ทัวร์อินเดีย เลห์ ลาดักห์ นูบราวัลเลย์

ทัวร์อินเดีย เลห์ ลาดักห์ นูบราวัลเลย์ - บริษัท โคโลเนียล แทรเวล แอนด์ เซอร์วิส กรุ๊ป จำกัด
รหัสทัวร์
208-80295
วันที่เดินทาง
มิ.ย. 69 - ก.ค. 69
ช่วงเวลา
7 วัน 5 คืน
เดินทางโดย
Air India Express (AI)

ไฮไลท์ทริป ห้ามพลาด

  • เส้นทางหลวงสูงอันดับหนึ่งของโลกประสบการณ์แปลกใหม่ครั้งเดียวของชีวิตท่องเทียวไปบนเส้นทางหนึ่งเดียวในโลกที่น้อยคนจะได้สัมผัสดินแดนแห่งพุทธทิเบตบนที่สูงโอบล้อมไปด้วยขุนเขาทอดตัวยาวมาจากหิมาลัยในดินแดนแห่งนี้ยังมีกลุ่มคนทีใช้ชีวิตเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณและความศรัทธาท่ามกลางธรรมชาติอันสุดอัศจรรย์เป็นดินแดนสวรรค์ที่หลากหลายด้วยธรรมชาติแสนงดงามที่สุดในโลกทีซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางขุนเขาสลับซับซ้อนกลาง เทือกเขาหิมาลัย

เลือกวันเดินทาง

วันเดินทางไป - กลับ ผู้ใหญ่ท่านละ พักเดี่ยวเพิ่มเงิน ราคาเด็กท่านละ
11 ก.ค. 69 - 17 ก.ค. 6943,888 บาทสอบถามเพิ่มเติมจอง

แผนการเดินทาง

19.25 น. พบกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้นที่4 สายการบินแอร์อินเดีย (AI) เพื่อทำการเช็คอิน และรับบัตรโดยสาร โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัท ให้การต้อนรับ

22.25 น. เหิรฟ้าสู่ เมืองเดลลี ประเทศอินเดีย โดยสายการบินแอร์อินเดีย (AI) เที่ยวบินที่ AI2303

ใช้เวลาบินประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง **เวลาอินเดียช้ากว่าเวลาไทย 1.30 ชั่วโมง**

01.35 น. ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี กรุงนิวเดลี***รอต่อเครื่องภายใน***

04.55 น. เหินฟ้าสู่เมืองเลห์ศูนย์การแห่งการท่องเที่ยวในเทือกเขาลาดัตโดยสายการบินภายในประเทศแอร์อินเดีย (AI) เที่ยวบินที่ AI2479

06.20 น. ถึงสนามบินเลห์ สนามบินพาณิชย์ที่อยู่สูงที่สุดในโลก เมืองเลห์ตั้งอยู่ในระดับความสูง 3,520 เมตรจากระดับน้ำทะเล และยังคงมีมีกลิ่นอายวัฒนธรรมของชาวทิเบตหลงเหลือให้เห็น

นำท่านเดินทางสู่ที่พักเพื่อพักผ่อนและปรับสภาพร่างกายให้เข้ากับระดับความสูงของเมืองเลห์

รับประทานอาหารเช้า

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน

บ่าย นำท่านชม พระราชวังเลห์ ( Leh Palace ) ซึ่งเป็นพระราชวัง ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นกลางเมืองเลห์ ขนาดความสูง 9 ชั้น ถูกสร้างในปี ค.ศ. 1630 มีลักษณะรูปแบบสถาปัตยกรรม ใกล้เคียงกับพระราชวังโปตาลาในทิเบต คือมีผนังเอียงเข้าหากันทุกด้าน

Shanti Stupa จริงๆ ถ้ามองจาก Leh Palace ก็จะเห็นเจดีย์ขาวๆตั้งตระหง่านอยู่อีกฝั่ง ซึ่งเจดีย์สันติภาพแห่งนี้นั้น เป็นการฉลองครบรอบ 2,500 ปี ของศาสนาพุทธของหมู่บ้านโดยความพีคอยู่ที่วิว Panorama 360องศา ที่เห็นทั้งเมืองว่าถูกโอบล้อมไปด้วยภูเขาจริงๆ เป็นจุดยอดนิยมสำหรับการเก็บแสงเย็น

นำท่านเดินเล่นเที่ยวชมเมืองเลห์ และบาร์ซาร์ท้องถิ่น ให้ท่านค่อยๆ เดินชมวิถีชีวิตและการค้าท้องถิ่นอย่างสบายๆ ซึ่งจะต้องมีการปรับตัวในแต่ละก้าวย่างพร้อมกับฝึกกำกับลมหายใจเพื่อดึงออกซิเจนเข้ามาสู่ร่างกายและสมองให้มากกว่าการใช้ชีวิตปรกติในประเทศไทย

เย็น กลับเข้าสู่ที่พัก พร้อมรับประทานอาหารค่ำ คืนนี้นอนแต่หัวค่ำพักผ่อนให้ร่างกายปรับตัว Hotel Shangri-La หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ. ที่พัก

จากนั้น Sangam view point หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ แม่น้ำ 2 สี ที่จะเห็นเป็นจุดตัดของ แม่น้ำสินธุ และ ซันสการ์ ซึ่งไหลผ่านระหว่างกลางเขามาบรรจบกัน โดยจะเห็นความแตกต่างของสีแม่น้ำเป็น 2 สีอย่างชัดเจน ว้าว...!! กันอีกรอบ สำหรับธรรมชาติอันงดงามไร้การปรุงแต่ง แม่น้ำด้านล่างผสมกับฉากหลังที่เป็นภูเขางดงาม จนอยากจะเก็บภาพนี้ไว้ในใจตลอดกาลเลยทีเดียว

นำท่านชม Magnetic Hill ปรากฏการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นบนเนินเขาในลาดักห์ มาหลายปี เมื่อรถจอดในเกียร์ว่าง รถจะเคลื่อนที่ขึ้นเนินด้วยความเร็ว 10-15 กม./ชม. อย่างอธิบายไม่ถูก ปรากฏการณ์นี้ยิ่งทำให้แมกเนติกฮิลล์ซึ่งตั้งอยู่บนระดับความสูงที่น่าทึ่ง 14,000 ฟุต เหนือระดับน้ำทะเลมีเสน่ห์ดึงดูดใจยิ่งขึ้น โดยไม่คำนึงถึงคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์แมกเนติกฮิลล์ยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวและดึงดูดพวกเขาให้มาที่สถานที่แห่งนี้แม้จะไม่มีแรงโน้มถ่วงที่ผิดปกติก็ตาม

พิพิธภัณฑ์ Hall of Fame Leh เป็นพิพิธภัณฑ์ที่กองทัพอินเดียเป็นผู้ก่อสร้างและดูแล โดยตั้งอยู่ใกล้กับฐานทัพอากาศเลห์ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงทหารที่เสียชีวิตในสงครามอินเดีย-ปากีสถาน อาคารหลังนี้ประกอบด้วย 2 ชั้น และชั้นล่างมีข้อมูลเกี่ยวกับทหารผู้กล้าหาญ นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์ Hall of Fame ยังมีวัตถุที่ใช้ในสงครามต่างๆ เช่น อาวุธและเอกสาร ส่วนอีกส่วนหนึ่งจะจัดแสดงเกี่ยวกับธารน้ำแข็งเซียเชน ชั้นบนสุดมีปืนและอุปกรณ์ต่างๆ ที่กองทัพอินเดียยึดไว้ระหว่างการสู้รบกับกองทัพปากีสถาน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม วิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ พืชพรรณ และสัตว์ของเลห์ซึ่งมีต้นกำเนิดจากบริเวณนี้ของโลก

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน

จากนั้นนำชม พระราชวังเชย์ ( Shey Palace) ซึ่งเดิมชื่อ เชรน ภาษาลาดัคห์แปลว่ากระจก เนื่องจากกษัตริย์ผู้สร้างได้ขุดสระน้ำกว้างไว้หน้าวังเพื่อต้องการให้สะท้อนพระราชวังลงสู่พื้นน้ำ พระราชวังเชย์เป็นพระราชวังที่เก่าแก่สุดของลาดัคห์สร้างโดยกษัตริย์องค์แรกของลาดัคห์ ในศตวรรษที่ 10-11 ปัจจุบันไม่มีคนอยู่อาศัยแล้ว

ได้เวลาสมควรเดินทางกลับที่พัก

เย็น รับประทานอาหารเย็นพักผ่อนตามอัธยาศัย

ที่พัก Hotel Shangri-La หรือเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารที่โรงแรม

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ หุบเขานูบรา ( NubraValley ) ระยะทางห่างจากเมืองเลห์ประมาณ 125 กิโลเมตร ระหว่างทางท่านจะได้ชมความยิ่งใหญ่ของ เทือกเขาหิมาลัยและเทือกเขาคาราโครัมที่โอบล้อม ประดุจดังจะเก็บความลับสำคัญของลาดัคห์เอาไว้รอผู้คนมาค้นหา โดยเส้นทางที่จะมุ่งหน้าไปหุบเขานูบรา

ระหว่างทางนำท่านทำสถิติโลกด้วยการเดินทางขึ้นสู่ ช่องเขาคารตุงลาพาส ( Khardung la Pass ) ซึ่งเป็นช่องเขาที่เป็นเส้นทางรถยนต์ที่สูงที่สุดในโลก(5,600 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล) ตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาหิมาลัย และเทือกเขาคาราโคลัมที่ทอดตัวยาว โอบล้อมคาตุงลาพาสไว้ ชมทิวทัศน์ที่เหมือนอยู่บนยอดเขาตลอด ชมยอดเขาอื่นๆ สลับซับซ้อนกว้างไกล บางยอดก็มีหิมะคลุม สะท้อนแสงแวววาว บางยอดก็โล้นไม่มีต้นไม้ปกคลุม แต่มีสีสันหลากหลาย สวยงามมากแวะ ถ่ายรูปเส้นทางหลวงที่สูงสุดของโลก พร้อมทั้งถ่ายรูปพรมแดนภูเขาระหว่างอินเดียปากีสถาน เป็นที่ระลึกชมความงดงามของทัศนียภาพบนหลังคาโลก ณ คาตุงลาพาสจากนั้น ออกเดินทางต่อสู่ หุบเขานูบรา ระหว่างทางชมภูมิทัศน์อันงดงามของภูเขาสูงเสียดฟ้าห่อหุ้มด้วยหิมะบนปลายยอด ตัดกับฉากหลังของเส้นขอบฟ้า สร้างความตะลึงพรึงเพริดให้แก่ผู้พบเห็นนูบราในภาษาท้องถิ่นมีความหมายว่า หุบเขาแห่งดอกไม้ เราสามารถพบเห็น กุหลาบสีเหลือง แอปเปิ้ล และ สวนแอปริคอต ที่ชาวลาดัคห์ปลูกไว้เรียงรายอยู่ทั่วหุบเขานูบรา นอกจากนี้หุบเขานูบรายังเป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาชนิด

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง

บ่าย เส้นทางวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางคาราวานในอดีต และเชื่อมต่อกับเส้นทางสายไหมอันโด่งดัง นำท่าน เดินทางเข้าสู่หุบเขานูบรา(Nubra Valley: 3048 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล)นูบราหมายถึงหุบเขาแห่งดอกไม้เป็นหุบเขาเล็กที่ยิ่งใหญ่รุ่มรวยด้วยธรรมชาติที่สวยงามมีฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือติดกับเทือกเขาคาราโครัม ของประเทศปากีสถานและด้านตะวันออกเฉียงเหนือติดกับธารน้ำแข็ง Siachenของประเทศจีนเป็นแหล่งปลูก Apricot ผลไม้หลากหลายของลาดัก และเป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาชนิด อยู่ห่างจากเลห์ไปทางเหนือ 125 km โอบล้อมด้วยเทือกเขาหิมาลัยและคาราโครัม(Karakoram Range) ซึ่งเทือกเขาคาราโครัมนี้เป็นเขตแดนตามธรรมชาติกั้นอินเดียกับปากีสถาน และก่อนหน้าปี ค.ศ. 1994 ทางการอินเดียไม่อนุญาตให้ นักท่องเที่ยวเข้ามาในหุบเขาเลยเส้นทางลดระดับลงไปเรื่อยๆ ผ่านชมวิวภูเขา ทุ่งดอกไม้ หมู่บ้านทิเบตเล็ก

เย็น ถึงหมู่บ้านดิสกิต เป็นเวลาอาทิตย์อัศดงทอแสงสวยงามทาบทับภูเขาสูงที่สะท้อนเงาลงสู่แม่น้ำ Shayok แม่น้ำสายหลักของหุบเขา ชมวิถีชีวิตที่อยู่กับธรรมชาติแบบดั้งเดิม เกื้อกูลซึ่งกันและกัน นำชม วัด Diskit วัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1420 ตั้งอยู่บนเนินเขา ในบริเวณหมู่บ้านดิสกิต มีจุดเด่น (เด่น จริงๆ) คือรูปปั้นองค์พระศรีอริยเมตตรัย ขนาด 12 เมตร นั่งตระหง่าน พระเนตรมองต่ำหันหน้าออกไปทางหมู่บ้านดิสกิต ราวกับจะคอย เฝ้ามอง ดูแลปกป้องผู้คนในหุบเขานูบร้าแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1996 โดยทุนส่วนหนึ่งชาวบ้านได้รวมรวบทุนทรัพย์ส่วนตัวบริจาคในการสร้าง โดยมีองค์ดาไลลามะ ที่ 14 มาทำพิธีเปิดงานด้วยตัวเองอีกด้วย ชื่นชมทิวทัศน์ในยามเย็นดูสงบสวยงาม

จากนั้นให้ท่านเดินเล่น ถ่ายรูปเก็บวิวสวยๆ รอบบริเวณหุบเขา และดูวิถีชีวิตชาวบ้านจนได้เวลาสมควรออกท่านไปถ่ายรูป ทะเลทรายฮุนดร้า (Hundra Sand dune) หรือใครอยากใช้บริการนั่งอูฐ ถ่ายรูปโดยมีภูเขาสูงใหญ่เป็นฉากด้านหลังก็ทำได้ตามอัธยาศัย

ได้เวลาสมควรเดินทางเข้าที่พัก Hotel The Dune หรือเทียบเท่า

รับประทานอาหารเย็น พักผ่อนตามอัธยาศัย

หลังเดินทางอย่างเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน ใครที่อยากสัมผัสค่ำคืนอันสวยงามท่ามกลางหมู่ดาว แสงจันทร์ ทอแสงกระพริบวิบวาวใกล้จนราวจะคว้าเอามาได้ก็อย่าเพิ่งนอนออกมานั่งจิบชาร้อนๆ แกล้มแอพริคอทสด อากาศกำลังหนาวสบายเพราะเป็นฤดูร้อนก็เชิญดื่มด่ำเต็มที่

เช้า หลังรับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก

นำท่านเดินทางสู่ทะเลสาบพันกอง(Pangong Lake, 4420 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล) ระยะทางประมาณ 160 กม.ทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่ในระดับความสูงที่สูงที่สุดในโลก มีระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 4420 เมตร และถูกครอบครองโดย 2 ประเทศ โดยร้อยละ 30เป็นของประเทศอินเดีย และร้อยละ 70 เป็นดินแดนของประเทศจีน ขับรถเลาะเลียบแม่น้ำอินดุส ผ่านหมู่บ้านเช่มเดย์และซัคตีที่เรียงรายตามลำน้ำในหุบเขาเบื้องล่างเขียวทุ่งนาขั้นบันไดอันสวยงาม ล้อมรอบด้วยภูเขาดินเหลืองที่ไม่มีต้นไม้แม้แต่ต้นเดียวช่างเป็นภาพที่ตัดกันน่าดูทีเดียวเชียว เส้นทางจะผ่านหุบเขาอันเขียวขจีไต่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ผ่านหมู่บ้านซัคตี และไต่สูงขึ้น สู่เส้นทางหลวงสูงอันดับสามของโลก(5320 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล) ทุก 1 กม.เส้นทางจะสูงขึ้น 1 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล จนกระทั่งถนนขึ้นมาเท่ากับยอดเขา เมื่อมองย้อนไปจะเห็นเส้นทางมีลักษณะซิกแซกไปมาอย่างชัดเจน เนื่องจากภูเขาไม่มีต้นไม้สักต้นที่บดบังถนนที่คดเคี้ยวนี้ จนทำให้เกิดความฉงนว่า “เราเดินทางขึ้นมาได้อย่างไรนี่ !!!”

ชมแม่น้ำทรายหลากสีและน้ำตกทรายจนถึงทะเลสาบแปงกองสีเทอร์คอยซ์สวยงามเป็นระยะทางยาว130 กม.จรดพรมแดนจีน กว้างเพียง 6 กม. ล้อมรอบด้วยภูเขาน้ำตกทรายหาดทรายขาวละเอียดรอบทะเลสาบสีเทอร์คอยซ์เพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันสวยงามกับท้องฟ้าสีครามเข้ม หาดทราย สายลมแสงแดดบนยอดเขาสูง

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันแบบปิกนิกโรแมนติกที่ริมทะเลสาบพันกอง

สมควรแก่เวลา นำทุกท่านเดินทางสู่ตัวเมืองเลย์

ค่ำ นำท่านเข้าที่พัก Hotel Shangri-La หรือเทียบเท่า พร้อมรับประทานอาหารค่ำ

06.00 รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก

หลังอาหาร นำชม วัดเฮมิส Hemis gompa เป็นวัดทิเบตนิกายหมวกแดงอายุ 450 ปีเป็นวัดที่ใหญ่และรวยที่สุดในลาดัคห์ ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1998 ด้านในมีรูปปั้นท่าน คุรุปัทมาสมภพสูงราวอาคาร 3 ชั้น ท่านเป็นบุคคลสำคัญที่นำศาสนาพุทธจากอินเดียไปเผยแพร่ที่ทิเบต และเป็นผู้ให้กำเนิดนิกายหมวกแดง ซึ่งเป็นนิกายที่เก่าแก่ที่สุดของศาสนาพุทธนิกายวัชรญานมีวัตถุโบราณที่เก็บรักษาไว้ได้ ถึงแม้ลาดัคห์จะผ่านสงครามมากเพราะวัดเฮมิสอยู่ในหุบเขาลึกลับในทำเลที่ยากจะหาเจอในอดีต จึงสามารถรักษาวัตถุโบราณและวัดก็ไม่ได้ถูกทำลาย ยังคงความสวยงามเช่นปัจจุบัน ที่นี่จะมีงานฉลองเต้นรำหน้ากากที่ใหญ่ที่สุดในลาดัคห์เป็นประจำทุกปี

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน

จากนั้น ชม วัดติกเซย์ Thikse monasteryเป็นวัดของนิกายหมวดเหลืองอายุ 600-700 ปีเป็น หนึ่งในวัดใหญ่ที่มีความสำคัญมากที่สุดในแคว้นลาดัคห์ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 16โดยท่านเซรัป ซังโป (Sherab Zangpo) ปัจจุบันวัดนี้เป็นของลามะนิกายหมวกเหลือง มีลามะจำพรรษาอยู่ประมาณ 60-80 รูป ที่นี่ถูกเรียกว่า มินิ โปตาลา (MiniPotala) เพราะลักษณะคล้ายกับพระราชวังโปตาลา ที่อยู่ในลาซา ทิเบตนั่นเอง มีหลายสาขาในลาดัคห์ นำชมพระเมตไตรยใหญ่ พระพุทธรูปอนาคตตามความเชื่อของพุทธทิเบต

นำท่านเข้าที่พัก Hotel Shangri-La หรือเทียบเท่า

รับประทานอาหารเย็น จากนั้นใครจะออกไปเดินเล่นชมบรรยากาศเมืองเลห์ตอนค่ำๆ ก็ไม่ว่ากัน เดินชมความงดงามของเมืองเลห์ ชมร้านค้าต่างๆ บน ถนนเมนบาซาร์ ตามอัธยาศัย

04.00 น. นำท่านเดินทางสู่ สนามบินเลห์

06.55 น. เหิรฟ้าสู่เมืองเดลี โดยสายการบินแอร์อินเดีย (AI) เที่ยวบินที่ AI2480

08.20 น. ถึงสนามบินเดลลี รอต่อเครื่อง (อิสระอาหารเช้าตามอัธยาศัย)

11.00 น. เหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินแอร์อินเดีย (AI) เที่ยวบินที่ AI2332

16.55 น. ถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพและเต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม

** เพื่อความถูกต้อง กรุณาตรวจสอบข้อมูลเดินทางและเงื่อนไขการชำระเงินกับทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายทุกครั้ง

พยากรณ์อากาศ

INDIA WEATHER

อัตราแลกเปลี่ยน

ราคาเริ่มต้น
43,888 บาท
รหัส 208-80295 ทัวร์อินเดีย เลห์ ลาดักห์ นูบราวัลเลย์
ระยะเวลา 7 วัน 5 คืน
ราคาเริ่มต้น 43,888 บาท
เดินทางช่วง มิ.ย. 69 - ก.ค. 69
เดินทางโดย Air India Express (AI)
--------------------------------------
ดูเพิ่มเติม https://coloneltour.com/tour.php?tour_id=24536
--------------------------------------
ชมโปรแกรม PDF https://tourfiles.vm101.net/pdf/972/208-80295.pdf
--------------------------------------
สนใจติดต่อ บริษัท โคโลเนียล แทรเวล แอนด์ เซอร์วิส กรุ๊ป จำกัด
เลขที่ใบอนุญาต 11/10697
โทร 093-632-4955
โทร 085-229-2838
LINE ID @coloneltravel
LINE URL https://line.me/ti/p/~@coloneltravel
อีเมล info.colonetravel@gmail.com
คัดลอกข้อมูลทัวร์
เพิ่มในรายการโปรด
Share on social networks
Scan QRCode

โปรแกรมแนะนำ

ติดต่อสำนักงาน
บริษัท โคโลเนียล แทรเวล แอนด์ เซอร์วิส กรุ๊ป จำกัด
เลขที่ใบอนุญาต 11/10697

99 หมู่ที่ 4 ตำบลกุดนกเปล้า อำเภอเมืองสระบุรี จ.สระบุรี 18000

จันทร์-เสาร์ 9.00-18.00
บริการของเรา
บริการจองตั๋วเครื่องบิน
บริการทำ VISA ทุกประเทศ
บริการจัดนำเที่ยวต่างประเทศ
บริการจัดนำเที่ยวในประเทศ
บริการเช่ารถตู้ รถบัสโดยสาร
บริการจัดอบรมประชุมสัมมนา
บริการจองที่พัก โรงแรม รีสอร์ท
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
Add LINE Friends via QR Code
ติดตามเรา
home
หน้าหลัก
quatation
ขอใบเสนอราคา
chat
ติดต่อเรา
ติดต่อ
chat ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
search ค้นหาโปรแกรมทัวร์
home หน้าหลัก
approval ขอใบเสนอราคา