ เมือง การจัดแสดงแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ วิจิตรศิลป์ ชาติพันธุ์วิทยา และโบราณคดี ส่วนโบราณคดีจัดเรียงตามลำดับเวลาในห้องทั้ง 12 ห้อง โดยนำเสนอภาพรวมที่ครอบคลุมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของพื้นที่ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน ส่วนวิจิตรศิลป์จัดแสดงภาพวาดและประติมากรรมที่ผลิตระหว่างศตวรรษที่ 17-20 โดยผสมผสานผลงานของศิลปินชื่อดัง ส่วนชาติพันธุ์วิทยาจัดแสดงพรมโบราณ เครื่องประดับ อาวุธปืน ทองแดง และเครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิม สวนของพิพิธภัณฑ์จัดแสดงประติมากรรมหินและหินอ่อน

เย็น รับประทานอาหารเย็น

เข้าสู่โรงแรมที่พัก Hotel Novotel Constantine 4*, Constantine หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า

พาท่านชม สะพานเมลลาห์ สลิมาน (Mellah Slimane Bridge) สะพานแขวนยาว 125 เมตร ข้ามแม่น้ำ Rhumel เปิดให้บริการในเดือนเมษายน ปีค.ศ.1925 ได้รับการออกแบบโดยเฟอร์ดินันด์ อาร์โนดิน (Ferdinand Arnodin) เป็นสะพานที่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก มีความสูง 110 เมตร

นำท่านชม พระราชวังอาเหม็ด เบย์ (Ahmed Bey Palace) พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยการปกครองของ Ahmed Bey Ben Mohamed Chrif ใช้เวลาในการสร้างถึง 9 ปี สร้างแล้วเสร็จในปี ค.ศ.1835 สองปีก่อนที่ฝรั่งเศสจะปกครองอาณานิคมในปีค.ศ.1837 พระราชวังประกอบด้วยห้องสวีท 3 ห้อง สวนที่ปลูกต้นส้มและต้นปาล์ม แต่ละห้องเชื่อมต่อกับโถงทางเดินซึ่งมีเสาหินอ่อนจำนวน 266 ต้นรองรับ นอกจากนี้ยังมีลาน 3 แห่งและน้ำพุ 2 แห่งที่ทำจากหินอ่อน มีประตู 540 บานที่ทำจากไม้ซีดาร์ แกะสลักด้วยประติมากรรมและของประดับตกแต่งต่างๆ

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน

นำท่านชม สะพานซิดิ เอ็มซิด (Sidi M'Cid Bridge) สะพานแขวนยาว 164 เมตร เปิดให้สัญจรในเดือนเมษายน ค.ศ.1912-1929 สะพานนี้ออกแบบโดยวิศวกรชาวฝรั่งเศส เฟอร์ดินันด์ อาร์โนดิน (Ferdinand Arnodin) เป็นสะพานที่สูงที่สุดในโลกมีความสูง 175 เมตร

เย็น รับประทานอาหารเย็น

19.00 น. เดินทางไปยังสนามบินนัมเบอร์เรต เพื่อเตรียมเช็คอินสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ

22.00 น. เหินฟ้าสู่ การ์ดาเอีย (Ghardaia) โดยสายการบิน Air Algerie เที่ยวบินที่ AH6350 CZL-GHA (2200-2305) (ใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง 5 นาที)

23.35 น. เดินทางถึงสนามบินเมืองการ์ดาเอีย หลังจากรับกระเป๋าสัมภาระแล้วนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก

เข้าสู่โรงแรมที่พัก Hotel Belvedere 4*, Ghardaia หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า

เมืองการ์ดาเอีย (Ghardaia) เป็นเมืองใน หุบเขาเอ็ม เซ็บ (M'zab Valley) สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 10 โดยชาวอิบาดี (Ibadi) โดยสร้างเมืองขึ้นมา 5 เมือง ได้แก่ Beni Isguen, Melika, Bou Noura, El Atteuf และ Ghardaia สถาปัตยกรรมของ M'Zab เรียบง่าย ใช้งานได้จริงและปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้อย่างสมบูรณ์แบบ ได้รับการออกแบบมาเพื่อการใช้ชีวิตในชุมชน โดยคำนึงถึงโครงสร้างของครอบครัวด้วย เป็นแหล่งที่มาของแรงบันดาลใจสำหรับนักวางผังเมืองในปัจจุบัน และหุบเขา M’Zab ยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ในปี ค.ศ.1982

นำชม เมืองเบนี่ อิสเก็น (Beni Isguen) เมืองป้อมปราการที่น่าพิศวงที่สุดในบรรดาเมือง M'Zab ถนนแคบๆ ที่มีลักษณะคล้ายเขาวงกต มีบ่อน้ำมากมาย ผ่านซุ้มประตูและทางเดิน ไปยังอาคารเก่าหลังเล็กๆ ที่ทาสีขาว และเยี่ยมชมหอสังเกตการณ์สุดตระการตา เพื่อชมทิวทัศน์อันงดงามของเมือง

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน

นำท่านชม เมืองอัล อัทเทฟ (El Atteuf) เมืองนี้มีความมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรมและเป็นผลงานชิ้นเอกของการวางผังเมือง ประกอบด้วยอาคารที่ทาสีสดใสกระจุกตัวอยู่รอบมัสยิด ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดในเมือง บ้านในเมืองถูกสร้างขึ้นบนทางลาดเพื่อหลีกเลี่ยงน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นได้

เย็น รับประทานอาหารเย็น

เข้าสู่โรงแรมที่พัก Hotel Belvedere 4*, Ghardaia หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า

นำท่านเดินทางไปยัง เอล เมเนีย (El Menia) เมืองโอเอซิสที่ตั้งอยู่ใจกลางทะเลทรายซาฮารา ทางตอนกลางของประเทศแอลจีเรีย ผู้คนส่วนใหญ่เป็นชาวเบอร์เบอร์เซเนต้า El Menia ซึ่งแปลว่า "ปราสาทที่ไม่มีวันพ่ายแพ้" ในภาษาอาหรับ ได้ยืนหยัดอย่างมั่นคงท่ามกลางผืนทรายอันแห้งแล้ง ที่นี่มีต้นปาล์มหลายหมื่นต้นอยู่ภายในพื้นที่โอเอซิสแห่งนี้ นอกจากนั้น เอล เมเนีย ยังเป็นศูนย์กลางการค้าและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน

ชม หมู่บ้านป้อมปราการเอล เมเนีย (Ksar El Menia) “Ksar” เป็นคำที่ใช้เรียกหมู่บ้านที่มีป้อมปราการในแถบแอฟริกาเหนือ ที่นี่เป็นหมู่บ้านป้อมปราการโบราณที่ตั้งอยู่บนเนินเขา Taourirt ตั้งตระหง่านอยู่เหนือสวนปาล์มในเมืองเอล เมเนีย มาเป็นเวลายาวนาน คาดว่าสร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 10 โดยชนเผ่าเบอร์เบอร์เซนาต้า (Zenata) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มเบอร์เบอร์ที่ใหญ่ที่สุด ปกครองโดยเจ้าหญิง M'barka Bent El Khass Ksar จนเป็นที่รู้จักในชื่อ "El Menia Palace"

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน

ชม ทะเลสาบฮัสไซ เอล การา (Lake Hassi El Gara) ทะเลสาบน้ำเค็มกลางทะเลทราย โดดเด่นด้วยผืนน้ำสีขาวเงินจากคราบเกลือ ให้ความรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ

ซาฮาร่า และยังเป็นแหล่งที่อาจพบฝูงนกฟลามิงโกอพยพหนีหนาวมาแอฟริกาเหนือ ช่วงเดือน พฤศจิกายน-เมษายน

เย็น รับประทานอาหารเย็น

เข้าสู่โรงแรมที่พัก Hotel Elboustan 4*, El Menia หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า

ออกเดินทางสู่ เมืองติมิมูน (Timimoun) <360 KMS / 4 HRS> ตั้งอยู่ในภูมิภาค Gourara ของประเทศแอลจีเรีย ในอดีตติมิมูนเคยเป็นสถานีการค้าที่สำคัญที่เชื่อมต่อแอฟริกาเหนือกับแอฟริกาใต้ เมืองนี้มีชื่อเสียงในด้านสถาปัตยกรรมแบบอาคารดินสีแดง เรียกว่าสถาปัตยกรรมซูดาน (Sudanese architecture) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของภูมิภาคนี้ ที่สร้างจากดินเหนียวท่ามกลางทะเลทรายอันเป็นเอกลักษณ์ มีโอเอซิส ต้นปาล์มและทะเลสาบเกลือ (Sebkha) ล้อมรอบ เมืองติมิมูนมีระบบชลประทานโบราณที่เรียกว่า "Foggaras" ที่นำน้ำจากแหล่งน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้เพาะปลูก ระบบนี้เป็นสิ่งที่ทำให้โอเอซิสแห่งนี้สามารถดำรงอยู่ได้ในสภาพแวดล้อมทะเลทรายยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน ความงามตามธรรมชาติ สถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใคร วัฒนธรรมและประเพณีอันเก่าแก่ ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวแอลจีเรียและชาวต่างชาติจำนวนมากให้มาเยี่ยมชมติมิมูนมากขึ้นในทุกๆ ปี

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน

นำชม หมู่บ้านโบราณติมิมูน (Timimoun Old Ksour) Ksour หมายถึงหมู่บ้านหรือป้อมปราการโบราณ ที่สร้างด้วยโคลนและดินเหนียว ซึ่งกระจายอยู่ทั่วเขตโอเอซิสของเมือง Timimoun ในเขตทะเลทรายซาฮารา สถาปัตยกรรมของเมืองติมิมูนถือเป็นลักษณะเด่นของเมือง ทำให้เมืองนี้ได้รับฉายาว่า โอเอซิสสีแดง (Red Oasis) อาคารต่างๆ สร้างขึ้นจากดินแดงในท้องถิ่น ถนนในเมืองเก่ามักถูกคลุมด้วยผ้าเพื่อให้เกิดร่มเงา จากแสงแดดที่แผดเผาในทะเลทราย สิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นที่สุด ตั้งอยู่บนยอดเขา แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นซากปรักหักพัง แต่ท่านสามารถมองเห็นวิวทะเลทรายและโอเอซิสเบื้องล่างได้แบบพาโนรามาสวยงามที่ไม่เหมือนใคร ทำให้เมืองติมิมูนเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดใจอย่างมาก

เย็น รับประทานอาหารเย็น

เข้าสู่โรงแรมที่พัก Hotel Gourara 4*, Timimoun หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า

นำท่านชม ป้อมปราการโคลนแดง (Red mud-brick ksour) สิ่งปลูกสร้างกลางทะเลทรายจากดินโคลนสีแดง ออกแบบเป็นกำแพงล้อมคล้ายป้อม ภายในมีบ้านเรือน และลานกลางหมู่บ้าน สะท้อนวิถีชีวิตและสถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่ปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศร้อนแห้งได้อย่างชาญฉลาด จากนั้นนำท่านชม ระบบส่งน้ำโบราณ (Foggara) ภูมิปัญญาการจัดการน้ำของชาวทะเลทราย เป็นอุโมงค์ใต้ดินที่นำน้ำจากแหล่งต้นน้ำไหลกระจายไปยังพื้นที่เพาะปลูกด้วยแรงโน้มถ่วง ช่วยหล่อเลี้ยงโอเอซิสและชุมชน

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน

นำชม ทะเลสาบเกลือ (Timimoun Sebkha) แอ่งเกลือขนาดใหญ่ใกล้เมือง Timimoun พื้นผิวสีขาวตัดกับผืนทรายแดงของซาฮารา เกิดเป็นทิวทัศน์แปลกตาและสวยงาม

จากนั้นชม ดนตรีพื้นเมือง (Gourara Music) ที่มีจังหวะสนุกสนาน ใช้เครื่องดนตรีดั้งเดิมและการร้องประสาน สะท้อนวิถีชีวิต ความเชื่อ และความสามัคคีของชุมชนโอเอซิสในทะเลทรายซาฮารา

เย็น รับประทานอาหารเย็น

เข้าสู่โรงแรมที่พัก Hotel Gourara 4*, Timimoun หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า

หลังอาหารเช้า ให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย ท่านสามารถเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์โดยรอบของเมืองติมิมูน ท่ามกลางทะเลทรายสีทอง ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าสดใสอันสวยงาม

15.00 น. จากนั้นเดินทางไปยังสนามบินติมิมูน เพื่อเตรียมเช็คอินสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ

อาหารกลางวันอิสระตามอัธยาศัย

17.00 น. เหินฟ้าสู่ แอลเจอร์ (Algiers) ประเทศแอลจีเรีย โดยสายการบิน Air Algerie เที่ยวบินที่ AH6157 TNX-ALG (1500-1855) (ใช้เวลาบิน 2 ชั่วโมง 20 นาที)

18.55 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติแอลเจียร์ หลังจากรับกระเป๋าสัมภาระแล้ว

เย็น รับประทานอาหารเย็น

เข้าสู่โรงแรมที่พัก Mercure Alger Palais Des Congres 4*, Algier หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า

นำท่านชม โบสถ์นอร์ทเธอดามแห่งแอฟริกา (Church of Notre Dame d'Afrique) โบสถ์นิกายโรมันคาทอลิกสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19 ได้รับการออกแบบโดย Jean Eugene Fromageau หัวหน้าสถาปนิกด้านอาคารทางศาสนาในสมัยอาณานิคมฝรั่งเศส โบสถ์แห่งนี้ใช้เวลาก่อสร้างถึง 14 ปี และเปิดใช้ครั้งแรกในปีค.ศ.1872

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน

17.45 น. เหินฟ้าสู่ อิสตันบูล โดยสายการบิน TURKISH AIRLINES เที่ยวบินที่ TK654 ALG-IST (1745-2325) (ใช้เวลาบิน 3 ชั่วโมง 40 นาที)

23.25 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติอิสตันบูล รอเปลี่ยนเครื่องสำหรับเที่ยวบินถัดไป

01.40 น. เหินฟ้าสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน TURKISH AIRLINES เที่ยวบินที่ TK068 IST-BKK (0140-1505)

(ใช้เวลาบิน 9 ชั่วโมง 25 นาที)

15.05 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพ

** เพื่อความถูกต้อง กรุณาตรวจสอบข้อมูลเดินทางและเงื่อนไขการชำระเงินกับทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายทุกครั้ง
ราคาเริ่มต้น
149,000 บาท
รหัส 108-80374 ทัวร์แอลจีเรีย GRAND ALGERIA Jewels of Algeria - The Heritage & Oasis Collection
ระยะเวลา 12 วัน 9 คืน
ราคาเริ่มต้น 149,000 บาท
เดินทางช่วง พ.ย. 69
เดินทางโดย Turkish Airlines (TK)
--------------------------------------
ดูเพิ่มเติม https://coloneltour.com/tour.php?tour_id=24786
--------------------------------------
ชมโปรแกรม PDF https://tourfiles.vm101.net/pdf/972/108-80374.pdf
--------------------------------------
สนใจติดต่อ บริษัท โคโลเนียล แทรเวล แอนด์ เซอร์วิส กรุ๊ป จำกัด
เลขที่ใบอนุญาต 11/10697
โทร 093-632-4955
โทร 085-229-2838
LINE ID @coloneltravel
LINE URL https://line.me/ti/p/~@coloneltravel
อีเมล info.colonetravel@gmail.com
คัดลอกข้อมูลทัวร์
เพิ่มในรายการโปรด
Share on social networks
Scan QRCode

โปรแกรมแนะนำ

ติดต่อสำนักงาน
บริษัท โคโลเนียล แทรเวล แอนด์ เซอร์วิส กรุ๊ป จำกัด
เลขที่ใบอนุญาต 11/10697

99 หมู่ที่ 4 ตำบลกุดนกเปล้า อำเภอเมืองสระบุรี จ.สระบุรี 18000

จันทร์-เสาร์ 9.00-18.00
บริการของเรา
บริการจองตั๋วเครื่องบิน
บริการทำ VISA ทุกประเทศ
บริการจัดนำเที่ยวต่างประเทศ
บริการจัดนำเที่ยวในประเทศ
บริการเช่ารถตู้ รถบัสโดยสาร
บริการจัดอบรมประชุมสัมมนา
บริการจองที่พัก โรงแรม รีสอร์ท
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
Add LINE Friends via QR Code
ติดตามเรา
home
หน้าหลัก
quatation
ขอใบเสนอราคา
chat
ติดต่อเรา
ติดต่อ
chat ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
search ค้นหาโปรแกรมทัวร์
home หน้าหลัก
approval ขอใบเสนอราคา