| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 19 ก.ย. 69 - 28 ก.ย. 69 | 135,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 02 ต.ค. 69 - 11 ต.ค. 69 | 125,900 บาท | 20,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 11 ต.ค. 69 - 20 ต.ค. 69 | 125,900 บาท | 20,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 17 ต.ค. 69 - 26 ต.ค. 69 | 125,900 บาท | 20,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 31 ต.ค. 69 - 09 พ.ย. 69 | 119,900 บาท | 20,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 21 พ.ย. 69 - 30 พ.ย. 69 | 119,900 บาท | 20,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 04 ธ.ค. 69 - 13 ธ.ค. 69 | 119,900 บาท | 20,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 16 ธ.ค. 69 - 25 ธ.ค. 69 | 119,900 บาท | 20,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 25 ธ.ค. 69 - 03 ม.ค. 70 | 129,900 บาท | 25,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 22 ม.ค. 70 - 31 ม.ค. 70 | 119,900 บาท | 20,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 12 ก.พ. 70 - 21 ก.พ. 70 | 119,900 บาท | 20,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 19 มี.ค. 70 - 28 มี.ค. 70 | 119,900 บาท | 20,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 09 เม.ย. 70 - 18 เม.ย. 70 | 129,900 บาท | 20,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 30 เม.ย. 70 - 09 พ.ค. 70 | 125,900 บาท | 20,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 19 พ.ค. 70 - 28 พ.ค. 70 | 125,900 บาท | 20,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 11 มิ.ย. 70 - 20 มิ.ย. 70 | 125,900 บาท | 20,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 16 ก.ค. 70 - 25 ก.ค. 70 | 129,900 บาท | 20,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 11 ส.ค. 70 - 20 ส.ค. 70 | 129,900 บาท | 20,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
20.30 คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารต่างประเทศ ชั้น 4 สายการบินไทย โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัท คอยอำนวยความสะดวกก่อนเดินทาง
23.40 ออกเดินทางสู่นครแฟรงค์เฟิร์ท ประเทศเยอรมัน โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG920
05.55 เดินทางถึงนครแฟรงค์เฟิร์ท ประเทศเยอรมัน หลังจากผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่เมือง “ไฮเดลแบร์ก” (Heidelberg) (79 กม.) เมืองมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของเยอรมนี และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่โรแมนติกที่สุดของประเทศ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเนคคาร์ (Neckar River) เมืองแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 800 ปี โดดเด่นด้วยย่านเมืองเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากแทบไม่ได้รับความเสียหายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงยังคงเสน่ห์ของอาคารสไตล์บาโรก ถนนหินโบราณ จัตุรัส และโบสถ์เก่าแก่ไว้อย่างครบถ้วน โดยมี ปราสาทไฮเดลแบร์ก (Heidelberg Castle) ปราสาทหินทรายสีแดงที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา สมควรแก่เวลาเดินทางสู่เมือง “โรเธนเบิร์ก” เมืองโรเธนเบิร์กหรือชื่อเต็มว่า โรเทินบวร์ค อ็อพ แดร์ เทาเบอร์ (Rothenburg ob der Tauber) (164 กม.) เป็นเมืองปราการ ที่ตั้งอยู่บนแม่น้ำเทาเบอร์ เขตเมืองเก่าสร้างขึ้นในสมัยยุคกลาง ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีจนถึงปัจจุบัน เมืองแห่งนี้ยังตั้งอยู่บนถนนสายโรแมนติกซึ่งเป็นเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมมากที่สุด ในตอนใต้ของรัฐบาวาเรีย ในอดีตโรเทินเบิร์ก เคยมีฐานะเป็นเมืองอิสระของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งในยุคหนึ่ง เมืองนี้เคยเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ที่สุดของ จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ อีกด้วย อิสระทุกท่าน เดินเล่นชมเมืองหรือเลือกซื้อของฝากของที่ระลึกตามอัธยาศัย
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารเดินทางสู่เมือง “สตุ๊ตการ์ท” (Stuttgart) (149 กม.) เมืองหลวงของรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทิมแบร์ค ศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมยานยนต์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป สตุ๊ตการ์ทได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองแห่งรถยนต์” เพราะเป็นบ้านเกิดของรถยนต์สมัยใหม่ โดย คาร์ล เบนซ์ (Karl Benz) และ ก็อทท์ลีบ เดมเลอร์ (Gottlieb Daimler) เข้าสู่จัตุรัส “ชลอสส์พลาทซ์” (Schlossplatz) หรือ จัตุรัสพระราชวัง จัตุรัสแห่งนี้มีประวัติยาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 โดยมี พระราชวังใหม่ (Neues Schloss) ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหนึ่ง พระราชวังสไตล์บาโรกหลังงดงามแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์แห่งราชอาณาจักรเวือร์ทเทิมแบร์ค ปัจจุบันใช้เป็นที่ทำการของหน่วยงานราชการของรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทิมแบร์ค ใจกลางจัตุรัสคือ Jubilumssule หรือ เสาเฉลิมพระเกียรติ ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1841 เพื่อเฉลิมฉลองการครองราชย์ของกษัตริย์วิลเฮล์มที่ 1 โดยบนยอดเสาประดับด้วยรูปปั้นเทพีคอนคอร์เดีย (Concordia) เทพีแห่งความสามัคคี ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมือง
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: HOLIDAY INN STUTTGART BY IHG หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารนำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz Museum) หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ยานยนต์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก ตั้งอยู่ในเมืองสตุ๊ตการ์ท ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของรถยนต์สมัยใหม่และเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ Mercedes-Benz พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้เข้าชมเมื่อปี ค.ศ.2006 ตัวอาคารมีการออกแบบที่โดดเด่น ได้แรงบันดาลใจจากโครงสร้างเกลียวคู่ของ DNA สื่อถึงวิวัฒนาการและนวัตกรรมที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องของแบรนด์ และรวบรวมรถยนต์กว่า 160 คัน พร้อมวัตถุจัดแสดงมากกว่า 1,500 ชิ้น ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ยานยนต์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1886 จนถึงปัจจุบัน ไฮไลต์สำคัญของพิพิธภัณฑ์คือ Benz Patent-Motorwagen รถยนต์คันแรกของโลกที่ได้รับการจดสิทธิบัตรในปี ค.ศ. 1886 ผลงานของ คาร์ล เบนซ์ (Karl Benz) ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ สมควรแก่เวลาเดินทางสู่เมือง “อูล์ม” (Ulm) (91 กม.) เมืองประวัติศาสตร์ริมฝั่งแม่น้ำดานูบ (Danube River) ตั้งอยู่ในรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทิมแบร์ค ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนี มีประวัติยาวนานกว่า 1,200 ปี และรุ่งเรืองอย่างมากในยุคกลางจากการเป็นศูนย์กลางการค้า เนื่องจากตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าสำคัญของยุโรป อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของชาวอูล์มคือ เมืองนี้เป็น บ้านเกิดของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) ชม “มหาวิหารอูล์ม” (Ulm Minster) ซึ่งมีหอคอยสูง 161.53 เมตร นับเป็นโบสถ์ที่มีหอคอยสูงที่สุดในโลก การก่อสร้างเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1377 และแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1890 ภายในมีหน้าต่างกระจกสีอันงดงาม
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่กรุง “มิวนิค” (Munich) เมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย (Bavaria) ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนี และเป็นเมืองใหญ่อันดับสามของประเทศ รองจากเบอร์ลินและฮัมบูร์ก มีได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในยุโรป เข้าสู่ “จัตุรัสมาเรียนพลัทซ์” (Marienplatz) หัวใจของเมืองมิวนิก สัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของจัตุรัสคือ ศาลาว่าการเมืองหลังใหม่ (Neues Rathaus) อาคารสไตล์นีโอโกธิกอันงดงาม สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 มีหอคอยสูงเกือบ 85 เมตร และ “กล็อกเคนสปีล” (Glockenspiel) หอนาฬิกาที่มีตุ๊กตากลไกขนาดใหญ่กว่า 30 ตัว ซึ่งจะออกมาแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเมือง ใจกลางจัตุรัสคือ “เสาพระแม่มารี” (Mariensule) ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1638 เพื่อเฉลิมฉลองการสิ้นสุดการยึดครองของกองทัพสวีเดนในช่วงสงครามสามสิบปี จากจัตุรัส แห่งนี้ ท่านสามารถเดินไปยังสถานที่สำคัญต่างๆ ได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็น โบสถ์เฟราเอินเคียร์เชอ (Frauenkirche) ที่มีโดมหัวหอมอันเป็นเอกลักษณ์, ตลาดวิคทัวเลียนมาร์คท์ (Viktualienmarkt) ตลาดสดชื่อดังที่เต็มไปด้วยอาหารท้องถิ่นและของฝาก รวมถึงถนนช้อปปิ้งสายหลักอย่าง Kaufingerstrae ซึ่งเป็นหนึ่งในถนนคนเดินที่คึกคักที่สุดของเยอรมนี
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร เมนู ขาหมูเยอรมัน (ชไวน์สฮัคเซอ) อาหารขึ้นชื่อแห่งแคว้นบาวาเรีย รับประทานคู่กับ “กะหล่ำปลีดอง” (Sauerkraut) ซึ่งมีรสเปรี้ยวช่วยตัดความมันของเนื้อหมู พร้อม “มันฝรั่ง” หรือ Kndel) หรือมันฝรั่งอบ รวมถึงซอสเกรวีรสเข้มข้น เสิร์ฟคู่กับ “เบียร์ลาเกอร์” (Lager) หรือเบียร์ข้าวสาลี Weissbier ซึ่งถือเป็นการจับคู่ที่ลงตัว และเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของชาวบาวาเรียนมานานหลายร้อยปี
พักที่: Holiday Inn hotel / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่หมู่บ้านโอเบอร์อัมเมอร์เกา (Oberammergau) เมืองขนาดเล็กบริเวณพรมแดนติดกับประเทศออสเตรีย ของขึ้นชื่อของที่นี่คืองานแกะสลักไม้และภาพเขียนเฟสโก ที่มีเนื้อหา เกี่ยวกับศาสนาคริสต์ ภาพเขียนเหล่านี้ถูกวาดลงบนผนังและจั่วหน้าบ้านทุกหลัง / จากนั้นท่านออกเดินทางสู่หมู่บ้านชวานเกา (Schwangau) ในแคว้นบาวาเรียของเยอรมนี นำท่านนั่งรถมินิบัสขึ้นสู่ที่ตั้งของ “ปราสาทนอยชวานสไตน์” Neuschwanstein (กรณีอากาศไม่เอื้ออำนวย เพื่อความปลอดภัยขอผู้เดินทาง ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการนำท่านเดินเท้าขึ้นแทน)
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่าน เข้าชม “ปราสาทนอยชวานสไตน์” ซึ่งเป็นปราสาทตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์ สร้างในสมัยพระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย ในช่วง ค.ศ. 1845-86 เป็นปราสาทที่งดงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก ตัวปราสาทตั้งอยู่บนบนหินผาขนาดใหญ่ยักษ์ สูงกว่า 200 เมตร เหนือเกาะแก่งของแม่น้ำพอลลัท เป็นปราสาทหลังใหญ่สีขาว ตั้งอยู่กลางป่าเขาลำเนาไพร ที่ซึ่งมีสีสันแปลกแปลง แตกต่างไปในแต่ละฤดูกาลได้ ปราสาทหลังนี้ เพิ่งได้รับขนานนามว่า “นอยชวานสไตน์” ก็เพียงภายหลังจากที่ กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ได้เสด็จสวรรคตแล้วในปี 1886 แม้กระทั่งราชาการ์ตูนอย่าง “วอล์ทดิสนีย์” ยังได้จำลองแบบปราสาทแห่งนีไปเป็นปราสาทในเทพนิยาย อันเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของดิสนีย์แลนด์ **กรณีคิวการเข้าชม ปราสาทนอยชวานชไตน์เต็ม บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการนำท่านไปถ่ายรูปคู่กับปราสาทนอยชวานชไตน์ (ภายนอก) และนำท่านเข้าชม ปราสาทโฮเฮนชวานเกาแทน** ท่านออกเดินทางสู่เมืองการ์มิช พาร์เทนเคียเชน / แวะหมู่บ้านเอททัล (Ettal) นำท่านเก็บภาพความสวยงามของสำนักสงฆ์แห่งเมืองเอททัล Kloster Ettal ได้รับการ ขึ้นทะเบียน UNESCO สำนักสงฆ์แห่งนี้ ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1330 ตรงกับวัน สมโภชประจำปีของนักบุญวิทาลลิสแห่งมิลาน (Vitalis of Milan) โดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 4 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก
พักที่: MERCURE HOTEL GARMISCH PARTENKIRCHEN หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางสู่สถานีกระเช้า นำท่านขึ้นชมยอดเขาซุกสปิตซ์ (Zugspitze Mt.) ยอดเขาซุกสปิตเซอ (Zugspitze) ยอดเขาที่สูงที่สุดของประเทศเยอรมนี ด้วยความสูง 2,962 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่บนแนวเทือกเขาแอลป์ และเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างประเทศเยอรมนีกับออสเตรีย สามารถมองเห็นยอดเขากว่า 400 ยอด ที่กระจายตัวอยู่ใน 4 ประเทศ ได้แก่ เยอรมนี ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ และอิตาลี อีกหนึ่งไฮไลต์คือ ธารน้ำแข็งซุกสปิตเซอ (Zugspitzplatt) ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนี บริเวณยอดเขายังมี กางเขนสีทอง (Summit Cross) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของยอดเขาซุกสปิตเซอ นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมถ่ายภาพคู่กับกางเขนแห่งนี้ เพื่อเป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งได้พิชิตจุดที่สูงที่สุดของประเทศเยอรมนี
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านออกเดินทางสู่เมือง “นูเรมเบิร์ก” (Nuremberg หรือ Nrnberg) เมืองใหญ่อันดับสองของรัฐบาวาเรีย รองจากมิวนิก ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเพกนิตซ์ (Pegnitz River) และมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,000 ปี ถือเป็นหนึ่งในเมืองที่มีความสำคัญที่สุดของเยอรมนี ทั้งด้านประวัติศาสตร์ การค้า ศิลปวัฒนธรรม และอุตสาหกรรม/ เข้าสู่ “ย่านเมืองเก่า” (Altstadt) ทุกท่านจะได้สัมผัสถนนหิน อาคารครึ่งไม้แบบดั้งเดิม โบสถ์เก่าแก่ และจัตุรัสที่เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่ บรรยากาศยังคงสะท้อนเสน่ห์ของเมืองยุคกลาง แม้เมืองจะได้รับความเสียหายอย่างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ก็ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่อย่างพิถีพิถัน อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองคือ โบสถ์พระแม่มารี (Frauenkirche) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ จัตุรัสตลาดกลาง (Hauptmarkt) เก็บภาพ “โรงพยาบาลจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์” (Heilig-Geist-Spital) ความโดดเด่นของโรงพยาบาลเก่านี้คือส่วนของอาคารที่ทอดคร่อม แม่น้ำเพกนิตซ์ (Pegnitz River) ทำให้ดูเหมือน ตัวอาคารลอยอยู่เหนือสายน้ำ หากเดินข้ามสะพาน Karlsbrcke ซึ่งจะสามารถเก็บภาพตัวอาคารที่ทอดข้ามแม่น้ำ พร้อมฉากหลังของเมืองเก่าได้อย่างสวยงาม จากนั้นเดินเข้าสู่จัตุรัสตลาดหลัก (Hauptmarkt) ชม “น้ำพุโชเนอร์ บรันเนน” (Schner Brunnen) หรือ “น้ำพุสวยงาม” หนึ่งในสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองนูเรมเบิร์ก
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: NH COLLECTION NURNBERG CITY หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางต่อสู่เมืองไลป์ซิก(Leipzig) หนึ่งในเมืองสำคัญ ของแคว้นแซกโซนี่ทางฝั่งตะวันออกของเยอรมัน เป็นเมืองแห่งการค้าขายและแลกเปลี่ยนที่สำคัญมาตั้งแต่ยุคจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ไลป์ซิกโดดเด่นในเรื่องของการเป็นศูนย์กลางการศึกษา วัฒนธรรม และดนตรี มากมายไปด้วยพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับดนตรี และศิลปะ เป็นเมืองที่คนรักเสียงดนตรีและบทกลอนพลาดไม่ได้ ที่จะต้องมาเยือนซักครั้ง นำท่านเก็บภาพอนุสาวรีย์สมรภูมิรบแห่งชาติ (Monument to the Battle of the Nation) แลนด์มาร์กที่มีชื่อเสียงที่สุดของไลพ์ซิก ตั้งอยู่ใกล้กับฐานบัญชาการเดิมของนโปเลียน ณ ใจกลางสมรภูมิรบแห่งชาติในปี ค.ศ. 1813 อนุสาวรีย์แห่งนี้ (ซึ่งสร้างจากคอนกรีตและหินแกรนิตพอร์ฟิรี และเปิดในปี ค.ศ. 1913) สูงตระหง่านถึง 91 เมตร จุดชมวิวของอนุสาวรีย์แห่งนี้ ท่านจะเห็นทัศนียภาพอันงดงามของไลพ์ซิกและบริเวณโดยรอบ
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย ได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางสู่ “กรุงเบอร์ลิน” Berlin มหานครอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับการบูรณะซ่อมแซมให้สวยงามและดูยิ่งใหญ่ดังเดิม หลังจากการรวมตัวของเยอรมันตะวันตกในค่ายโลกเสรี และเยอรมันตะวันออกในฝ่ายคอมมิวนิสต์ที่แบ่งแยกกันมานานร่วม 50 ปี ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เที่ยวชมความสวยงามของ 2 ฝั่งนครเบอร์ลิน ทั้งตะวันตกและตะวันออก เก็บภาพกำแพงเบอร์ลินอดีตแห่งการแบ่งแยกที่ปัจจุบันเหลือเพียงไม่กี่กิโลเมตร เพื่อเก็บไว้เป็นอนุสรณ์ให้กับคนรุ่นหลัง จากนั้นนำท่านเข้าสู่ East Side Gallery หนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุดของกรุงเบอร์ลิน และเป็นสัญลักษณ์แห่งการสิ้นสุดของสงครามเย็นและการรวมประเทศเยอรมนี สถานที่แห่งนี้คือ กำแพงเบอร์ลิน (Berlin Wall) ส่วนที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ยาวประมาณ 1.3 กิโลเมตร นับเป็นช่วงกำแพงที่ยังคงสภาพยาวที่สุดที่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำชเปร (Spree River) หนึ่งในภาพวาดที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ “My God, Help Me to Survive This Deadly Love” หรือที่หลายคนเรียกว่า “Fraternal Kiss” เป็นภาพการจุมพิตระหว่างผู้นำสหภาพโซเวียต ลีโอนิด เบรจเนฟ (Leonid Brezhnev) และผู้นำเยอรมนีตะวันออก เอริช โฮเน็คเกอร์ (Erich Honecker) ซึ่งกลายเป็นภาพสัญลักษณ์ของ East Side Gallery และเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: LEONARDO HOTEL BERLIN MITTE หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม “เช็คพ้อยส์ ชาร์ลี” จุดตรวจคนเข้า - ออก ระหว่าง 2 ฝั่งเบอร์ลิน ซึ่งท่านจะได้เห็นภาพของความพยายามในการหลบหนีของผู้คนจากฝั่งตะวันออกสู่ฝั่งตะวันตก และเป็นจุดที่ใช้แลกตัวเชลยในช่วงแบ่งแยกดินแดน ปัจจุบันจัดเป็นจุดแสดงเรื่องราวของกำแพงเบอร์ลิน ตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงวันที่ผู้คนช่วยกันทลายกำแพง ท่านผ่านชมพระราชวัง “ชาล็อตเทนเบิร์ก” อันสวยงาม เดิมเป็นที่ประทับฤดูร้อนในสมเด็จพระราชินีโซเฟียชาล็อต ชม “โบสถ์ไกเซอร์วิลเฮม เกต คนิสเคิร์ช” หรือ “ เมโมเรียลเชิร์ช ” Wilhelm Memorial Church ที่ยังคงร่องรอยความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันได้มีการสร้างโบสถ์กระจกสีน้ำเงินครามอยู่เคียงข้าง แวะให้ท่านบันทึกภาพ จากนั้นผ่านชม “ประตูบรันเดนเบิร์ก” อดีตประตูเมืองที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 เป็นประตูชัยที่สร้างแบบสถาปัตยกรรมฟื้นฟูคลาสสิก (Neoclassical) และปัจจุบันถือว่าเป็นสถานที่สำคัญที่เป็นที่รู้จักกันอย่างดีในกรุงเบอร์ลิน ประตู บรันเดนเบิร์กตั้งอยู่ฝั่งตะวันของใจกลางกรุงเบอร์ลินบริเวณชุมทางระหว่างถนนหลวงอุนเทอร์ เดน ลินเดน Unter den Linden กับถนนอีบัทสทราสเซ่ Ebertstrae และอยู่ทางทิศตะวันตกของจัตุรัสพาริเซอร์ Pariser Platz ห่างประตูออกไปทางเหนือหนึ่งบล็อก เป็นที่ตั้งของอาคารรัฐสภาไรชส์ทาค นำท่านเก็บภาพอาคารไรชส์ทาค(Reichstag) หรือมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า อาคารที่ประชุมใหญ่ไรชส์ทาค เป็นสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี สร้างขึ้นในสมัยจักรวรรดิเยอรมันเพื่อเป็นประชุมของรัฐสภาเยอรมัน อาคารนี้เริ่มใช้งานในปีค.ศ. 1894 มีการบูรณะอาคารนี้โดยสถาปนิกนอร์มัน ฟอสเตอร์ การบูรณะเสร็จสิ้นใน ค.ศ. 1999 และถูกใช้เป็นอาคารรัฐสภาสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มาตั้งแต่บัดนั้น
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเก็บภาพบริเวณวิหารเบอร์ลิน หรือ แบร์ลิแนร์โดม(Berliner Dom) เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโปรเตสแตนต์และเป็นสุสานหลวงของราชวงศ์โฮเอินท์ซ็อลเลิร์น ถูกสร้างเมื่อปี 1451 ตามบัญชาของฟรีดริชที่ 2 เจ้าผู้ครองบรันเดินบวร์ค เพื่อใช้เป็นโบสถ์ประจำวังแห่งใหม่ของพระองค์ ซึ่งในปีดังกล่าว พระองค์ย้ายวังที่ประทับมายังบริเวณแห่งนี้ โบสถ์แห่งนี้ได้รับการต่อเติมเรื่อยมาจนกระทั่งถูกรื้อทิ้งในปี 1893 เพื่อสร้างอาคารหลังใหม่ อาคารหลังปัจจุบันถูกก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 1905 ในสมัยของจักรพรรดิวิลเฮ็ล์มที่ 2 ได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองฮันโนเวอร์” (Hannover) เมืองหลวงของรัฐโลเวอร์แซกโซนี (Lower Saxony) ตอนเหนือของประเทศเยอรมนี มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 900 ปี จากหมู่บ้านเล็กๆ ริมแม่น้ำไลเนอ (Leine River) ก่อนจะพัฒนาเป็นเมืองการค้าที่รุ่งเรืองในยุคกลาง
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: WYNDHAM HANNOVER ATRIUM หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางสู่เมือง “โคโลญ” (Cologne หรือ Kln) เมืองใหญ่อันดับสี่ของประเทศเยอรมนี และเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไรน์ (Rhine River) ในรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลิน (North Rhine-Westphalia) เมืองโคโลญมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี ก่อตั้งขึ้นโดยชาวโรมันในปี ค.ศ. 50 นำท่านชม “มหาวิหารโคโลญ” (Klner Dom) มหาวิหารสไตล์โกธิกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเยอรมนี และเป็นหนึ่งในโบสถ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ในปี ค.ศ. 1996 จาก ลานด้านหน้ามหาวิหาร (Domplatte) ซึ่งเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม สามารถเก็บภาพมหาวิหารทั้งสองยอดได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะหากเดินออกมาทางฝั่งสถานีรถไฟ จะได้มุมกว้างที่เห็นความอลังการของตัวอาคารอย่างเต็มที่ จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่น ย่านเมืองเก่า (Altstadt) ภายในเต็มไปด้วยตรอกเล็กๆ อาคารสีสันสวยงาม ร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่ และร้ านขายของที่ระลึก เหมาะสำหรับเดินเล่นและสัมผัสบรรยากาศแบบเยอรมันดั้งเดิม พร้อมช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง, ของที่ระลึก ตลอดจนสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังนานาชนิดบนถนน Walking Street รอบมหาวิหาร
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย เดินทางสู่เมือง “โคเบลนซ์” (Koblenz) อันเป็นที่ตั้งของ “Deutsches Eck” หรือ “German Corner” ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำไรน์และโมเซลมาบรรจบกัน โดยมีรูปปั้นอันโดดเด่นของจักรพรรดิวิลเลียมที่ 1 ตั้งอยู่ ย่านเมืองเก่าโคเบลนซ์ (Altstadt Koblenz) หนึ่งในย่านเมืองเก่าที่มีเสน่ห์ที่สุดของประเทศเยอรมนี เมืองแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี และถือเป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ ถนนหินกรวด อาคารสีพาสเทล บ้านครึ่งไม้แบบเยอรมันดั้งเดิม และจัตุรัสเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยร้านกาแฟ ร้านไวน์ และร้านอาหารท้องถิ่น บรรยากาศอบอุ่นและเหมาะแก่การเดินเล่นเป็นอย่างยิ่ง เมือง “แฟรงก์เฟิร์ต อัม ไมน์” (Frankfurt am Main) หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า แฟรงก์เฟิร์ต เมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐเฮสเซิน (Hesse) และเป็นศูนย์กลางด้านการเงิน เศรษฐกิจ และการคมนาคมที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป (126 กม.)
ค่ำ บริหารอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร / จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
พักที่: INTERCITY HOTEL FRANKFURT หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
หลังอาหารนำท่านเข้าสู่ “Rmerberg” หรือ “จัตุรัสโรเมอร์แบร์ก” หัวใจของเมืองเก่าแฟรงก์เฟิร์ต จัตุรัสแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของเมืองมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 บริเวณกลางจัตุรัสจะเห็น “น้ำพุแห่งความยุติธรรม” ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1543 อาคารที่โดดเด่นที่สุดคือ ศาลาว่าการโรเมอร์ (Rmer) ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 และใช้เป็นศาลาว่าการเมืองต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน จุดเด่นคืออาคารด้านหน้าที่มี หน้าจั่วทรงขั้นบันได 3 หลัง ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองแฟรงก์เฟิร์ต ชม “มหาวิหารเซนต์บาร์โธโลมิว” (Frankfurt Cathedral) ซึ่งในอดีตใช้ประกอบพิธีราชาภิเษกของจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ และยังคงเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง อิสระทุกท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย ได้เวลาสมควรออกเดินทางสู่ท่าอากาศยานแฟรงค์เฟิร์ต
*** อาหารกลางวัน อิสระตามอัธยาศัย เพื่อสะดวกกับการช้อปปิ้ง ***
บ่าย อิสระให้ท่านเดินเล่นย่าน ถนน Zeil (Zeil Shopping Street) ถนนช้อปปิ้งสายหลักและคึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองแฟรงก์เฟิร์ต ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น หนึ่งในถนนการค้าที่สำคัญที่สุดของประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ระหว่างบริเวณ Hauptwache และ Konstablerwache เป็นถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยร้านค้า ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่มากมาย ตลอดระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่น เลือก ซื้อสินค้า และสัมผัสบรรยากาศการใช้ชีวิตของชาวแฟรงก์เฟิร์ตได้อย่างใกล้ชิด ถนนแห่งนี้เป็นแหล่งรวมร้านค้าชั้นนำ ตั้งแต่แบรนด์แฟชั่นระดับโลก ร้านเครื่องสำอาง รองเท้า เครื่องประดับ ไปจนถึงร้านค้าท้องถิ่นและของฝาก โดยมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ จุดสำคัญคือ Galeria Frankfurt am Main ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่เป็นที่นิยมของทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยว มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย
…….. สมควรแก่เวลาเดินทางสู่สนามบินแฟรงค์เฟิร์ต เพื่อทำการเช็คบัตรที่นั่ง และทำภาษีคืน
20.55 เดินทางสู่กรุงเทพฯ โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG923
13.45 เดินทางถึงกรุงเทพฯ...โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
99 หมู่ที่ 4 ตำบลกุดนกเปล้า อำเภอเมืองสระบุรี จ.สระบุรี 18000
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา