แพ็คเกจทัวร์น่าน

แพ็คเกจทัวร์น่าน - บริษัท โคโลเนียล แทรเวล แอนด์ เซอร์วิส กรุ๊ป จำกัด
รหัสทัวร์
192-24395
วันที่เดินทาง
ต.ค.68 - ต.ค.69
ช่วงเวลา
5 วัน 4 คืน
เดินทางโดย
เดินทางมาเอง

ไฮไลท์ทริป ห้ามพลาด

  • ชมคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ >> บ้านเจ้าวงศ์บุรี บ้านนาคูหา >> สักการะพระธาตุอินแขวนจำลอง >> วัดพระธาตุช่อแฮ
  • วัดนาเตา >> ชมวัดบ่อแก้ว อำเภอนาหมื่น >> วัดดอนมูล >> ดอยภูคา >> ถนนลอยฟ้าหมายเลข 3 >> บ่อเกลือโบราณอายุ 800 ปี  >> หมู่บ้านสะปัน 
  • ดอยภูคา >> จุดชมวิวที่ความสูง 1715 >> ดอยสกาด >> วัดภูเก็ต  >> ฟาร์มเห็ดออแกนิคที่อำเภอปัว >> หอศิลป์ริมน่าน >> วัดศรีมงคล
  • โฮงเจ้าฟองคำ >> พระธาตุวัดพระธาตุแช่แห้ง >> พระธาตุวัดช้างค้ำ  >> วัดมิ่งเมืองศาลหลักเมืองน่าน >> พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน  >> วัดภูมินทร์

แผนการเดินทาง

รับที่สนามบินน่านนคร

ดอยเสมอดาว ชมวิวดอยเสมอดาว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ตั้งอยู่ใน อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน ประเทศไทย เป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการชมพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก และการดูดาวตอนกลางคืน จุดเด่นของดอยเสมอดาว คือวิวทิวทัศน์ 360 องศา มองเห็นภูเขาสลับซับซ้อนและแม่น้ำน่าน การดูดาว เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ฟ้าเปิดและมีแสงสว่างน้อย ทำให้มองเห็นดาวได้ชัดเจนมาก เหมาะสำหรับการกางเต็นท์ มีลานกางเต็นท์ที่ได้รับความนิยมมากในช่วงฤดูหนาว และยังใกล้กับ ผาหัวสิงห์ อีกจุดชมวิวที่สวยงามในระยะเดินเท้าสั้น ๆ จากดอยเสมอดาว

เที่ยว แกรนด์แคนยอน เสาดินนาน้อย เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ตั้งอยู่ในอำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ประเทศไทย ลักษณะเด่นเป็น เสาดินรูปร่างแปลกตา ที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำฝนและลมตามธรรมชาตินานนับล้านปี รูปร่างคล้าย แพะเมืองผี จังหวัดแพร่ หรือ แกรนด์แคนยอนขนาดย่อม ดินในบริเวณนี้มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย ทำให้ถูกกัดเซาะได้ง่าย จนเกิดเป็น เสาและแท่งดินสูงต่ำสลับกัน มีรูปร่างสวยงามแปลกตา เป็นแหล่งธรณีวิทยาที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายภาพและธรรมชาติ อยู่ห่างจากตัวเมืองน่านประมาณ 60-70 กิโลเมตร ไปทางอำเภอนาน้อย แล้วขับเข้าทางหลวงหมายเลข 1083

เที่ยวถ้ำเชตะวัน (ครูบาน้อย) วัดถ้ำเชตะวัน (ครูบาน้อย) เป็นวัดและสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและศาสนา ตั้งอยู่ในจังหวัดน่าน ประเทศไทย ชื่อ "ถ้ำเชตะวัน" สื่อถึงถ้ำที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา และมีบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและการท่องเที่ยวเชิงจิตใจ จุดเด่นของวัดถ้ำเชตะวันมีถ้ำที่ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมหรือบำเพ็ญภาวนา ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ป่าไม้หรือภูเขา ทำให้มีบรรยากาศสงบ ร่มรื่น มีพระพุทธรูปหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในถ้ำให้ผู้คนกราบไหว้ เป็นจุดหมายของผู้ที่แสวงหาความสงบทางจิตใจ หรือผู้ที่สนใจปฏิบัติธรรม

โฮงเจ้าฟองคำ เป็นบ้านของเจ้าฟองคำ ซึ่งมีเชื้อสายของเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 62 มีอายุกว่า 200 ปี เป็นบ้านไม้สักยกใต้ถุนสูง รูปแบบล้านนาโบราณ หลังคาทรงจั่วมุงด้วยกระเบื้องดินขอ ได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทบ้านพักอาศัย (คุ้มเจ้า) ประจำปี 2555 จากสมาคมสถาปนิกสยาม ชั้นบนเป็นที่พักอาศัย และพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น จัดแสดงเกี่ยวกับวิถีชีวิตในอดีตและของโบราณที่มีคุณค่า เช่น เครื่องเงิน และผ้าทอ เป็นต้น นอกจากนั้น ยังเป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นมีชีวิต ซึ่งมีส่วนอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมของชาวน่าน แต่เดิมนั้น ไม้ที่ถูกนำมาเป็นวัสดุสร้างตัวบ้านนั้นเป็นไม้สักที่ทำการผ่าและซ้อมถากด้วยขวานและมีด เพราะในสมัยนั้นยังไม่มีเลื่อยขนาดใหญ่ ดังนั้น การประกอบตัวเรือนจึงไม่ได้ใช้ตะปู แต่จะใช้วิธีเจาะไม้และเข้าไม้ โดยใช้สลักไม้ ซึ่งจะสามารถมองเห็นร่องรอยที่มีเหลืออยู่ในส่วนต่าง ๆ ของตัวบ้าน

กิจกรรม ทำสวยดอกไม้สำหรับนำไปกราบสักการะพระธาตุแช่แห้งท่านละ 30 บาท (ลูกค้าออกค่าใช้จ่ายเอง) ทำก๋วยสลาก 1 ชุด ชุดละ 200 บาท (ทางทัวร์แถมให้)

สักการะ พระธาตุแช่แห้ง ณ วัดพระธาตุแช่แห้ง (พระธาตุปีเถาะ) เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนเนินทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน ในบริเวณที่เคยเป็นศูนย์กลางเมืองน่านเดิม หลังจากที่ย้ายมาจากเมืองปัว วัดพระธาตุแช่แห้งสร้างในสมัยพญาการเมือง (เจ้าผู้ครองนครน่าน พ.ศ. 1869-1902) เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระมหาชินธาตุเจ้า 7 พระองค์ พระพิมพ์เงินและพระพิมพ์ทอง ที่ได้รับพระราชทานจากพระมหาธรรมราชาลิไท เมื่อครั้งที่พญาการเมืองเสด็จไปช่วยสร้างวัดหลวงอภัย (วัดป่ามะม่วง จังหวัดสุโขทัย ในปัจจุบัน) เมื่อ พ.ศ. 1897 สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ได้แก่ พระบรมธาตุแช่แห้ง เป็นพระธาตุนักษัตรของคนเกิดปีเถาะ องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ทรงระฆัง รูปแบบของพระธาตุแช่แห้ง สันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลจากเจดีย์พระธาตุหริภุญชัย โดยรอบองค์บุด้วยทองจังโก (ทองดอกบวบ ทองเหลืองผสมทองแดง) ทางขึ้นสู่องค์พระธาตุเป็นตัวพญานาค หน้าบันเหนือประตูทางเข้าพระวิหารเป็นปูนปั้นลายนาคเกี้ยว ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของศิลปกรรมเมืองน่าน ชาวล้านนาเชื่อว่าหากได้เดินทางไป “ชุธาตุ” หรือนมัสการพระธาตุประจำปีเกิด จะได้รับอานิสงส์อย่างยิ่ง

สักการะพระธาตุวัดช้างค้ำ (วัดของเจ้าเมืองน่าน) เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ใน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน มีชื่อเต็มว่า "วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร" วัดพระธาตุช้างค้ำสร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรล้านนา ราวพุทธศตวรรษที่ 20 โดยเจดีย์ช้างค้ำได้รับอิทธิพลจากศิลปะสุโขทัยและศิลปะพม่า เป็นหนึ่งในวัดที่แสดงถึงความรุ่งเรืองของเมืองน่านในอดีต จุดเด่นของวัดพระธาตุช้างค้ำ เจดีย์ประธานของวัด มีรูปช้างครึ่งตัวโผล่ออกมาจากฐานรอบ ๆ เจดีย์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์แบบล้านนา อาคารและสิ่งก่อสร้างในวัดมีศิลปะแบบล้านนาผสมผสานกับศิลปะพม่า ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ และมีจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่

วัดมิ่งเมือง เป็นวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงเป็นที่ตั้งของ เสาพระหลักเมืองน่าน ที่ใครไปเที่ยวน่าน ต้องไปไหว้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถของวัดมิ่งเมือง เป็นที่ตั้งของ เสาพระหลักเมืองน่าน (แต่เดิมเรียก เสามิ่งเมือง) ซึ่งประดิษฐานอยู่ในศาลาจตุรมุขสีขาวที่มีลวดลายปูนปั้นวิจิตรงดงาม มียอดพรหมสี่หน้าเป็นตัวอาคาร เสาหลักเมืองมีความสูงประมาณ 3 เมตร ฐานประดับด้วยไม้แกะลวดลายลงรักปิดทอง ยอดเสาแกะสลักเป็นรูปพระพรหมพักตร์มีชื่อ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

หลังจากสักการะเสาพระหลักเมืองน่านแล้ว เดินเข้าไปในอุโบสถเพื่อสักการะพระประธานที่ประดิษฐานอยู่ภายใน และชมภาพจิตรกรรมฝาผนังที่แสดงประวัติความเป็นมาของเมืองน่านและวิถีชีวิตของชาวเมืองน่าน ฝีมือช่างท้องถิ่นยุคปัจจุบัน

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน อาคารแบบยุโรปสีขาวที่ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมท้องถิ่นเมืองน่านหลังนี้ คือสถานที่บรรจุสมบัติล้ำค่าอันเป็นมรดกตกทอดของน่านจากอดีตสู่ปัจจุบัน เดิมทีที่นี่คือ "หอคำ" อันเป็นที่ประทับและว่าราชการของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน โดยสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2475 และใช้เป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัดแห่งแรกของจังหวัดน่าน ต่อมาในปี พ.ศ. 2517 ได้รับการปรับปรุงอีกครั้งให้เป็นสถานที่ตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน โดยภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ แบ่งออกเป็นสองชั้น พื้นที่ชั้นล่างเป็นที่จัดแสดงชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่าต่าง ๆ ในจังหวัดน่าน รวมทั้งเทศกาลงานประเพณีที่สำคัญของจังหวัด เช่น การสืบชะตา การแข่งเรือ ส่วนชั้นบน จัดแสดงโบราณวัตถุสมัยต่าง ๆ ที่พบในจังหวัดน่าน ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงยุคเจ้าผู้ครองนครน่าน โดยมีวัตถุโบราณที่น่าดูน่าชมอย่างเช่น งาช้างดำ วัตถุมงคลคู่บ้านคู่เมืองน่าน เป็นงาช้างข้างซ้าย ยาว 94 เซนติเมตร วัดโดยรอบส่วนที่ใหญ่สุดได้ 47 เซนติเมตร มีน้ำหนัก 18 กิโลกรัม ได้มาในสมัยพระยาการเมือง เจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 5

ถ่ายรูปกับซุ้มลีลาวดี(ซุ้มดารา) เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตของนักท่องเที่ยว โดยต้นลีลาวดีนี้จะขึ้นเป็นแถวเรียงราย 2 ข้างทางเดิน และแผ่ขยายโค้งเข้าหากัน เป็นอุโมงค์ต้นไม้ที่สวยงามมาก

ชมภาพวาดหนานบัวผัน ที่วัดภูมินทร์กับกาลเวลากว่า 400 ปี ศรีเมืองน่านหลังจากพระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เจ้าผู้ครองนครเมืองน่าน องค์ที่ 40 และองค์ที่ 41 แห่งนครเมืองน่าน ขึ้นครองนครได้ 6 ปี ก็ได้สร้างวัดภูมินทร์ขึ้นในปี พ.ศ. 2139 ซึ่งตรงกับสมัยล้านนา รวมระยะเวลาจวบจนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2568) ก็มีอายุมากถึง 429 ปีแล้ว โดยที่มาของชื่อวัดนั้นมีปรากฏหลักฐานในคัมภีร์เมืองเหนือ ซึ่งได้กล่าวไว้ว่า "แต่เดิมวัดภูมินทร์มีชื่อว่า วัดพรหมมินทร์ ตามชื่อของเจ้าผู้ครองนคร แต่ก็ได้มีการเรียกชื่อเพี้ยนกันไปกลายเป็นวัดภูมินทร์ดั่งในปัจจุบัน" ซึ่งภายในวัดมีภาพจิตรกรรมที่สะดุดตาและมีชื่อเสียง คือ ปู่ม่านย่าม่าน (ภาพกระซิบรัก) เป็นผลงานของ "หนานบัวผัน" จิตรกรพื้นถิ่นเชื้อสายไทลื้อ ที่มีฝีมือการวาดภาพอันเป็นเอกลักษณ์ มีการใช้สีสันทันสมัย เช่น สีแดง ฟ้า ดำ และน้ำตาลเข้ม โดยภาพปู่ม่านย่าม่านมีลักษณะเป็นภาพชายหญิงคู่หนึ่งคล้ายกำลังกระซิบสนทนา ได้ฉายาว่าภาพ "กระซิบรักบันลือโลก"

ถ่ายรูปกับ ประตูบาหลีเมืองน่าน ถ่ายรูปกับซุ้มประตูบาหลีเมืองน่าน ประตูสวรรค์น่าน แลนด์มาร์กที่เที่ยวใหม่ แรงบันดาลใจจากบาหลีเป๊ะเที่ยวร้านกาแฟ เดอะวิวกิ่วม่วง (กาแฟหลักสิบวิวหลักล้าน) คาเฟ่วิวสวย มุมสูงของกิ่วม่วง ราคาหลักสิบ วิวหลักล้าน ที่เราจะสามารถมองเห็นดอยภูคาอยู่ด้านหน้า หากไปวันที่อากาศดี ๆ จะได้พบกับเหล่าบรรดาหมอกบริเวณยอดเขา และเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวทะเลหมอกยามเช้า

ร้านกาแฟ เดอะวิวกิ่วม่วง (กาแฟหลักสิบวิวหลักล้าน) คาเฟ่วิวสวย มุมสูงของกิ่วม่วง ราคาหลักสิบ วิวหลักล้าน ที่เราจะสามารถมองเห็นดอยภูคาอยู่ด้านหน้า หากไปวันที่อากาศดี ๆ จะได้พบกับเหล่าบรรดาหมอกบริเวณยอดเขา และเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวทะเลหมอกยามเช้า

เดินถนนคนเดินน่าน จะมีเฉพาะวันศุกร์เสาร์และอาทิตย์เป็นแหล่งรวมของดีเมืองน่านทั้งอาหารและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เมื่อซื้อของเสร็จแล้วสามารถมานั่งทานตรงลานข่วงเมืองได้จะมีขันโตกไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวที่จะมาใช้นั่งรับประทานอาหารและชื่นชมบรรยากาศจะมีเพลงดนตรีสดให้ฟังฟรี

เข้าเช็คอินท์โรงแรม คืนที่ 1

ทานอาหารเย็น มื้อที่ 1

ทานอาหารเช้า มื้อที่ 2

เที่ยว วัดหนองบัว (เป็นชุมชนไทยลื้อที่ย้ายมาจาก12 ปันนาประเทศจีน) อำเภอท่าวังผา ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านหนองบัว ตำบลป่าคา เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมฝาผนังแบบไทลื้อ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่หาชมได้ยากและยังเป็นวัดเก่าแก่ของหมู่บ้านจากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน ทำให้สันนิษฐานได้ว่าวัดไทลื้อแห่งนี้ สร้างราว พ.ศ. 2405 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 4 ภาพ

จิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์ เล่าเรื่องในปัญญาชาดก ซึ่งเป็นพระชาติหนึ่งของพระพุทธเจ้า สันนิษฐานว่าเขียนโดยทิดบัวผัน ช่างเขียนลาวพวนที่บิดาของครูบาหลวงสุ ชื่อนายเทพ ซึ่งเป็นทหารของเจ้าอนันตยศ (เจ้าเมืองน่าน พ.ศ. 2395-2434) ได้นำมาจากเมืองพวน แคว้นหลวงพระบาง นอกจากนั้นยังมีภาพที่นายเทพและพระแสนพิจิตรเป็นผู้ช่วยเขียนจนเสร็จ

เที่ยว วัดภูเก็ต ดูเทือกเขาดอยภูคาตั้งอยู่ที่ ตำบลวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน เป็นวัดที่มีชื่อเสียงของอำเภอปัว และเป็นจุดชมวิวที่สวยงามแห่งหนึ่งในจังหวัดน่าน จุดเด่นของวัดนี้คือสามารถมองเห็นวิวของทุ่งนาและภูเขาเบื้องหลังได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว จะมีหมอกลอยอยู่เหนือภูเขา ทำให้บรรยากาศเงียบสงบและงดงามมาก

แวะ ฟาร์มเห็ดออแกนิค ที่อำเภอปัว ตั้งอยู่ที่ อำเภอปัว จังหวัดน่าน เป็นฟาร์มเพาะเห็ดแบบธรรมชาติออร์แกนิคในชุมชนที่มีภูมิประเทศสวยงามและอากาศเย็นสบาย เหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและการเรียนรู้การเพาะเห็ดอย่างยั่งยืนมีการแปรรูปเห็ดเพื่อทำอาหารพื้นถิ่นหรือฟิวชันที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเมนู พิซซ่าเห็ดจากวัตถุดิบออร์แกนิค ซึ่งเป็นเมนูพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวและขายภายในชุมชนเป็นเมนูสุขภาพ ใช้วัตถุดิบปลอดสารเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายออร์แกนิคและวีแกน

เดินสะพานทุ่งนาที่ ลำดวนผ้าทอ กาแฟไทลื้อเป็นร้านขายผ้าพื้นบ้านแล้ว ก็ยังเป็นร้านกาแฟที่ไม่ธรรมดา มีวิวทุ่งนา ที่มีทางเดินเต็มไปด้วยผ้าทอหลากสีสันแสนสวยงาม

ชิมโกโก้ออแกนิค ร้านโกโก้วัลเล่ย์ (อิสระ) เป็นทั้งคาเฟ่และรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ในอำเภอปัว จังหวัดน่าน มีจุดเด่นที่การใช้โกโก้แท้จากฟาร์มในพื้นที่มาเป็นวัตถุดิบหลักในเมนูอาหารและขนมต่างๆ รวมถึงยังมีการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปเกี่ยวกับโกโก้ เช่น การทำช็อกโกแลตเองจากเมล็ดโกโก้

ศักการะ เจ้าหลวงภูคา อยู่บนดอยภูคาพญาภูคา เดิมเป็นชาวเมืองเงินยาง (อยู่ทางตอนเหนือของ จ.น่าน) ได้อพยพพร้อมด้วยชายา ชื่อ จำปา หรือแก้วฟ้า นำราษฎรประมาณ ๒๒๐ คน เดินทางลงมาทางทิศใต้ ครั้งแรกได้ตั้งถิ่นฐานที่บริเวณ ห้วยเฮี้ย (ปัจจุบัน ต.ศิลาแลง) ต่อมาเล็งเห็นว่าบริเวณเมืองล่าง (ปัจจุบัน ต.ศิลาเพชร) เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ และชัยภูมิดีเหมาะที่จะสร้างเมือง (พื้นที่ดังกล่าวชนชาวลั๊วะหรือเขมรก่อตั้งเมืองมาก่อนแล้วแต่ปล่อยให้ร้างคงมีราษฎรเหลืออาศัยประมาณ ๔๐ ครอบครัว) จากนั้น พญาภูคาจึงได้นำราษฎรย้ายจากห้วยเฮี้ยมายังเมืองล่างภายหลังที่สร้างเมืองเสร็จเรียบร้อย และด้วยพระทัยที่กว้างขวางโอบอ้อมอารี ราษฎรต่างเลื่อมใสศรัทธาจึงพร้อมใจกันยกย่องพญาภูคาขึ้นเป็นพญาครองเมืองล่างเมื่อปี พ.ศ. ๑๘๑๒ ขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๓ ปกครองเมืองล่างเรื่อยมาจึงถึงแก่พิราลัยเมื่อปี พ.ศ. ๑๘๘๐ รวมระยะเวลาปกครองเมืองล่าง ๖๘ ปี ศรัทธากันเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะคนในพื้นที่ต่างเล่าลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องขอทหาร

ถ่ายรูปกับ จุดชมวิวที่ความสูง 1715 จากน้ำทะเลเป็นจุดชมวิวที่มีความสูง 1715 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง อยู่ บนทางหลวงหมายเลข 1256 เส้นทางจาก อ.ปัว ไปยัง อ.บ่อเกลือ ผ่านถนนลอยฟ้าดอยภูคามาไม่ไกลมาก และห่างจากอุทยานแห่งชาติดอยภูคาเพียง 8 กิโลเมตรเท่านั้น เพราะบรรยากาศดีมาก มาช่วงหน้าฝนโดนหมอกปกคลุมทั้งพื้นที่ แต่ก็ยังคงความธรรมชาติที่สวยงามอยู่ พอหมอกคลายตัวก็พอมองเห็นวิวภูเขาเขียวๆ เป็นภาพที่งดงามมาก

เที่ยวบ่อเกลือโบราณอายุ 800 ปี (บ่อเกลือสินเธาว์) ชื่อเสียงด้านการผลิตเกลือภูเขา เนื่องจากน้ำในบ่อนี้เป็นน้ำเกลือที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และยังคงมีน้ำผุดขึ้นมาตลอดเวลา ซึ่งไม่เคยเหือดแห้งลงไปเลย นับว่าเป็นเรื่องที่น่ามหัศจรรย์จริงๆ จากข้อมูลทางธรณีวิทยาสันนิษฐานเอาไว้ว่าบริเวณนี้เป็นทะเลมาก่อนในยุคเพอร์เนียน (Permian) ในมหายุคพาลีโอโซอิก (Paleozoic Era) (ระหว่าง 250-299 ล้านปีมาแล้ว) เลยน่าจะมีชั้นหินเกลือใต้ดินหรือเป็นโดมอยู่ในบริเวณนี้ท่ามกลางหุบเขาธรรมชาติปัจจุบันเหลืออยู่เพียงสองบ่ออยู่ที่บ้านบ่อหลวง บ่อเหนือและบ่อใต้

หมู่บ้านสะปัน ตั้งอยู่ใน ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ โอบล้อมด้วยขุนเขาและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ เป็นแหล่งโอโซนที่ดีอีกหนึ่งที่ของน่าน

จุดเช็คอิน ร้านกาแฟหยุดเวลา เป็นคาเฟ่ ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาในหมู่บ้านสะปัน อำเภอบ่อเกลือ โดดเด่นด้วยวิวทิวเขาและทุ่งนาสวยงาม ถ้ามาช่วงหน้าฝนก็จะได้เห็นความเขียวขจีของทุ่งนา แต่ถ้ามาช่วงอากาศเย็นๆหน่อยก็จะได้เห็นทะเลหมอกสวยๆ ร้านมีระเบียงชมวิวที่สามารถมองเห็นหมู่บ้านสะปันและภูเขาโดยรอบ ซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปหลักของที่นี่

เข้าเช็คอินท์ที่พักบนสะปัน คืนที่ 2

ทานอาหารเย็น มื้อที่ 3

ทานอาหารเช้า มื้อที่ 4

เดินทางขึ้นดอยภูคา ถ่ายรูปกับ ถนนหมายเลข 3 ของเมืองน่านเป็นถนนที่สวยมากอีกจุดหนึ่ง ด้วยความที่โค้งขึ้นเนินนั้นมีลักษณะคล้ายเลข 3 ทำให้จุดนี้เป็นที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยว ใครที่มาน่านก็ต้องแวะมาถ่ายรูปกัน จนกลายเป็นแลนด์มาร์กอีกจุดนึงที่ไม่ควรพลาด

เที่ยว วัดก๋ง หรือ วัดศรีมงคล ชมวิวเทือกเขาดอยภูคาตั้งอยู่ที่ตำบลยม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2395 และมี “หลวงปู่ครูบาก๋ง” หรือพระครูมงคลรังสี เป็นพระสงฆ์ที่ชาวบ้านในแถบนี้ต่างให้ความเคารพนับถือ โดยเมื่อ พ.ศ.2474 คณะศรัทธาชาวบ้านก๋งได้นิมนต์หลวงปู่มาอยู่ประจำที่วัดบ้านก๋ง ซึ่งขณะนั้นเป็นวัดร้าง ไม่มีพระภิกษุจำพรรษา ก็ได้เริ่มพัฒนาวัดโดยชักชวนชาวบ้านบูรณะซ่อมแซมและสร้างกุฏิ วิหาร อุโบสถ ฯลฯ รวมถึงอบรมสั่งสอนชาวบ้านให้หมั่นเข้าวัด รักษาศีล ฟังธรรม มีความสามัคคี จนชาวบ้านต่างเคารพศรัทธา และวัดบ้านก๋งก็มีความเจริญรุ่งเรืองสืบมา

ภูลังกา ตั้งอยู่ที่ วนอุทยานภูลังกา ตำบลช้างน้อย อำเภอปง จังหวัดพะเยา เป็นเทือกเขาสลับซ้อนกันอยู่ในเทือกเขาสันปันน้ำ มีความสูง 900-1,720 เมตร ด้วยความที่เป็นยอดเขาสลับซ้อนกัน เลยทำให้เหมาะสำหรับการเดินท่องธรรมชาติพิชิตยอดดอย และการชมวิวในช่วงฤดูหนาวมากๆ แต่ในช่วงหน้าฝน ก็สวยไม่น้อยเลยค่ะ ไม่ต้องแย่งกับคนอื่นๆ เหมือนในช่วงหน้าหนาวด้วยค่ะ

เข้าเช็คอินท์ ภูลังกา เลอบาโคนี่ คืนที่ 3

ทานอาหารเย็น มื้อที่ 5

ทานอาหารเช้า มื้อที่ 6

วัดพระนั่งดิน ตั้งอยู่เลขที่ 45 หมู่ที่ 7 ตำบลเวียง เป็นวัดที่องค์พระประธานของวัดไม่มีฐานชุกชีรองรับเหมือนกับพระประธานองค์อื่น ๆ เคยมีราษฎรสร้างฐานชุกชีเพื่ออัญเชิญพระประธานขึ้นประดิษฐาน แต่ปรากฏว่าพยายามยกเท่าไรก็ยกไม่ขึ้น จึงเรียกสืบต่อกันมาว่า “พระนั่งดิน” ตามตำนานกล่าวว่าพระพุทธรูปนี้สร้างตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์ชีพอยู่ ดังนั้นพระเจ้านั่งดินน่าจะมีอายุกว่า 2,500 ปี

ชมศิลปะแบบพม่า วัดนันตาราม (สักการะพระมหามุนี) ตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ 13 ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ไม่ปรากฏว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยใด เดิมเรียก "จองม่าน" หรือ "จองคา" เพราะมุงด้วยหญ้าคา โดย พ่อหม่อง โพธิ์ชิต อริยภา บริจาคที่ดินเนื้อที่ 3 ไร่เศษ เป็นสถานที่ก่อสร้าง ร่วมกับ พ่อเฒ่าอุบล บุญเจริญ จนสำเร็จเรียบร้อย มีฐานะเป็น อาราม (ขึ้นตรงต่อคณธสงฆ์พม่าในขณะนั้น) ประชาชนทั่วไปนิยมเรียก "วัดม่าน" หรือ "จองเหนือ" เพราะอยู่ทางทิศเหนือของเทศบาลตำบลเชียงคำ

การปฏิสังขรณ์และก่อสร้างจองม่านครั้งใหญ่ ใช้เวลาร่วม 10 ปี นับเป็นมหากุศลที่ยิ่งใหญ่ของจองม่าน พ่อเฒ่าตะก่าจองนันตา(อู๋) ต้นตระกูลวงศ์อนันต์ คหบดีชาวปะโอ ที่มีจิตใจศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ตั้งใจปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนมิได้ขาด มีความเพียรในการรักษาอุโบสถศีล นอนวัดตลอดฤดูพรรษา ทั้งยังเสียสละลลริจาคทรัพย์เป็นเจ้าศรัทธามนการปฏิสังขรณ์เสนาสนะ และสร้างวิหารถวายเป็นสมบัติในพระพุทธศาสนา ได้รับการยกย่องจากพุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วไป เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีและเป็นอนุสรณ์ของพ่อเฒ่าตะก่าจองนันตา(อู๋) จึงได้เปลี่ยนชื่อวัดจากจองม่าน เป็น "วัดนันตาราม" เพื่อเป็นเกียรติแด่ท่านและตระกูล "วงศ์อนันต์"

วัดศรีโคมคำ (Wat Si Khom Kham) เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองพะเยามาอย่างช้านาน ไฮไลท์ของวัดแห่งนี้คือองค์พระพุทธรูปที่มีนามว่าพระเจ้าตนหลวง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสนองค์ใหญ่ที่สุดในล้านนา มีขนาดหน้าตักกว้าง 14 เมตร สูง 16 เมตร พระพุทธรูปพระเจ้าตนหลวงนอกจากจะเป็นเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองพะเยาแล้ว ยังเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของอาณาจักรล้านนาอีกด้วย โดยทุกวันวิสาขบูชาของทุกปี จะมีการจัดงานประเพณีนมัสการพระเจ้าตนหลวงเดือนแปดเป็งขึ้นที่วัดศรีโคมคำแห่งนี้ นอกจากนี้ภายในวัดยังมีผลงานจิตรกรรมฝาผนังอันวิจิตรงดงามจากฝีมือของศิลปินแห่งชาติอย่างท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ให้เที่ยวชมอีกด้วย

วัดพระธาตุจอมทอง แลนด์มาร์กศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองพะเยา ไม่ได้มีดีแค่ความขลังขององค์พระธาตุ แต่ตอนนี้ได้แปลงโฉมเป็นจุดเช็คอินสุดฮิต ที่นี่เป็นสะพานที่ทอดยาวผ่านทิวเขาเขียวขจี ความยาวกว่า 200 เมตร ทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนฟ้า ระหว่างทางเดิน คุณจะได้พบกับจุดชมวิวหลายจุดที่ให้คุณได้เก็บภาพประทับใจกับทัศนียภาพอันงดงามของกว๊านพะเยาที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา

วัดพระธาตุจอมทอง จะเป็นสีทองเหลืองอร่ามตั้งอยู่บนดอยจอมทอง เป็นเจดีย์ทรงล้านนาสูง 30 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้าง 9 เมตร ซ้อนทับกันสามชั้น ส่วนยอดด้านบนสุดจะเป็นฉัตรสีทอง ฐานโดยรอบก็จะบุด้วยแผ่นโลหะ ดุนลายเป็นรูป 12 นักษัตร และลายไทยอย่างสวยงดงาม

กว๊านพะเยา ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ และเป็นอันดับที่สามของประเทศ รองรับน้ำจากลำห้วยต่าง ๆ ไว้กว่า 18 สาย และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองพะเยา ภายในบริเวณมีความสวยงามจากทิวทัศน์ทางธรรมชาติของบึงน้ำขนาดใหญ่และทิวเขาที่โอบล้อม บริเวณริมฝั่งเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ โดดเด่นด้วยรูปปั้นองค์พญานาคคู่สีขาวสององค์ เป็นจุดแลนด์มาร์คแห่งกว๊านพะเยา ผู้คนนิยมมาชมวิว ถ่ายภาพ และชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามน่าประทับใจเป็นอย่างมาก

อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่นักท่องเที่ยว และชาวพะเยานิยมมากราบไหว้เป็นอย่างมาก กษัตริย์ ผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต และเป็นบุคคลสำคัญที่ชาวพะเยาไม่เคยลืมเลือน พ่อขุนงำเมือง คือ กษัตริย์ผู้ปกครองเมืองภูกามยาว ลำดับที่ 9 ระหว่างปี พ.ศ. 1801-1841 อันเป็นยุคสมัยที่เจริญรุ่งเรืองมาก ที่สำคัญพระองค์เป็นพระสหายร่วมน้ำสาบานกับพ่อขุนเม็งรายแห่งเมืองเชียงราย และพ่อขุนรามคำแหงแห่งกรุงสุโขทัย ซึ่งทั้งสามพระองค์ได้กระทำสัตย์ต่อกัน นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่าพ่อขุนงำเมืองเป็นผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ โดยกล่าวกันว่าเมื่อพระองค์เสด็จไปทางไหน “แดดก็บ่อฮ้อน ฝนก็บ่อฮำ จักให้แดดก็แดด จักให้บดก็บด” จึงได้พระนามว่า “งำเมือง” นั่งเองค่ะ ใครมีโอกาสมา เที่ยวพะเยา อย่าพลาดที่จะแวะมาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลกันได้

วัดอนาลโยทิพยาราม หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า วัดอนาลโย ตั้งอยู่บริเวณดอยบุษราคัม และม่อนพระนอน เป็นวัดที่เต็มไปด้วยพระพุทธรูปต่างๆ มากมาย ทั้ง ศิลปะแบบสุโขทัย พระพุทธไสยาสน์ พระพุทธรูปปางลีลา พระพุทธรูปปางนาคปรก เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดก็สร้างด้วยความประณีตสวยงามอย่างมาก

รวมถึงมีไฮไลท์อย่าง รัตนเจดีย์ ที่สร้างในรูปแบบของศิลปะอินเดียพุทธคยา และยังมีเก๋งจีน ไว้ประดิษฐาน เจ้าแม่กวนอิม มีหอพระแก้วมรกตจำลอง ซึ่งถ้ามองวิวจากยอดเขาก็สามารถชมทัศนียภาพสวยๆ ของกว๊านพะเยาได้ด้วย

เข้าเช็คอินท์ เฮือน นานา แพร่ คืนที่ 4

ทานอาหารเย็น มื้อที่ 7

ทานอาหารเช้า มื้อที่ 8

สถานีรถไฟบ้านปิน (Ban Pin Railway Station) จังหวัดแพร่ เป็นสถานีรถไฟอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทยที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นด้วยอาคารไม้สีเหลืองอมน้ำตาล ถือเป็นสถานีรถไฟแห่งเดียวของไทยที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาวาเรียนเฟรมเฮาส์ หรือแบบโครงไม้ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างยิ่งในแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี

ร้านกาแฟแห่ระเบิด ใกล้ ๆ กับสถานีรถไฟบ้านปิน ร้านกาแฟที่ไม่ใช่แค่มีกาแฟอร่อย ยังมีเรื่องเล่า ที่มาที่ไปของคำว่า "เมืองแพร่แห่ระเบิด" ที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จากการที่มีการทิ้งระเบิดทางรถไฟ แต่ระเบิดดันไม่ระเบิด เมื่อชาวบ้านไปเจอเข้าจึงนำเข้ามาถวายวัด ตลอดเส้นทางที่จะมาถึงวัดก็มีชาวบ้านมาช่วยกัน ร้องเพลงแห่แหนเข้ามาถวายวัด ก็เลยเป็นคำที่คนแพร่จะต้องถูกล้อเลียนเรื่อยมา และดัดแปลงเรื่องราวให้ขำขันเข้าใจผิด ว่าคนแพร่โง่เอาระเบิดมาแห่ แต่ความจริงแล้ว คนแพร่แค่ต้องการนำระเบิดมาดัดแปลงใช้ให้เกิดประโยชน์แค่นั้นเองค่ะ แล้วลูกระเบิดที่นำมาทำระฆังนั้น ก็เสียงใสดังกังวานสุด ๆ ไปเลย ความรู้ที่ได้มานี้ล้วนมาจากเจ้าของร้านนั่นเองค่ะ ได้กินกาแฟให้ชื่นใจแล้ว ยังได้ความรู้อีกเพียบ

พระธาตุช่อแฮ เป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่มาแต่โบราณ และเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีขาล มีงานนมัสการพระธาตุในราวเดือน 4 (เดือนมกราคม) ของทุกปี

อยู่ริมถนนช่อแฮ ตำบลช่อแฮ เป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองแพร่ และเป็นพระธาตุประจำปีขาล ตามตำนานระบุว่า สร้างเมื่อ พ.ศ. 1879-1881 สมัยพระมหาธรรมราชาธิราช (ลิไท) มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ก่ออิฐโบกปูนหุ้มด้วยแผ่นทองเหลือง ลงรักปิดทองเป็นศิลปะเชียงแสน และเป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุและพระบรมสารีริกธาตุส่วนของพระศอกข้างซ้ายของพระพุทธเจ้า ภายในพระอุโบสถประดิษฐานหลวงพ่อช่อแฮ

พระประธานศิลปะล้านนาผสมผสานเชียงแสนกับสุโขทัย ส่วนของวิหารศิลปะล้านนาประยุกต์ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธโลกนารถบพิตร พระปางนาคปรก รวมทั้งมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงาม และยังมีพระเจ้าไม้สัก ที่แกะสลักจากไม้สักทอง เป็นศิลปะสมัยล้านนา พระเจ้านอน สร้างแบบก่ออิฐถือปูนและลงรักปิดทอง เป็นศิลปะแบบเมียนมา ธรรมาสน์์โบราณ เป็นธรรมาสน์ไม้สักที่แกะสลักลวดลายแบบไทยผสมล้านนาพร้อมลงรักปิดทอง ใกล้กันเป็นที่ตั้ง กรุอัฐิครูบาศรีวิชัย

บ้านนาคูหา ตั้งอยู่ที่ ตำบลสวนเขื่อน อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขา ที่มีอากาศบริสุทธิ์ และทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวชุมชนชื่อดัง และเป็น 1 ใน 5 ของเส้นทางการท่องเที่ยวเกษตรสีเขียวของกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร หรือที่เรียกว่า Gastronomy อยู่ท่ามกลางขุนเขาและธรรมชาติ จึงถูกจัดให้เป็นแหล่งโอโซนชั้นเยี่ยม ติด 1 ใน 7 ของเมืองไทย จุดเด่นของที่นี่ที่ใครหลายๆ คนอาจจะเคยได้เห็นจากรูปภาพมาก่อนนั่น คือ วัดนาคูหา ที่กลางทุ่งนาจะมีพระพุทธรูปพระเจ้าทันใจขนาดใหญ่ และมีสะพานไม้ไผ่ทอดยาวจากองค์พระพาดผ่านกลางทุ่งนา มีไว้สำหรับเดินเล่นชิลๆ ชมวิวต่างๆ ทำให้มองเห็นธรรมชาติรอบ วัดนาคูหา ได้อย่างสวยงาม

พระธาตุอินทร์แขวน (1 ใน 5 มหาบูชาสูงสุด) ตั้งอยู่ที่เมือง เมืองไจก์โถ่ ในรัฐมอญ อยู่ห่างจากเมืองย่างกุ้งประมาณ 160 กม. พระธาตุอินแขวนเป็นหินแกรนิตสูง 8.15 เมตร น้ำหนักประมาณ 611.5 ตัน มีสีทองอร่าม ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาสูงกว่า 3,600 ฟุต จากระดับน้ำทะเล โดยมีส่วนของก้อนหินฐานของเจดีย์สัมผัสกับหน้าผาเพียง 0.714 ตารางเมตร

โดยตำนานเล่าว่ามีฤๅษีผู้หนึ่ง ได้รับประทานพระเกศาจากพระพุทธเจ้า แล้วนำมาซ่อนไว้ที่มวยผมของตนเอง ครั้นพอถึงที่ตัวเองจะละสังขาร จึงได้กล่าวว่าถ้าใครหาก้อนหินที่มีลักษณะคล้ายกับศรีษะของตนเองได้ จะมอบพระเกศาให้ พอพระอินทร์ได้ทราบความเข้า จึงได้ใช้อิทธิฤทธิ์งมหินจากใต้มหาสมุทร และนำมาแขวนไว้ที่หน้าผา และได้มีการสร้างเจดีย์ไว้บนก้อนหินนั้น เผื่อประดิษฐานพระเกศธาตุมาจนถึงปัจจุบัน และก็เป็นที่มาของชื่อเรียก “ไจก์ทิโย่” ซึ่งภาษามอบแปลว่า “หัวฤๅษี” ความเชื่อเกี่ยวกับพระธาตุอินทร์แขวน มีอยู่ว่าถ้าในชีวิตหนึ่งถ้าใครมีโอกาศได้มาสักการะครบ 3 รอบ จะถือเป็นสิริมงคลและชีวิตก็จะประสบแต่ความสำเร็จ

เดินตลาดเช้าจังหวัดแพร่ หรือ ตลาดประตูชัย ตลาดโต้รุ่งเมืองแพร่ หรือตลาดประตูชัย ตั้งอยู่ที่ประตูชัย เลยจากปลายทางถนนคนเดินหรือถนนเจริญเมือง อาจเรียกว่าตลาดโต้รุ่ง เป็นของขายอาหารกลางคืน มีอาหารอร่อยๆหลายอย่าง เช่น หอยทอด ไอศกรีม ทับทิมกรอบน้ำแข็งใส โซนนี้คึกคักมาก คนแพร่มากินแน่น บางร้านคนต่อคิวซื้อเลย หากจะนั่งสามล้อมาก็บอกว่ามาตลาดประตูชัย แล้วเดินเลือกร้านที่คนเยอะๆ นะ รับรองเด็ดทุกร้าน

คุ้มเจ้าหลวง สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2435 โดยเจ้าพิริยเทพวงษ์ คุ้มแห่งนี้เป็นอาคารโอ่โถง มีประตู หน้าต่างทั้งหมด 72 บาน งดงามด้วยลวดลายฉลุไม้อยู่ด้านบนปั้นลม และชายคาน้ำ เป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 5 ยุคต้น ซึ่งมีรูปทรงเป็นแบบสถาปัตยกรรมไทยผสมยุโรป หรือทรงขนมปังขิง ซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยนั้น และจัดงานฉลองอย่างยิ่งใหญ่ในปีพ.ศ. 2435 คุ้มนี้งดงามใหญ่โตเพราะเงินคงคลังในสมัยพระยาพิมพิสารราชานั้นมีมาก ตกมาถึงรุ่นเจ้าพิริยเทพวงษ์ผู้เป็นลูก จึงสามารถสร้างคุ้มใหม่หลังใหญ่ได้ แม้ว่าในปี พ.ศ. 2433 เป็นปีที่เมืองแพร่ฝนแล้งราษฎรทำนาได้หนึ่งส่วน เสียสี่ส่วนต้องเปิดคลังหลวงไปช่วยราษฎรก็ตาม แต่เมืองแพร่ยังมีเงินมากพอที่จะสร้างสถาปัตยกรรมงดงามล้ำค่าหลังนี้ขึ้นมาได้

คุ้มวงศ์บุรี หรือ บ้านวงศ์บุรี หรือที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดีในนามของ บ้านสีชมพู เป็นความสวยงามของอาคารสีชมพู ที่มีอายุกว่า 100 ปี ตั้งอยู่บน ถนนคำลือ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ประดับตกตกแต่งด้วยลวดลายไม้ฉลุ ที่เรียกว่าลายขนมปังขิง ตามความนิยมในสมัยรัชกาลที่ 5 นั่นเองค่ะ ซึ่งที่นี่เป็นคุ้มของเจ้านายเมืองแพร่ในอดีตค่ะ ที่สืบเชื้อสายมาจากเจ้าชายสาม จุฬามณีศิริเมฆภูมินทร์ แห่งเชียงตุง สร้างขึ้นมาตามดำริของเจ้าแม่บัวถา ชายาองค์แรกของเจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์ เจ้าหลวงองค์สุดท้ายของเมืองแพร่ โดยโทนสีชมพูที่ใช้นั้น เป็นสีโปรดของ แม่เจ้าบัวถา

ส่งสถานีรถไฟ เด่นชัย

** เพื่อความถูกต้อง กรุณาตรวจสอบข้อมูลเดินทางและเงื่อนไขการชำระเงินกับทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายทุกครั้ง
ราคาเริ่มต้น
10,999 บาท
รหัส 192-24395 แพ็คเกจทัวร์น่าน
ระยะเวลา 5 วัน 4 คืน
ราคาเริ่มต้น 10,999 บาท
เดินทางช่วง ต.ค.68 - ต.ค.69
เดินทางโดย เดินทางมาเอง
--------------------------------------
ดูเพิ่มเติม https://coloneltour.com/tour.php?tour_id=17855
--------------------------------------
ชมโปรแกรม PDF https://tourfiles.vm101.net/pdf/972/192-24395.pdf
--------------------------------------
สนใจติดต่อ บริษัท โคโลเนียล แทรเวล แอนด์ เซอร์วิส กรุ๊ป จำกัด
เลขที่ใบอนุญาต 11/10697
โทร 093-632-4955
โทร 085-229-2838
LINE ID @coloneltravel
LINE URL https://line.me/ti/p/~@coloneltravel
อีเมล info.colonetravel@gmail.com
คัดลอกข้อมูลทัวร์
เพิ่มในรายการโปรด
Share on social networks
Scan QRCode
ติดต่อสำนักงาน
บริษัท โคโลเนียล แทรเวล แอนด์ เซอร์วิส กรุ๊ป จำกัด
เลขที่ใบอนุญาต 11/10697

99 หมู่ที่ 4 ตำบลกุดนกเปล้า อำเภอเมืองสระบุรี จ.สระบุรี 18000

จันทร์-เสาร์ 9.00-18.00
บริการของเรา
บริการจองตั๋วเครื่องบิน
บริการทำ VISA ทุกประเทศ
บริการจัดนำเที่ยวต่างประเทศ
บริการจัดนำเที่ยวในประเทศ
บริการเช่ารถตู้ รถบัสโดยสาร
บริการจัดอบรมประชุมสัมมนา
บริการจองที่พัก โรงแรม รีสอร์ท
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
Add LINE Friends via QR Code
ติดตามเรา
home
หน้าหลัก
quatation
ขอใบเสนอราคา
chat
ติดต่อเรา
ติดต่อ
chat ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
search ค้นหาโปรแกรมทัวร์
home หน้าหลัก
approval ขอใบเสนอราคา